Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10668/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการโดยอ้างว่า คำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากการอ้างเหตุสุดวิสัยมาเป็นข้อยกเว้นความรับผิดของผู้คัดค้านที่คณะอนุญาโตตุลาการยกขึ้นกล่าวอ้างในคำวินิจฉัยชี้ขาดไม่ถือเป็นเหตุสุดวิสัย ทั้งเอกสารที่คณะอนุญาโตตุลาการนำมาพิจารณาเป็นเอกสารที่ไม่อาจรับฟังได้ การบังคับตามคำชี้ขาดดังกล่าวจึงไม่เป็นธรรมต่อผู้ร้อง อันเป็นการโต้แย้งการรับฟังพยานหลักฐานและเนื้อหาในประเด็นข้อพิพาทที่คณะอนุญาโตตุลาการได้วินิจฉัย มิใช่การโต้แย้งตามกรณีในมาตรา 40 (1) (ก) ถึง (จ) แห่งพ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 จึงไม่มีเหตุที่ผู้ร้องจะขอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตามบทมาตราดังกล่าวได้ คณะอนุญาโตตุลาการเสียงข้างมากมีคำวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านว่า มีเหตุสุดวิสัยที่เป็นเหตุให้ผู้คัดค้านส่งมอบงานล่าช้า จึงวินิจฉัยให้ผู้ร้องคืนค่าปรับให้แก่ผู้คัดค้านพร้อมด้วยดอกเบี้ย เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดว่ามีเหตุสุดวิสัยตามที่ตกลงกันในสัญญาที่เป็นเหตุให้ผู้คัดค้านยังไม่อาจชำระหนี้ได้หรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับข้อตกลงในสัญญา มิได้ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ตาม มาตรา 40 (2) (ข) แห่ง พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่ามิได้มีเหตุสุดวิสัยดังที่คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัย การบังคับตามคำชี้ขาดจึงขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน นั้น จึงเป็นการเข้าไปวินิจฉัยเนื้อหาในประเด็นข้อพิพาทที่เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะอนุญาโตตุลาการโดยเฉพาะ จึงเป็นการไม่ชอบ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2533 ผู้ร้องได้ทำสัญญาซื้อขายเครื่องฝึกบินจำลองจำนวน 3 เครื่อง พร้อมการติดตั้ง อะไหล่ เครื่องมือพิเศษ อุปกรณ์ทดสอบ และ Master Instruction Station กับผู้คัดค้าน ในราคารวมทั้งสิ้น 4,577,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยผู้คัดค้านได้วางหลักประกันไว้ และตกลงจะต้องส่งมอบเครื่องฝึกบินจำลอง สิ่งของตามสัญญาและการติดตั้งพร้อมใช้งานให้แก่ผู้ร้องภายในกำหนดเวลาตามสัญญาเมื่อถึงกำหนดส่งมอบ ผู้คัดค้านได้นำเครื่องฝึกบินจำลองและ Master Instruction Station มาติดตั้งและขอส่งมอบให้แก่ผู้ร้อง แต่เนื่องจากเครื่องฝึกบินจำลองและ Master Instruction Station ไม่สามารถใช้งานได้ ผู้ร้องจึงยกเลิกสัญญาและริบหลักประกัน

ผู้คัดค้านได้โต้แย้งโดยเสนอเป็นข้อพิพาทสู่การพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการ สภาหอการค้าไทย ต่อมาวันที่ 1 ตุลาคม 2539 คณะอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดให้ผู้คัดค้านและผู้ร้องปฏิบัติตามสัญญาต่อไปจนแล้วเสร็จ โดยให้เวลาผู้คัดค้านปฏิบัติและส่งมอบงานตามสัญญาให้แก่ผู้ร้องภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2540 นับแต่คณะอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาด ผู้คัดค้านไม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแลเครื่องฝึกบินจำลองดังกล่าว จนกระทั่งวันที่ 18 มิถุนายน 2540 ซึ่งเหลือระยะเวลาส่งมอบอีกไม่ถึง 15 วัน ผู้คัดค้านจึงมีหนังสือแจ้งผู้ร้องว่าจะส่งเจ้าหน้าที่มาทำงาน เมื่อครบกำหนดเวลาส่งมอบผู้คัดค้านมิได้ส่งมอบให้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องจึงมีหนังสือแจ้งเตือนให้ผู้คัดค้านรีบดำเนินการตามเงื่อนไขสัญญาและคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ

ผู้คัดค้านมีหนังสือแจ้งผู้ร้องว่า ความล่าช้าเกิดจากการขออนุญาตส่งออกและพนักงานของบริษัท United Parcel Service ในประเทศสหรัฐอเมริกาประท้วงหยุดงาน ซึ่งถือเป็นเหตุสุดวิสัยอันเป็นเหตุยกเว้นค่าปรับตามสัญญา จึงขอขยายเวลาส่งมอบไป 5 เดือน และความล่าช้าในการส่งมอบมีเหตุมาจากการนำสิ่งของผ่านพิธีการศุลกากรประเทศไทยด้วย ต่อมาวันที่ 21 ตุลาคม 2540 ผู้ร้องมีหนังสือแจ้งผู้คัดค้านว่า ระยะเวลาได้ล่วงเลยกำหนดการปฏิบัติตามสัญญาและคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการแล้ว และมีค่าปรับเกินร้อยละ 10 ของราคาตามสัญญา ผู้ร้องจำเป็นต้องบอกเลิกสัญญาแก่ผู้คัดค้าน เว้นแต่ผู้คัดค้านยืนยันที่ต้องการจะดำเนินการให้แล้วเสร็จและยินยอมเสียค่าปรับโดยไม่มีเงื่อนไขใด

ๆ ผู้คัดค้านมีหนังสือแจ้งผู้ร้องว่า ผู้คัดค้านยังประสงค์จะทำงานตามสัญญาและยินยอมให้ผู้ร้องปรับตามจำนวนที่เห็นสมควรโดยไม่มีเงื่อนไข และจะติดตั้งเครื่องฝึกบินจำลองให้แล้วเสร็จในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2540 ขอให้ผู้ร้องทำการตรวจรับงาน ต่อมาผู้ร้องได้ตรวจรับงานและทดสอบอุปกรณ์ถูกต้องแล้วจึงรับมอบเครื่องฝึกบินจำลองทั้ง 3 เครื่อง Master Instruction Station และสิ่งของอื่นตามสัญญา ผู้คัดค้านจึงมีหนังสือแจ้งให้ผู้ร้องชำระเงินที่ยังคงค้างอยู่ โดยผู้คัดค้านรับทราบแล้วว่าผู้ร้องจะใช้สิทธิหักเงินค่าปรับสำหรับความล่าช้า 153 วัน เป็นเงิน 700,281 ดอลลาร์สหรัฐ จึงเหลือเงินที่ผู้ร้องต้องชำระจำนวน 901,669 ดอลลาร์สหรัฐ

ต่อมาผู้ร้องได้จ่ายเงินค่าของงวดสุดท้าย เงินประกันการชำระเงินล่วงหน้า และคืนหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาให้แก่ผู้คัดค้านรับไปแล้ว โดยแจ้งให้ผู้คัดค้านทราบว่าผู้ร้องไม่สามารถงดการคิดค่าปรับจำนวนดังกล่าวได้เนื่องจากทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย ต่อมาวันที่ 16 มิถุนายน 2546 ผู้คัดค้านได้ยื่นข้อเรียกร้องไปยังสถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรม ขอเรียกค่าปรับที่ผู้ร้องใช้สิทธิหักไว้ โดยอ้างว่าเป็นการหักไว้โดยมิชอบ ผู้ร้องได้ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นฝ่ายผิดสัญญาเป็นเหตุให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย ผู้ร้องจึงมีสิทธิคิดค่าปรับ ต่อมาวันที่ 1 มีนาคม 2549 คณะอนุญาโตตุลาการเสียงข้างมากมีคำวินิจฉัยว่า

มีเหตุสุดวิสัยเกี่ยวกับการยื่นขอและรับใบอนุญาตส่งออกจนไม่สามารถดำเนินการตามสัญญาได้รวม 69 วัน จึงวินิจฉัยให้ผู้ร้องต้องคืนค่าปรับให้แก่ผู้คัดค้านจำนวน 315,813 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันทำคำชี้ขาดจนกว่าจะชำระเสร็จ ผู้ร้องได้พิจารณาคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการแล้ว เห็นว่า เป็นคำวินิจฉัยที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การยอมรับหรือการบังคับคดีตามคำชี้ขาดนั้นจะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ทั้งเอกสารที่คณะอนุญาโตตุลาการนำมาพิจารณาว่ามีเหตุสุดวิสัย คือเอกสารหนังสือแจ้งเหตุการณ์ความล่าช้าในการขอใบอนุญาตส่งออกสินค้าอันเป็นเอกสารต่างประเทศ ซึ่งปรากฏว่าเอกสารดังกล่าวมีเพียงคำรับรองของโนตารีปับลิกเท่านั้น

ไม่มีคำรับรองของสถานกงสุลไทย ณ สหรัฐอเมริกา จึงไม่ใช่เอกสารที่รับฟังได้ การบังคับคดีตามคำชี้ขาดจึงไม่เป็นธรรมต่อผู้ร้อง ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ในคดีหมายเลขดำที่ 34/2546 คดีหมายเลขแดงที่ 12/2549 ของสถาบันอนุญาโตตุลาการ ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่มีอำนาจร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ เนื่องจากคำวินิจฉัยของคณะอนุญาโตตุลาการที่ให้ผู้ร้องชำระเงินจำนวน 315,813 ดอลลาร์สหรัฐ คืนแก่ผู้คัดค้านนั้น คณะอนุญาโตตุลาการได้พิจารณาข้อเท็จจริงตามที่ทั้งสองฝ่ายนำพยานเข้าสืบว่า มีเหตุสุดวิสัยเกี่ยวกับการยื่นขอและการรับใบอนุญาตส่งออกจากรัฐบาลของประเทศสหรัฐอเมริกาอันเป็นข้อเท็จจริงที่ถือเป็นยุติตามที่คณะอนุญาโตตุลาการได้วินิจฉัยมา

คำชี้ขาดจึงสามารถยอมรับและบังคับได้ ไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน จึงไม่ใช่กรณีที่ศาลจะเพิกถอนคำชี้ขาดตามมาตรา 40 (1) แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 และผู้ร้องไม่สามารถอ้างว่า การยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดนั้นจะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตามมาตรา 40 (2) แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 ทั้งไม่มีกรณีปรากฏต่อศาลว่า การยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดที่ให้ผู้ร้องชำระเงินคืน 315,813 ดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่ผู้คัดค้าน จะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจร้องขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดได้ มูลแห่งหนี้ในคดีชอบด้วยกฎหมายเพราะเป็นการชำระหนี้ตามสัญญาซื้อขายสินค้า

เมื่อได้มีคำวินิจฉัยว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิหักเงินไว้ผู้ร้องจึงต้องคืนเงินให้แก่ผู้คัดค้านตามข้อตกลง ในสัญญาซื้อขายผู้ร้องและผู้คัดค้านตกลงกันว่าหากมีข้อพิพาทใด ๆ เกิดขึ้นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามสัญญานี้ให้เสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการ 3 คน คำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการให้ทำเป็นภาษาอังกฤษและให้ถือเป็นที่สุด คำวินิจฉัยของคณะอนุญาโตตุลาการจึงถือเป็นที่สุดตามข้อตกลงดังกล่าวมีผลผูกพันคู่กรณี ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธินำคดีนี้มาร้องขอให้ศาลพิจารณาคดีได้ ทั้งไม่ปรากฏข้อเท็จจริงหรือมีข้อโต้แย้งใด ๆ ว่ากระบวนการพิจารณาต่าง ๆ ทั้งหลายในชั้นอนุญาโตตุลาการนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ให้ความเป็นธรรมแก่คู่พิพาททั้งสองฝ่ายอย่างไร ขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างผู้ร้องและผู้คัดค้าน ในข้อพิพาทคดีหมายเลขดำที่ 34/2546 คดีหมายเลขแดงที่ 12/2549 ของสถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรม ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านประการแรกว่า ตามคำร้องของผู้ร้องเข้าเหตุที่ผู้ร้องจะขอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 (1) หรือไม่ เห็นว่า ตามบทมาตราดังกล่าวได้กำหนดให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการได้ ในกรณีที่คู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาด ดังกรณีต่อไปนี้คือ (ก) คู่สัญญาตามสัญญาอนุญาโตตุลาการฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้บกพร่องในเรื่องความสามารถ... (ข) สัญญาอนุญาโตตุลาการไม่มีผลผูกพันตามกฎหมาย... (ค) ไม่มีการแจ้งให้คู่พิพาทฝ่ายที่ขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดรู้ล่วงหน้าโดยชอบถึงการแต่งตั้งคณะอนุญาโตตุลาการ... (ง) คำชี้ขาดวินิจฉัยข้อพิพาทซึ่งไม่อยู่ในขอบเขตของสัญญาอนุญาโตตุลาการ... (จ)

องค์ประกอบของคณะอนุญาโตตุลาการหรือกระบวนพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการมิได้เป็นไปตามที่คู่พิพาทได้ตกลงกันไว้... แต่คดีนี้ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการโดยอ้างว่า คำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากการอ้างเหตุสุดวิสัยมาเป็นข้อยกเว้นความรับผิดของผู้คัดค้านที่คณะอนุญาโตตุลาการยกขึ้นกล่าวอ้างในคำวินิจฉัยชี้ขาดไม่ถือเป็นเหตุสุดวิสัย ทั้งเอกสารที่คณะอนุญาโตตุลาการนำมาพิจารณาเป็นเอกสารที่ไม่อาจรับฟังได้ การบังคับตามคำชี้ขาดดังกล่าวจึงไม่เป็นธรรมต่อผู้ร้อง อันเป็นการโต้แย้งการรับฟังพยานหลักฐานและเนื้อหาในประเด็นข้อพิพาทที่คณะอนุญาโตตุลาการได้วินิจฉัย มิใช่การโต้แย้งตามกรณีในมาตรา 40 (1) (ก) ถึง (จ) แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 แต่ประการใด กรณีไม่มีเหตุตามกฎหมายที่ผู้ร้องจะขอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตามบทมาตราดังกล่าวได้

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านประการต่อไปว่า การยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดนั้นจะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 (2) (ข) หรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความตามคำร้องของผู้ร้องว่า คณะอนุญาโตตุลาการเสียงข้างมากมีคำวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านว่า มีเหตุสุดวิสัยที่เป็นเหตุให้ผู้คัดค้านส่งมอบงานล่าช้า จึงวินิจฉัยให้ผู้ร้องคืนค่าปรับให้แก่ผู้คัดค้านจำนวน 315,813 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันทำคำชี้ขาดจนกว่าจะชำระเสร็จ คำวินิจฉัยชี้ขาดนี้จึงเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดว่ามีเหตุสุดวิสัยตามที่ตกลงกันในสัญญาที่เป็นเหตุให้ผู้คัดค้านยังไม่อาจชำระหนี้ตามกำหนดเวลาในสัญญาได้หรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับข้อตกลงในสัญญา

หาได้ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ตามมาตรา 40 (2) (ข) แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 แต่อย่างใด ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่ามิได้มีเหตุสุดวิสัยดังที่คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัย ดังนั้น การบังคับตามคำชี้ขาดจึงขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนนั้น เป็นการเข้าไปวินิจฉัยเนื้อหาในประเด็นข้อพิพาทที่เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะอนุญาโตตุลาการโดยเฉพาะ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้คัดค้านฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช · พลรัตน์ ประทุมทาน · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 145/2568

การที่อนุญาโตตุลาการวินิจฉัยว่า เหตุรถชนกันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของ ป. และผู้ตาย โดยทั้งสองฝ่ายต่างมีส่วนประมาทด้วยกันโดยไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันนั้น เป็นการใช้ดุลพินิจของอนุญาโตตุลาการในการชั่งน้ำหนัก…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 712724)

ไม่ปรากฏว่าคณะอนุญาโตตุลาการได้พิจารณาข้อสัญญานี้ ทั้งไม่ได้แสดงเหตุผลใด ๆ ให้ปรากฏในคำวินิจฉัย การวินิจฉัยชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการจึงน่าจะไม่เป็นไปตามข้อตกลงในสัญญาประกันภัย ผู้ร้องจึงมีอำนาจยื่นคำ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 719888)

แม้ ป.พ.พ. มาตรา 867 จะระบุเรื่องการมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ แต่กรณีนี้เป็นเรื่องการมอบอำนาจ ซึ่งไม่มีการกำหนดไว้โดยชัดแจ้งใน พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2566 (เลขอ้างอิง 696282)

ผู้คัดค้านยื่นคำเสนอข้อพิพาทกล่าวอ้างว่าผู้ร้องปฏิบัติผิดสัญญาจ้างงานบริการวิศวกรรมที่ปรึกษาอันถือเป็นสัญญาจ้างทำของ และเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นเนื่องจากเหตุที่ปฏิบัติผิดสัญญาดังกล่าว ซึ่งไม่มีกฎหมา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2566 (เลขอ้างอิง 696280)

คำให้การของผู้คัดค้านในคดีแพ่งที่ผู้ร้องยื่นฟ้องก่อนเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการที่ว่าต้องนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการเป็นเพียงการอ้างว่าสัญญาต่าง ๆ ที่ผู้ร้องกล่าวอ้างในคำฟ้องล้วนมีข้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้