Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1065/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์นำเช็คพิพาทซึ่งจำเลยสั่งจ่ายไปฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทางอาญาแล้วมาฟ้องเรียกเงินทางแพ่งจากจำเลยอีกนั้น หาเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตไม่ จำเลยซื้อเชื่อสินค้าไปจากโจทก์และได้ลงนามรับสินค้าไว้ในใบสั่งของทุกครั้งเมื่อคิดบัญชีกันปรากฏว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์อยู่จำนวนหนึ่ง จำเลยจึงออกเช็คตามจำนวนนั้นชำระหนี้ให้โจทก์ ดังนี้เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค โจทก์ย่อมฟ้องบังคับจำเลยได้สองทาง คือฟ้องเรียกเงินตามเช็คก็ได้ หรือจะฟ้องเรียกค่าซื้อสินค้าตามใบสั่งของก็ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ออกเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขานครปฐม สั่งจ่ายเงิน ๑๔,๔๔๕ บาทให้โจทก์เป็นการชำระหนี้ ต่อมาโจทก์ได้นำไปเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินตามเช็ค ธนาคารปฏิเสธการจ่าย ทั้งนี้จำเลยออกเช็คโดยเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คหรือออกเช็คโดยขณะที่ออกไม่มีเงินในบัญชีอันจะพึงใช้เงินได้ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ให้จำเลยใช้ต้นเงินและดอกเบี้ยรวม ๑๔,๖๒๕ บาท ๕๐ สตางค์พร้อมดอกเบี้ย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งประทับฟ้องคดีอาญา และรับฟ้องคดีแพ่ง จำเลยให้การมีใจความว่า เช็คที่ออกให้โจทก์เป็นการออกค้ำประกันค่าซื้อน้ำมันไม่มีเจตนาจะให้นำไปเรียกเก็บเงินจากธนาคาร เพราะขณะออกเช็คโจทก์ทราบดีว่าจำเลยไม่มีเงินในธนาคาร ศาลชั้นต้นรับคำให้การเฉพาะคดีอาญา ส่วนคดีแพ่งจำเลยมิได้ยื่นคำให้การภายในกำหนด ๘ วัน จึงไม่รับคำให้การ ถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน ๑๔,๔๔๕ บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันผิดนัด (๓ เมษายน ๒๕๑๖) จนกว่าชำระเสร็จให้โจทก์ ส่วนข้อหาทางอาญาให้ยกฟ้อง เพราะโจทก์รู้อยู่ว่าจำเลยไม่มีเงินในบัญชีขณะจำเลยออกเช็คให้โจทก์

โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลย ส่วนจำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องคดีแพ่งด้วยเพราะเช็คพิพาทเป็นเช็คค้ำประกัน

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ก่อนที่จำเลยจะได้ออกเช็คพิพาทมอบให้โจทก์นั้น น่าเชื่อว่าก่อนหน้านี้จำเลยได้เคยออกเช็คหมาย ล.๑ ชำระหนี้ให้โจทก์ไว้ครั้งหนึ่งแล้ว ครั้นโจทก์นำไปเข้าบัญชีเรียกเก็บเงินตามเช็คก็เก็บไม่ได้ โจทก์จึงได้มาติดต่อขอให้จำเลยออกเช็คให้ใหม่ คราวนี้ได้นำเอาจำนวนเงินที่ยังค้างชำระค่าสินค้ารวมเข้ากับจำนวนเงินในเช็คฉบับเดิมด้วย ฉะนั้น การออกเช็คพิพาทของจำเลยให้แก่โจทก์จึงเป็นการออกเพื่อชำระหนี้ในการซื้อสินค้าเชื่อ ถือได้ว่ามีมูลหนี้ต่อกัน โจทก์มีสิทธิที่จะได้รับเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้จากจำเลยโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คพิพาทให้โจทก์ จำเลยซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายจึงต้องรับผิดใช้เงินตามเช็คพิพาทให้โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๑๔

ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์กลั่นแกล้งจำเลยโดยนำเช็คพิพาทไปฟ้องทางอาญาแล้วเรียกเงินทางแพ่งจากจำเลยอีก เป็นการใช้สิทธิไม่สุจริตนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นสิทธิของโจทก์โดยชอบที่จะฟ้องเรียกเงินรายนี้จากจำเลยผู้สั่งจ่าย และที่จำเลยฎีกาอีกว่าโจทก์มีเอกสารหมาย จ.๓ ถึง จ.๑๒ ซึ่งเป็นใบสั่งของ กลับไม่ใช่เป็นหลักฐานในการฟ้องคดีแพ่ง กลับนำเช็คพิพาทหมาย จ.๑ มาฟ้องเรียกเงินทางแพ่งนั้นไม่ถูกต้อง เพราะมิใช่หลักฐานตามกฎหมายนั้น ข้อนี้ศาลฎีกาเห็นว่าตามรูปเรื่องคดีนี้โจทก์มีสิทธิฟ้องบังคับจำเลยได้ ๒ ทาง คือจะฟ้องเรียกเงินรายนี้ตามเช็คพิพาทที่จำเลยทำไว้ให้โจทก์ก็ได้ หรือจะฟ้องเรียกเงินค่าซื้อสินค้าตามเอกสารหมาย จ.๓ ถึง จ.๑๒ นั้นก็ได้ แล้วแต่จะเลือก เพราะเอกสารหมาย จ.๓ ถึง จ.๑๒ นั้นเป็นที่มาของการออกเช็คพิพาทเท่านั้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา · วิกรม เมาลานนท์ · สุธี ชอบธรรม
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครปฐม - นายชัยวัฒน์ ดุลยปวีณ
ศาลอุทธรณ์ - นายสมาน เจนนภา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้