Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1064/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การไสไม้ ตัดไม้ บังใบ แม้จะกระทำต่อไม้ที่แปรรูปแล้ว แต่ก็ย่อมทำให้รูปและขนาดของไม้เปลี่ยนไป ไม่มากก็น้อย จึงเป็นการแปรรูปไม้ตามกฎหมายแม้จำเลยจะได้รับใบอนุญาตตั้งโรงงานไสไม้และซอยไม้จากกระทรวงอุตสาหกรรมซึ่งออกตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2512 แต่เมื่อโรงงานของจำเลยตั้งอยู่ในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2482 มาตรา 48 ซึ่งแก้ไขแล้ว คือจำเลยจะต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกรรม คือจำเลยตั้งโรงงานแปรรูปไม้ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้เพื่อการค้า โดยจำเลยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ จำเลยมีไม้เต็งและไม้แดงปริมาตร 10.368 ลูกบาศก์เมตร ที่ยังมิได้แปรรูปและไม่มีรอยตรา ค่าภาคหลวงหรือรอยตรารัฐบาลขายประทับอยู่ในความครอบครองโดยจำเลยพิสูจน์ไม่ได้ว่าไม้นั้นได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยได้นำไม้ดังกล่าวมาจากที่อื่นโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือจำเลยรับไม้หวงห้ามดังกล่าวจากผู้ซึ่งได้มาโดยการกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นไม้ที่มีผู้ได้มาโดยการกระทำผิด ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 47, 48, 69, 70, 73, 74, 74 ทวิ, 74 จัตวา

ฯลฯ ริบของกลางและจ่ายสินบนนำจับจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 69 ลงโทษจำคุก 5 ปี รับสารภาพชั้นสอบสวนลดโทษให้หนึ่งในห้าา คงจำคุก 4 ปี และมีความผิดตามมาตรา 48 ประกอบด้วยมาตรา 73ลงโทษจำคุก 1 ปี รวมลงโทษจำคุก 5 ปี ริบของกลางจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยฎีกาว่าจำเลยไม่มีความผิดฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้ โดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะจำเลยใช้เครื่องมือแปรรูปไม้ของกลาง ไสไม้ ตัดไม้ ทำบังใบไม้ ซึ่งเป็นไม้แปรรูปแล้วในโรงค้าไม้ที่จำเลยได้รับอนุญาตทั้งนี้เป็นการทำหรือตกแต่งให้ได้ขนาดตามที่ลูกค้าต้องการ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าการกระทำของจำเลยดังกล่าวแม้จะเป็นการกระทำต่อไม้ที่แปรรูปแล้ว ก็ถือว่าเป็นการแปรรูปไม้ตามกฎหมาย เพราะมิฉะนั้นแล้ว มาตรา 50(2) แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 116 ข้อ 6 ลงวันที่ 10 เมษายน 2515 คงไม่บัญญัติยกเว้นมิให้นำมาตรา 48 มาใช้บังคับกับการแปรรูปไม้ที่แปรรูปมาแล้วจากไม้ซุงหรือไม้ท่อนที่มิใช่เพื่อการค้าทั้งตามมาตรา 4(3) แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2494นอกจากจะมีบัญญัติว่าการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น เลื่อย ผ่า ถาก ขุดเป็นการแปรรูปไม้แล้ว ยังบัญญัติว่าการกระทำด้วยประการใดแก่ไม้ให้เปลี่ยนรูปหรือขนาดไปจากเดิม

นอกจากลอกเปลือกหรือการตบแต่งอันจำเป็นแก่การชักลากว่าเป็นการแปรรูปไม้ด้วย การไสไม้ ตัดไม้ บังใบ และจะเป็นไม้แปรรูปแล้ว แต่ก็ย่อมทำให้รูปและขนาดของไม้เปลี่ยนไปไม่มากก็น้อย จึงเป็นการแปรรูปไม้ตามกฎหมาย ทั้งการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำเพื่อการค้า จำเลยจึงไม่ได้รับยกเว้นตามมาตรา 50 ดังกล่าวข้างต้น แม้จำเลยจะได้รับใบอนุญาตตั้งโรงงานไสไม้และซอยไม้จากกระทรวงอุตสาหกรรมซึ่งออกตามพระราชบัญญัติโรงงานพ.ศ. 2512 แต่โรงงานของจำเลยก็ตั้งอยู่ในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2518 มาตรา 19จำเลยจะต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 อีกโสดหนึ่ง เมื่อจำเลยไม่ได้รับอนุญาตตามบทบัญญัติดังกล่าวจำเลยจึงมีความผิดฐานนี้ด้วยพิพากาษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บรรเทอง ภู่กฤษณา · ชลูตม์ สวัสดิทัต · สุรัช รัตนอุดม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้