Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1060/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ทำละเมิดโจทก์ จำเลยที่ 2 เป็นนายจ้างจำเลยที่ 1 ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยทั้งสองต่อสู้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ได้เป็นนายจ้างลูกจ้าง โจทก์ได้รับความเสียหายเพราะเหตุสุดวิสัย และว่าโจทก์กับจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความระงับข้อพิพาทกันแล้ว ดังนี้ประเด็นที่สำคัญที่จะต้องวินิจฉัยเบื้องต้น คือ โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมระงับข้อพิพาทกันไว้แล้วจริงหรือไม่ ถ้าได้ทำไว้จริงก็ไม่ต้องวินิจฉัยประเด็นข้ออื่นต่อไปเมื่อความรับผิดของจำเลยที่ 1 ได้ปลดเปลื้องไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้วก็ไม่มีความรับผิดที่จะให้จำเลยที่ 2 ร่วมชดใช้ค่าเสียหายอันใดอีก แม้โจทก์จะไม่ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยที่ 2 ก็ตาม โจทก์หมดสิทธิฟ้องจำเลยที่ 1 ย่อมหมดสิทธิฟ้องจำเลยที่ 2 ด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

เนื้อความคำพิพากษา

คดีนี้โจทก์ฟ้องมีใจความว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์โดยสารโดยประมาท ทำให้รถพลิกคว่ำเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัสและมีคนตาย ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย 96,500 บาทจำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 มิได้เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 2 รถที่จำเลยที่ 2 ขับเกิดพลิกคว่ำเพราะเหตุสุดวิสัย และจำเลยที่ 1 ตัดฟ้องว่า ได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งโจทก์และผู้ตายอื่น ๆ ทั้งหมดจนมีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันระงับข้อพิพาทกับจำเลยแล้วขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นฟังว่า รถคว่ำเพราะเหตุสุดวิสัยทำให้จำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิด คดีไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นอื่นต่อไป ยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น

พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า หากฟังข้อเท็จจริงได้ว่า โจทก์ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความระงับข้อพิพาทกับจำเลยที่ 1 ไว้จริงแล้ว โจทก์หรือจำเลยที่ 1 จะรื้อฟื้นเหตุเป็นข้อพิพาทเดิมกลับมาว่ากล่าวแก้กันอีกหาได้ไม่ ผลของสัญญาประนีประนอมย่อมทำให้การเรียกร้องเดิมระงับสิ้นไป และทำให้แต่ละฝ่ายได้สิทธิตามที่แสดงในสัญญา เมื่อคู่กรณีฝ่ายหนึ่งยอมจะใช้ค่าเสียหายตามที่ตกลงประนีประนอมกันแล้วก็ต้องใช้ตามนั้น และอีกฝ่ายหนึ่งจะเรียกร้องค่าเสียหายมากกว่าที่ตกลงกันไว้ก็ไม่ได้เหมือนกัน ฉะนั้น คดีจึงมีข้อที่จะต้องวินิจฉัยถึงสัญญาประนีประนอมยอมความที่จำเลยต่อสู้ไว้เป็นประการแรกถ้าได้ความจริงก็ไม่ต้องวินิจฉัยประเด็นข้ออื่นต่อไป ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยถึงเหตุรถคว่ำว่าเป็นเหตุสุดวิสัยโดยถือว่าเป็นประเด็นสำคัญที่จะต้องวินิจฉัยเบื้องต้น แล้วไม่วินิจฉัยถึงประเด็นอื่น

ย่อมไม่ตรงกับรูปเรื่องศาลฎีกาฟังว่า โจทก์ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยที่ 1 และได้รับเงินจำนวนตามสัญญาไปครบถ้วนแล้ว โจทก์ย่อมหมดสิทธิจะเรียกร้องเอาค่าเสียหายนอกจากนั้นได้สำหรับจำเลยที่ 2 นั้น แม้โจทก์จะไม่ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยที่ 2 ก็ตาม แต่เมื่อความรับผิดของจำเลยที่ 1 ได้ปลดเปลื้องไปหมดแล้ว ก็ไม่มีความรับผิดที่จะให้จำเลยที่ 2 ร่วมชดใช้ค่าเสียหายอันใดอีก เมื่อโจทก์หมดสิทธิฟ้องจำเลยที่ 1 ย่อมหมดสิทธิฟ้องจำเลยที่ 2 ด้วยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โพยม เลขยานนท์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · สวัสดิ์ พานิชอัตรา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5064/2533

โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่า จำเลยที่ 1 เป็นบุตรชายและเป็นลูกจ้างผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ 2 ขับรถยนต์ดังกล่าวด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังเป็นเหตุให้รถยนต์ที่จำเลยที่ขับชนรถยนต์โจทก์ได้รับค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4382/2566

ตามคำพิพากษาในคดีก่อนศาลฎีกามีคำวินิจฉัยในส่วนความรับผิดของโจทก์เพียงข้อหาเดียวว่า โจทก์เป็นนายจ้างของ ป. และ ป. ได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้าง โจทก์จึงต้องร่วมรับผิดชดใช้ความเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสามใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2840/2548

เมื่อจำเลยที่ 1 กระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 1 ได้ทำบันทึกข้อตกลงกับตัวแทนของโจทก์ต่อหน้าพนักงานสอบสวนตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีว่า จำเลยที่ 1 ยินยอมตกลงชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ โดยจำเลยที่ 1 จะน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3780/2546

จำเลยเป็นหนี้โจทก์โดยทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้ ต่อมาได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยตามข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความมีข้อตกลงให้ฝ่ายโจทก์และจำเลยต้องปฏิบัติทั้งหมด 10 ข้อ ในส่วนที่เกี่ยวกับการถอนฟ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 127/2538

หลังเกิดเหตุรถยนต์ชนกัน โจทก์ที่ 2 เจ้าของรถยนต์ฝ่ายหนึ่งได้เจรจากับ พ. คนขับรถยนต์คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งเป็นฝ่ายประมาท พ.ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดโดยการซ่อมรถยนต์ให้อยู่ในสภาพดี ใช้การได้ดีเหมือน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้