Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เงินบำเหน็จที่จะตกได้แก่บรรดาทายาทผู้มีสิทธิของผู้ตาย ตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญ พ.ศ.2494 นั้น มิใช่มรดกของผู้ตาย การที่จำเลยแจ้งให้กรมการเงินกระทรวงกลาโหมหักเงินบำเหน็จตกทอดของผู้ตายเพื่อใช้หนี้จำเลยนั้น เป็นการมอบหมายให้เป็นตัวแทนในการเจรจาตกลงกับทายาทผู้ตาย การที่มารดาโจทก์ไปตกลงให้หักเงินบำเหน็จตกทอดของผู้ตายที่จะได้แก่โจทก์บางส่วนชำระหนี้แก่จำเลยนั้น เป็นการทำนิติกรรมอย่างหนึ่งที่ได้กระทำไปแทนโจทก์ซึ่งเป็นผู้เยาว์ และเป็นผลให้โจทก์ต้องชำระหนี้เมื่อมารดาโจทก์ไม่ได้รับอนุญาตจากศาลจึงเป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1574(13) ข้อตกลงดังกล่าวย่อมตกเป็นโมฆะจำเลยไม่มีมูลที่จะอ้างเพื่อการชำระหนี้จากโจทก์ได้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 21,313 บาท พร้อมดอกเบี้ยให้โจทก์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ตามคำฟ้องของโจทก์และคำให้การของจำเลยข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์เป็นผู้เยาว์และเป็นบุตรของพลตรี จักรชัย ศุภางคเสน บิดาโจทก์ถึงแก่กรรมไปเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม2521 มีเงินบำเหน็จตกทอดซึ่งโจทก์ในฐานะทายาทกับผู้มีสิทธิอื่นพึงได้รับเป็นจำนวนเงินคนละ 71,475 บาท ก่อนบิดาโจทก์ถึงแก่กรรมได้เป็นลูกหนี้จำเลยจำนวนเงิน 63,940 บาท หลังจากบิดาโจทก์ถึงแก่กรรม จำเลยได้แจ้งต่อกรมการเงิน กระทรวงกลาโหม ให้หักเงินบำเหน็จตกทอดดังกล่าวส่งไปชำระหนี้ ซึ่งกรมการเงินกระทรวงกลาโหมก็ได้หักเงินบำเหน็จของบิดาโจทก์ที่ตกทอดแก่โจทก์บางส่วนจำนวนเงิน 21,313 บาท รวมส่งไปชำระหนี้ให้ โดยนางแสงระวี

ปาลกะวงศ์ มารดาโจทก์ซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองแทนโจทก์ได้ให้ความยินยอมต่อกรมการเงิน กระทรวงกลาโหมเพื่อการส่งเงินส่วนของโจทก์จำนวนดังกล่าวชำระหนี้แทนโจทก์ตามฎีกาของจำเลยมีปัญหาในชั้นนี้เพียงว่า จำเลยจะต้องคืนเงินแก่โจทก์ตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า เงินบำเหน็จตกทอดมิใช่มรดกของผู้ตายเป็นเงินที่จะตกได้แก่โจทก์และบรรดาทายาทผู้มีสิทธิของผู้ตาย อันจะพึงได้รับตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญ พ.ศ. 2494 จำเลยเองก็ทราบถึงสิทธิของโจทก์และบรรดาทายาทของพลตรีจักรชัย ศุภางคเสน เจ้าของบำเหน็จตกทอด ซึ่งมีสิทธิที่จะได้รับต่อกรมการเงิน กระทรวงกลาโหมในเรื่องนี้ดี ดังจะเห็นได้จากคำให้การของจำเลยว่า กรมการเงินจะหักเงินบำเหน็จตกทอดได้ต้องได้รับความยินยอมจากทายาทผู้มีสิทธิเสียก่อนดังนี้การที่จำเลยแจ้งให้กรมการเงิน

กระทรวงกลาโหม หักเงินบำเหน็จตกทอดของพลตรีจักรชัย ศุภางคเสน เพื่อใช้หนี้ จึงเท่ากับเป็นการมอบหมายให้เป็นตัวแทนเพื่อการเจรจาตกลงกับโจทก์และบรรดาทายาท เพื่อการหักเงินบำเหน็จตกทอดส่วนที่บุคคลเหล่านั้นพึงได้รับส่งไปชำระหนี้แทนผู้ตาย การที่มารดาโจทก์ไปตกลงให้ความยินยอมต่อกรมการเงินกระทรวงกลาโหม เพื่อให้หักเงินบำเหน็จตกทอดของพลตรีจักรชัย ศุภางคเสนที่จะได้แก่โจทก์บางส่วนส่งไปชำระหนี้แก่จำเลยดังกล่าว

ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นการทำนิติกรรมอย่างหนึ่งของมารดาโจทก์ที่ได้กระทำแทนโจทก์ซึ่งเป็นผู้เยาว์โดยตรงอันเป็นผลทำให้โจทก์ผู้เยาว์ต้องชำระหนี้ ซึ่งมารดาโจทก์ผู้ใช้อำนาจปกครองจะกระทำมิได้ในเมื่อมิได้รับอนุญาตจากศาล การกระทำของมารดาโจทก์จึงขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1574(13)ข้อตกลงให้ความยินยอมของมารดาโจทก์ต่อกรมการเงิน กระทรวงกลาโหมผู้ที่รับมอบหมายเพื่อการนี้จากจำเลย ย่อมตกเป็นโมฆะ จำเลยหามีสิทธิที่จะรับเงินส่วนนี้ของโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่ จำเลยไม่มีมูลอันจะอ้างเพื่อการรับชำระหนี้จากโจทก์ได้โดยชอบ"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สนิท อังศุสิงห์ · ปรีชา พานิชวงศ์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้