Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056/2511

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

นักเรียนจ่าในสถานศึกษาของกองทัพเรือซึ่งทำสัญญาไว้ว่าเมื่อเรียนสำเร็จ จะต้องรับราชการในสังกัดกองทัพเรือไม่น้อยกว่า 5 ปี. มิฉะนั้นต้องเสียค่าตอบแทน. แม้การที่รับราชการไม่ครบ เป็นเพราะทางราชการสั่งปลด. เนื่องจากกระทำผิดวินัยย่อมถือว่าผู้นั้นกระทำตนเองให้ไม่อาจรับราชการต่อไปได้. จึงต้องใช้ค่าตอบแทนตามสัญญา. กรณีเช่นนี้ถือไม่ได้ว่ากองทัพเรือบอกเลิกสัญญาหรือบอกปัดการชำระหนี้ของลูกหนี้.เมื่อไม่ปรากฏว่าลูกหนี้ไปอยู่แห่งใดในพระราชอาณาเขต.เจ้าหนี้ย่อมทวงให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ได้.คดีฟ้องเรียกเงินค่าตอบแทนในการที่นักเรียนจ่ามิได้รับราชการให้ครบกำหนดตามสัญญา. ไม่อยู่ในอายุความ 2 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(11),(12),(13).กองทัพเรือมีหน้าที่เตรียมกำลังกองทัพเรือและป้องกันราชอาณาจักร. การจัดตั้งสถานศึกษาฝึกคนเตรียมกำลังไว้ย่อมเป็นหน้าที่. การที่กองทัพเรือทำสัญญาผูกมัดบุคคลที่เข้าศึกษาอบรมให้รับราชการในสังกัดตามระยะเวลาที่กำหนด มิฉะนั้นต้องเสียค่าตอบแทน. ทั้งนี้ เพื่อป้องกันความเสียหาย.ย่อมอยู่ในอำนาจของกองทัพเรือ. หาเป็นการนอกขอบเขตแห่งวัตถุที่ประสงค์ไม่.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นายเชาวศักดิ์ ผลเกิด ทำสัญญาต่อโจทก์ว่าเมื่อเรียนสำเร็จจากสถานศึกษาของโจทก์แล้วต้องรับราชการในสังกัดของโจทก์ไม่น้อยกว่า 5 ปี ถ้าไม่ครบ ต้องใช้ค่าตอบแทนเดือนละ 100 บาทของระยะเวลาที่ขาด จำเลยทำสัญญาค้ำประกัน นายเชาวศักดิ์เรียนสำเร็จ และรับราชการมียศจ่าโทได้เพียง 6 เดือน 17 วันก็ถูกทางราชการปลดออกฐานใช้กิริยาวาจาไม่สมควรต่อผู้บังคับบัญชาจะต้องให้เงินค่าตอบแทนตามสัญญาแก่โจทก์ 5,343 บาท 35 สตางค์โจทก์แจ้งให้จ่าโทเชาวศักดิ์ทราบแล้ว แต่ขณะนี้ไม่ทราบว่าจ่าโทเชาวศักดิ์ไปอยู่ ณ ที่ใดในพระราชอาณาจักร โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยชำระ จำเลยปฏิเสธจึงขอให้บังคับ จำเลยต่อสู้ว่า จ่าโทเชาวศักดิ์ ไม่ได้ผิดสัญญา

โจทก์บอกเลิกสัญญาหรือบอกปัดการชำระหนี้โดยปลดออกเอง เป็นการใช้สิทธิไม่สุจริตคำสั่งปลดไม่ชอบ โจทก์ไม่ได้พยายามทวงถามจ่าโทเชาวศักดิ์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง คดีขาดอายุความ คู่ความรับกันว่า เอกสาร จ.1-2 เป็นสัญญาที่จ่าโทเชาวศักดิ์และจำเลยทำไว้กับโจทก์จริง ศาลชั้นต้นงดสืบพยาน แล้วพิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ตามฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า 1. จำเลยไม่ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันเพราะจ่าโทเชาวศักดิ์ไม่ได้ทำผิดสัญญาในการรับราชการไม่ครบ แต่โจทก์สั่งปลดออกเองอันเป็นการบอกเลิกสัญญาหรือบอกปัดชำระหนี้ และเป็นการใช้สิทธิไม่สุจริต 2. โจทก์ยังไม่ได้ทวงถามจากจ่าโทเชาวศักดิ์ โจทก์ยังไม่มีสิทธิเรียกให้จำเลยชำระหนี้ 3. ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ เพราะฟ้องเกิน 2 ปี 4.

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยพยานหลักฐานนอกสำนวน 5. สัญญาที่โจทก์ทำกับจ่าโทเชาวศักดิ์ไม่มีอำนาจทำได้ และอยู่นอกขอบเขตวัตถุที่ประสงค์ของโจทก์ ไม่มีผลผูกพัน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยฎีกาข้อ 1 ว่า แม้กรณีจะเป็นเรื่องที่ทางราชการสั่งปลดจ่าโทเชาวศักดิ์ออกจากประจำการก็ดี แต่ในการที่จ่าโทเชาวศักดิ์จะต้องรับราชการให้ครบกำหนดตามที่ได้สัญญาไว้จ่าโทเชาวศักดิ์ ย่อมรู้อยู่ดีว่าจะต้องประพฤติและปฏิบัติตนตามระเบียบวินัยของทางราชการ การที่จ่าโทเชาวศักดิ์กระทำผิดวินัยจนถึงกับทางราชการสั่งปลดออกเช่นนี้ ย่อมถือได้ว่าจ่าโทเชาวศักดิ์กระทำตนเองให้ไม่อาจจะรับราชการต่อไปได้ หรือนัยหนึ่งเป็นการฝ่าฝืนข้อตกลงที่ทำไว้ ทั้งมิใช่เป็นกรณีที่ได้รับความกรุณาจากทางราชการตามสัญญาด้วย จ่าโทเชาวศักดิ์จึงต้องใช้เงินค่าตอบแทนตามสัญญา และจำเลยผู้ค้ำประกันต้องรับผิด กรณีเช่นนี้ถือไม่ได้ว่าเป็นการที่โจทก์บอกเลิกสัญญาหรือบอกปัดการชำระหนี้ของลูกหนี้ และข้อเท็จจริงตามที่รับกัน

ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้กระทำการอันใดที่ทำให้เห็นว่าเป็นการไม่สุจริต ฎีกาข้อ 2 ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามที่โจทก์และจำเลยรับว่าในขณะที่ฟ้อง ไม่ปรากฏว่าลูกหนี้ไปอยู่แห่งใดในพระราชอาณาเขตโจทก์จึงมีสิทธิทวงให้จำเลยซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันชำระหนี้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 688 ฎีกาข้อ 3

ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกเงินค่าตอบแทนในการที่จ่าโทเชาวศักดิ์มิได้รับราชการให้ครบกำหนดตามสัญญา มิได้เรียกร้องเอาเงินค่าสอนค่าฝึกสอน หรือค่าศึกษาดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(11), (12), (13)อันมีอายุความ 2 ปี คดีโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ ฎีกาข้อ 4

ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยตามสำเนาเอกสารท้ายฟ้อง มิได้วินิจฉัยตามต้นฉบับ แต่สำเนาและต้นฉบับเอกสารก็คงมีข้อความตรงกันเกือบทั้งหมดแตกต่างกันเพียงส่วนน้อย ไม่มีสารอันควรฟังว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยพยานหลักฐานนอกสำนวน ฎีกาข้อสุดท้าย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2503 ซึ่งบัญญัติให้กองทัพเรือเป็นนิติบุคคลนั้น มีบัญญัติไว้ในมาตรา 15 ว่า "กองทัพเรือมีหน้าที่เตรียมกำลังกองทัพเรือและป้องกันราชอาณาจักร ฯลฯ" การจัดตั้งสถานศึกษาฝึกคนเตรียมกำลังไว้ย่อมเป็นหน้าที่ของโจทก์ เมื่อโจทก์ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการให้การศึกษาฝึกอบรม หากคนที่ได้รับการศึกษาไม่ปฏิบัติราชการให้โจทก์ โจทก์ย่อมได้รับความเสียหายไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ให้ลุล่วงไปด้วยดีได้ ดังนั้นการที่โจทก์ทำสัญญาไว้กับจ่าโทเชาวศักดิ์ ซึ่งได้รับการศึกษาอบรมจากสถานศึกษาของโจทก์ ให้จำต้องรับราชการอยู่ในสังกัดของโจทก์จนครบกำหนด 5 ปี และมีข้อผูกมัดว่า หากรับราชการไม่ครบกำหนด จ่าโทเชาวศักดิ์จะต้องใช้เงินค่าตอบแทนแก่โจทก์เพื่อป้องกันความเสียหายของโจทก์นั้น ย่อมเห็นได้ว่า อยู่ในอำนาจของโจทก์ที่จะทำได้ตามกฎหมาย หาเป็นการนอกขอบเขตแห่งวัตถุที่ประสงค์ไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อดุล รัตนปิณฑะ · ปันโน สุขทรรศนีย์ · จำรูญ โชติรัต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้