คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า มีทางเกวียนและทางสัตว์พาหนะไปสู่ทางเกวียนสาธารณะ เป็นทางนำเกวียนและสัตว์พาหนะเข้าออกนา ของโจทก์มา ๔๐ ปีแล้ว บัดนี้จำเลยดำนาปิดทางนี้เสียครึ่งหนึ่ง โจทก์นำเกวียนผ่านเข้าออกนาทของโจทก์ไม่ได้ จึงขอให้ จำเลยเปิดทางตามเดิม จำเลยต่อสู้ว่า ที่พิพาทเป็นที่นาของจำเลยไม่เคยตกเป็นภาระจำยอม นาของโจทก์ไม่ถูกล้อมโดยมีทางอื่นเดินได้
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่า หลักฐานไม่พอฟังว่าได้มีทางเกวียนในนาของจำเลย จึงพิพากษายกฟ้อง.
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยเปิดทางพิพาทกว้าง ๖ ศอก เพื่อให้โจทก์ใช้เป็นทางเกวียนและสัตว์พาหนะไปยังนา ของโจทก์.
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า น่าเชื่อว่ามีทางเกวียนในนาของจำเลย คือทางพิพาทนี้ ซึ่งเจ้าของนาเดิมของโจทก์ตลอดจน โจทก์เองได้ใช้ต่อเนื่องกันมากว่า ๑๐ ปีแล้ว จำเลยไม่มีอำนาจจะปิดทางพิพาทได้
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืน.