Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1054/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ร้องร่วมทำธุรกิจกับห้างหุ้นส่วนจำกัด ด. ในการรับจ้างขนส่งน้ำมันกับบริษัท ช. มาตั้งแต่เริ่มแรก ผู้ร้องย่อมต้องรับรู้ถึงการขนส่งน้ำมันในแต่ละเที่ยวว่ามีปริมาณเท่าใด และมีผลทำให้รถบรรทุกของผู้ร้องต้องบรรทุกน้ำมันมีน้ำหนักเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่ ผู้ร้องจะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบโดยอ้างว่าเป็นหน้าที่ของบริษัท ช. ที่นำน้ำมันมาบรรทุกในรถบรรทุกของกลาง ผู้ร้องจึงไม่ทราบเรื่องน้ำหนักเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดหาได้ไม่ ต้องฟังว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 61, 73 และริบรถบรรทุกหมายเลขทะเบียน 87 - 2238 กรุงเทพมหานคร ของกลางผู้ร้องยื่นคำร้องว่า รถบรรทุกที่ศาลพิพากษาให้ริบนั้น เป็นทรัพย์สินของผู้ร้องซึ่งผู้ร้องได้ให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดเดชอมรชัยเช่าไป ต่อมาจำเลยได้นำรถบรรทุกของผู้ร้องไปกระทำความผิด โดยผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้คืนรถบรรทุกของกลางแก่ผู้ร้องโจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องใช้สิทธิโดยไม่สุจริต เพราะไม่เคยโต้แย้งกรรมสิทธิ์หรือขอคืนของกลางจากพนักงานสอบสวน และผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยกับจำเลยในการกระทำความผิด ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้คืนรถบรรทุกหมายเลขทะเบียน 87 - 2238 กรุงเทพมหานคร ของกลางแก่ผู้ร้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถบรรทุกของกลางตามเอกสารหมาย ร.1 และได้ให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดเดชอมรชัยเช่าพร้อมคนขับเพื่อให้บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เช่าช่วงไปบรรทุกน้ำมันโดยผู้ร้องได้รับค่าเช่าเป็นรายเที่ยว เที่ยวละ 700 บาท กำหนดชำระค่าเช่าทุก ๆ 15 วันต่อครั้ง มีระยะเวลาการเช่า 1 ปี ตามเอกสารหมาย ร.2 ต่อมาจำเลยซึ่งเป็นคนขับรถบรรทุกของกลางถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมและดำเนินคดีในข้อหาใช้ยานพาหนะบรรทุกน้ำหนักเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยและริบรถบรรทุกของกลาง คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยหรือไม่

เห็นว่า แม้ผู้ร้องเบิกความโดยอ้างตนเองเป็นพยานยืนยันว่าได้นำรถบรรทุกของกลางให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดเดชอมรชัยเช่าพร้อมคนขับโดยห้างหุ้นส่วนจำกัดเดชอมรชัยได้ให้บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เช่าช่วงเพื่อบรรทุกน้ำมัน และผู้ร้องได้รับค่าเช่าเป็นรายเที่ยว ๆ ละ 700 บาท โดยผู้ร้องตอบคำถามค้านของโจทก์ด้วยว่าผู้ร้องไม่ได้นำรถบรรทุกของกลางไปให้บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เช่าโดยตรง เนื่องจากห้างหุ้นส่วนจำกัดเดชอมรชัยเป็นนายหน้าในการนำรถไปให้บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เช่าช่วง ข้อเท็จจริงดังกล่าวขัดต่อหลักเหตุผลและมีข้อพิรุธสงสัยว่าเหตุใดการขนส่งน้ำมันจึงต้องผ่านระบบนายหน้าแทนที่ผู้ร้องจะดำเนินการรับจ้างขนส่งโดยตรงเพราะหากผู้ร้องรับจ้างขนส่งน้ำมันโดยตรง

ก็ย่อมมีรายได้มากกว่าการขนส่งน้ำมันโดยผ่านระบบนายหน้า ทั้งการให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดเดชอมรชัยเช่ารถบรรทุกของกลางโดยรับค่าเช่าเป็นรายเที่ยวเพียงอย่างเดียวไม่คำนึงถึงระยะทางและระยะเวลาในการใช้รถย่อมเป็นกรณีผิดปกติวิสัยพยานหลักฐานของผู้ร้องไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ เหตุนี้ความผูกพันระหว่างผู้ร้องและห้างหุ้นส่วนจำกัดเดชอมรชัย จึงน่าจะอยู่ในลักษณะของการร่วมกระทำธุรกิจขนส่งน้ำมันด้วยกัน โดยผู้ร้องย่อมร่วมรู้เห็นด้วยในการรับจ้างขนส่งน้ำมันเป็นปกติธุระ ดังปรากฏจากคำเบิกความของนายสมเกียรติ เดชอมรชัย หุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดเดชอมรชัย พยานผู้ร้องซึ่งเบิกความยืนยันว่า บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด

จะนำรถบรรทุกของกลางไปบรรทุกสินค้าประเภทน้ำมันและพยานได้รับค่าเช่าเป็นรายเที่ยวขั้นต่ำเที่ยวละ 700 บาท ขั้นสูงประมาณ 900 บาท แล้วแต่ระยะทาง โดยเจ้าของรถบรรทุกเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายและค่าน้ำมันเองประกอบกับผู้ร้องเบิกความตอบคำถามค้านของโจทก์รับว่า คนขับรถบรรทุกของกลางเป็นคนของผู้ร้อง ได้รับค่าจ้างเป็นรายเที่ยวในอัตราร้อยละ 15 ของเงินจำนวน 700 บาท พฤติการณ์แห่งคดีจึงรับฟังได้ว่าเป็นกรณีที่ผู้ร้องร่วมทำธุรกิจกับห้างหุ้นส่วนจำกัดเดชอมรชัย ในการรับจ้างขนส่งน้ำมันกับบริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด มาตั้งแต่เริ่มแรก ดังนั้น ผู้ร้องย่อมรับรู้ถึงการขนส่งน้ำมันในแต่ละเที่ยวว่ามีปริมาณเท่าใด และมีผลทำให้รถบรรทุกของผู้ร้องต้องบรรทุกน้ำมันมีน้ำหนักเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่

ผู้ร้องจะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบโดยอ้างว่าเป็นหน้าที่ของบริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ที่นำสินค้าประเภทน้ำมันมาบรรทุกในรถบรรทุกของกลาง ผู้ร้องจึงไม่ทราบเรื่องน้ำหนักเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดหาได้ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาโจทก์ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิชา มหาคุณ · วิชัย วิวิตเสวี · สุภิญโญ ชยารักษ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 908/2568

โจทก์มิได้ปฏิบัติเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอให้สั่งริบทรัพย์สินของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 35 วรรคสอง โดยครบถ้วนจึงไม่อาจนำบทบัญญัติเรื่องการคืนทรัพย์สินตามความในมาตรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2311/2567

การร้องขอคืนของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน ป.อ. มาตรา 36 นั้น เจ้าของที่แท้จริงซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดย่อมมีสิทธิร้องขอคืนของกลางต่อศาลได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งคำว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 403/2563

ที่ผู้ร้องฎีกาทำนองว่า พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์บรรยายไม่ชอบด้วยกฎหมาย และทรัพย์ของกลางไม่ใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด เห็นว่า คดีร้องขอคืนของกลางมีประเด็นต้องวิน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 335/2563

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2552 จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องและได้นำเงินจำนวน 529,846.58 บาท มาวางที่ศาลชั้นต้นเพื่อเป็นการชำระหนี้ตามคำพิพากษา แต่ขอให้ศาลระงับการจ่ายเงินให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 328/2563

คดีร้องขอคืนของกลางมีประเด็นต้องวินิจฉัยตามคำร้องของผู้ร้องเพียงว่า ศาลจะสั่งคืนของกลางให้แก่ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของแท้จริงและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดหรือไม่เท่านั้น แต่ประเด็นที่ผู้ร้อง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้