คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยแกล้งเอาความที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จไปร้องคัดค้านต่อคณะกรมการอำเภอทุ่งสงว่า ที่ดินที่โจทก์ร้องขอขายให้นายพันนั้นเป็นของจำเลย ฯลฯ คณะกรมการอำเภอจึงได้งดทำหนังสือสัญญาซื้อขายตามคำคัดค้านเท็จของจำเลย เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๕๖,๑๕๗,๑๕๘ จำเลยปฏิเสธ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยไม่ได้ทำผิดตามฟ้อง หากจะมีความผิดก็คงมีผิดฐานแจ้งความเท็จตามมาตร ๑๑๘ แต่โจทก์มิได้ขอมา จึงพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๑๑๘ ปรับ ๒๐๐ บาท
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยมีความผิดฐานแจ้งความเท็จตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๑๘ ปัญหาคงมีว่า โจทก์มิได้อ้างมาตรา ๑๑๘ มาในคำขอท้ายฟ้อง คงอ้างแต่มาตรา ๑๕๕-๑๕๘ ดังนี้ ศาลจะลงโทษได้หรือไม่ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าลงโทษได้เพราะเป็นแต่โจทก์อ้างบทมาตราผิด ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยว่าเป็นเรื่องอ้างบทมาตราผิด ศาลอุทธรณ์พิพากษามาชอบแล้ว
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืน