Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1052/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในชั้นบังคับคดี จำเลยร่วมซึ่งเป็นบุคคลภายนอกยื่นคำร้องคัดค้านว่า ศาลแรงงานกลางมิได้ออกหมายอายัดส่งไปยังจำเลยร่วม จำเลยร่วมได้ใช้สิทธิตามข้อตกลงโอนสิทธิเรียกร้องตามสัญญารับจ้างเหมาที่จำเลยร่วมเป็นผู้ว่าจ้างและจำเลยเป็นผู้รับจ้างที่จะหักเงินค่าจ้างตามที่โจทก์ลูกจ้างขออายัดนำไปจ่ายให้แก่ลูกจ้างของจำเลยคือโจทก์แล้ว และจำเลยร่วมได้แจ้งการใช้สิทธิดังกล่าวให้ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับโอนสิทธิการเรียกร้องเงินค่าจ้างทราบด้วย ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิได้รับเงินจำนวนนี้จากจำเลยร่วม เช่นนี้คำร้องคัดค้านของจำเลยร่วมดังกล่าวเป็นกรณีที่จำเลยร่วมได้รับคำสั่งอายัดทรัพย์ปฏิเสธโต้แย้งสิทธิของผู้ร้องและต่อสู้กับโจทก์อันเป็นการโต้แย้งหนี้ที่เรียกเอาแก่ตน หาใช่เป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับผู้ร้องเท่านั้นไม่ ที่ศาลแรงงานกลางสั่งยกคำร้องคัดค้านของจำเลยร่วมโดยมิได้ไต่สวนคำร้องของจำเลยร่วมตาม ป.วิ.พ. มาตรา 312 ก่อน ถือได้ว่ามิได้ปฏิบัติตาม ป.วิ.พ. ว่าด้วยคำสั่งตามมาตรา243 ประกอบด้วย พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 31 ศาลฎีกาย่อมยกคำสั่งศาลแรงงานกลาง และให้รับคำร้องคัดค้านของจำเลยร่วมไว้ดำเนินการไต่สวนแล้วพิจารณาพิพากษาต่อไปตามรูปคดี.(ที่มา-ส่งเสริม)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 243 ป.วิ.พ. มาตรา 312 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยและจำเลยร่วมชำระเงินให้โจทก์ ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องจำเลยร่วม ปรากฏตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 639/2530ต่อมาศาลแรงงานกลางออกคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษา แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตาม โจทก์จึงขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี และโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินของจำเลยจากจำเลยร่วมเป็นเงิน 777,890บาท เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขออายัดเงินดังกล่าวไปยังจำเลยร่วม ต่อมาผู้ร้องได้ยื่นคำร้องต่อศาลแรงงานกลางว่า จำเลยได้ทำสัญญารับจ้างเหมาทำการก่อสร้างกับจำเลยร่วม จำเลยได้โอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงินค่าจ้างทั้งหมด 3,234,218บาท ให้แก่ผู้ร้องเพื่อชำระหนี้ และจำเลยร่วมได้ยินยอมในการโอนสิทธิเรียกร้องดังกล่าวด้วย

ผู้ร้องได้ติดต่อขอรับเงินที่จำเลยร่วมค้างชำระรวม 2 งวด เป็นเงิน 1,115,858 บาทจึงทราบว่าโจทก์ขอให้ศาลมีคำสั่งอายัดห้ามมิให้จำเลยร่วมจ่ายเงินจำนวน 777,890 บาท แก่จำเลย ผู้ร้องเห็นว่าเงินดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง จึงขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการอายัดเงินดังกล่าว และขอให้จำเลยร่วมชำระเงินดังกล่าวแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า เงินจำนวน 777,890 บาท เป็นเงินของจำเลยตามสัญญาจ้างระหว่างจำเลยร่วมผู้ว่าจ้างกับจำเลยผู้รับจ้าง จะมีการโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงินค่าจ้างระหว่างจำเลยกับผู้ร้องหรือไม่ โจทก์ไม่รับรอง สิทธิที่โจทก์จะได้รับค่าจ้างจากจำเลยย่อมมาก่อนสิทธิของผู้ร้องเพราะเงินดังกล่าวเป็นผลที่เกิดจากการทำงานของโจทก์ทั้งสิ้น

หากโจทก์ไม่ทำงานให้จำเลย จำเลยไม่มีสิทธิที่จะได้รับค่าจ้างเหมาจากจำเลยร่วม ขอให้ศาลมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้อง และให้จำเลยร่วมส่งเงินจำนวน 777,890 บาท ไปยังศาลแรงงานกลางต่อไป จำเลยร่วมยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้ร้องมีสิทธิจะได้รับค่าจ้างตามสัญญาจ้างเพียงเท่าที่จำเลยจะพึงได้รับจากจำเลยร่วม เมื่อสิทธิในการรับเงินดังกล่าวได้โอนไปยังผู้ร้องแล้ว จำเลยจึงไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าจ้างตามสัญญาและโจทก์ไม่มีสิทธิขออายัดเงินดังกล่าวได้ และจำเลยร่วมคัดค้านคำร้องของผู้ร้องว่า ตามสัญญาจ้างระบุว่าถ้าผู้รับจ้างไม่จ่ายเงินให้แก่ลูกจ้าง ผู้รับจ้างยอมให้ผู้ว่าจ้างเอาเงินที่ผู้ว่าจ้างจะต้องจ่ายให้แก่ผู้รับจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างของผู้รับจ้างได้ และให้ถือว่าเงินจำนวนที่จ่ายนี้เป็นเงินค่าจ้างที่ผู้รับจ้างได้รับไปจากผู้ว่าจ้างแล้ว ซึ่งผู้ร้องได้รับทราบแล้ว

เมื่อจำเลยร่วมได้แจ้งการใช้สิทธินำเงินค่าจ้างที่จำเลยร่วมจะต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างของจำเลยคือโจทก์ในคดีนี้ตามสัญญาดังกล่าวแล้ว ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินจำนวน777,890 บาท จากจำเลยร่วมอีกต่อไป ขอให้ศาลมีคำสั่งไต่สวนและมีคำสั่งเพิกถอนการอายัดเงิน 777,890 บาท และขอให้มีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องเสียด้วย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า ที่จำเลยร่วมยื่นคำร้องคัดค้านให้ศาลเพิกถอนคำสั่งอายัดเงินของโจทก์ และขอให้ยกคำร้องของผู้ร้องนั้น ศาลเห็นว่าเป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับผู้ร้องที่จะให้ศาลวินิจฉัยว่าใครจะมีสิทธิในเงินดังกล่าว จำเลยร่วมมีหน้าที่เพียงจะส่งเงินตามหนังสืออายัดเท่านั้น จึงให้ยกคำร้องดังกล่าว จำเลยร่วมอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า'ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 312 บัญญัติว่า'ถ้าบุคคลภายนอกที่ได้รับคำสั่งอายัดทรัพย์ปฏิเสธหรือโต้แย้งหนี้ที่เรียกร้องเอาแก่ตน ศาลอาจทำการไต่สวนและ(1) ถ้าศาลเห็นเป็นที่พอใจว่าหนี้ที่เรียกร้องนั้นมีอยู่จริง ก็ให้มีคำสั่งให้บุคคลภายนอกปฏิบัติตามคำสั่งอายัดหรือ (2) ถ้าศาลเห็นว่ารูปเรื่องจะทำให้เสร็จเด็ดขาดไม่ได้สะดวกโดยวิธีไต่สวน ก็ให้มีคำสั่งอื่นใดในอันที่จะให้เรื่องเสร็จเด็ดขาดไปตามที่เห็นสมควร ฯลฯ' ดังนี้เห็นว่าตามอุทธรณ์ของจำเลยร่วมและตามคำร้องคัดค้านของจำเลยร่วมดังกล่าวข้างต้นนั้นเป็นกรณีที่จำเลยร่วมผู้ได้รับคำสั่งอายัดทรัพย์ปฏิเสธและโต้แย้งสิทธิของผู้ร้องและต่อสู้คดีกับโจทก์

อันเป็นการโต้แย้งหนี้ที่เรียกร้องเอาแก่ตน กับโต้แย้งว่าหนังสืออายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดีมิใช่คำสั่งอายัดที่ชอบด้วยกฎหมายอีกด้วย หาใช่เป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับผู้ร้องเท่านั้นดังที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยไม่ ถึงแม้หลังจากจำเลยร่วมอุทธรณ์คำสั่งแล้วจำเลยร่วมจะนำเงินตามจำนวนที่อายัดมาวางศาลโดยหักภาษีณ ที่จ่าย และภาษีการค้าไว้ก็ตาม (สำนวนอันดับ 29,30) ก็เป็นเพียงจำเลยร่วมได้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลแรงงานกลางที่สั่งให้จำเลยร่วมส่งเงินตามหนังสืออายัดมาวางศาลภายใน 7 วันเท่านั้น หาทำให้ข้อต่อสู้ของจำเลยร่วมต่อผู้ร้องและต่อโจทก์ตามคำร้องคัดค้านและข้ออุทธรณ์ของจำเลยร่วมดังกล่าวข้างต้นระงับสิ้นไปไม่ ที่ศาลแรงงานกลางสั่งยกคำร้องคัดค้านของจำเลยร่วมโดยมิได้ไต่สวนคำร้องคัดค้านของจำเลยร่วมให้สิ้นกระแสความเสียก่อน

ถือได้ว่ามิได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยคำสั่งตามมาตรา 243ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 31 ดังนั้น จึงสมควรดำเนินการไต่สวนคำร้องคัดค้านของจำเลยร่วมต่อไปตามนัยที่ได้วินิจฉัยมาแล้ว ทำนองเดียวกับการไต่สวนคำร้องของผู้ร้องและคำร้องคัดค้านของโจทก์ด้วย ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำร้องคัดค้านของจำเลยร่วมเสียนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของจำเลยร่วมฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำสั่งศาลแรงงานกลาง ให้รับคำร้องคัดค้านของจำเลยร่วมไว้ดำเนินการไต่สวน แล้วพิจารณาพิพากษาต่อไปตามรูปคดี'.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สีนวล คงลาภ · จุนท์ จันทรวงศ์ · จำนง นิยมวิภาต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18948/2555

จำเลยแถลงต่อศาลแรงงานภาค 9 ว่าติดใจเพียงประเด็นเดียวว่าโจทก์ทุจริตและกระทำความผิดอาญายักยอกทรัพย์ของจำเลยเท่านั้น และจำเลยสละประเด็นอื่น แล้วโจทก์จำเลยตกลงท้ากันโดยถือเอาข้อแพ้ชนะในคดีอาญาที่โจทก์ถูกฟ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2551

การที่จะถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์ดำเนินคดีต่อไปและศาลแรงงานมีอำนาจสั่งจำหน่ายคดีได้ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 40 วรรคหนึ่ง ต้องเป็นกรณีที่โจทก์ไม่มาศาลเมื่อศาลสั่งรับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8403/2550

ตามคำฟ้องโจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยมิชอบ โจทก์ได้ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน แต่พนักงานตรวจแรงงานไม่ยอมรับฟังพยานหลักฐานของโจทก์แล้วมีคำสั่งว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยและสินจ้างแทน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5953/2550

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 76 วรรคแรก และมาตรา 77 ให้นายจ้างจะหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดได้ก็เฉพาะกรณีเข้าข้อยกเว้นตามที่บัญญัติไว้เท่านั้น สำหรับกรณีหักเพื่อชดใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8792/2550

โจทก์ในฐานะนายจ้างนำคดีมาสู่ศาลแรงงานกลางตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 125 อันเป็นคดีอุทธรณ์คำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้