Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1051/2510

พ.ศ. 2510 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 344 ผู้หลอกลวงต้องประสงค์ต่อผล คือ การทำงานของผู้ที่ถูกหลอกให้ประกอบการงานให้แก่ตนหรือบุคคลที่สาม โดยจะไม่ใช้ค่าแรงงาน ฯลฯเมื่อคดีได้ความว่าจำเลยหลอกเพื่อให้ส่งเงินเท่านั้น ไม่ได้หลอกให้ทำงาน เพราะไม่มีงานให้ทำ จึงไม่ใช่เป็นการกระทำเพื่อประสงค์ต่อผลตามมาตรา 344 จำเลยไม่มีความผิดตามมาตรานี้พนักงานอัยการไม่มีอำนาจที่จะขอให้จำเลยใช้ค่าแรงงานที่จำเลยยังไม่จ่ายให้แก่ผู้เสียหาย กรณีไม่ต้องด้วยมาตรา 43 เพราะค่าแรงงานหรือค่าจ้างไม่ใช่ทรัพย์สินที่จะเรียกร้องคืน แต่เป็นเรื่องที่ผู้เสียหายชอบที่จะฟ้องบังคับให้จำเลยใช้ในทางแพ่งความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 บัญญัติให้ลงโทษผู้กระทำผิดฐานหลอกลวงประชาชน โจทก์ฟ้องว่าจำเลยหลอกลวง ช. กับพวกรวม 10 คน ไม่ได้ฟ้องว่าหลอกลวงประชาชนจำเลยคงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 เท่านั้นแม้จะมิได้มีฝ่ายใดฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาก็ชอบที่จะปรับบทลงโทษที่ถูกได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยและนายประวัติ สุวรรณพฤกษ์ กับพวกจดทะเบียนก่อตั้งบริษัทสวัสดิภาพ จำเลยเป็นกรรมการผู้จัดการ จำเลยและนายประวัติเปิดสำนักงานสาขาขึ้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมาจำเลยกับพวกร่วมกันโดยเจตนาทุจริต หลอกลวงนายชาตรี เปลี่ยนชาโตกับพวก ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งว่า ผู้ใดมีความประสงค์จะเข้าทำงานกับจำเลยจะต้องมีหลักประกันโดยการสมัครเป็นสมาชิกซื้อหุ้นของบริษัทที่จำเลยเป็นกรรมการ แล้วบริษัทจะรับเข้าทำงาน อย่างต่ำอัตราเงินเดือน ๆ ละ400 บาท เมื่อผู้ใดลาออก ทางบริษัทก็จะรับซื้อและโอนหุ้นทั้งหมดคืนเท่าราคาที่ซื้อ ฯลฯ โดยการกระทำหลอกลวงกบ่าวเท็จของจำเลยกับพวก เป็นเหตุให้นายชาตรีกับพวกหลงเชื่อว่าเป็นความจริงจึงพากันสมัครเข้าทำงานกับจำเลย โดยซื้อหุ้นจากบริษัทจำเลยรวม 10 รายและต่างได้มอบเงินค่าประกันให้แก่จำเลยรวมเป็นเงิน 38,500 บาทจำเลยได้รับเงินดังกล่าวแล้วบรรจุให้แต่ละคนเข้าทำงาน

หาได้มีกิจการให้ทำตามปกติไม่ เงินเดือนก็จ่ายให้ไม่ครบ นายชาตรีกับพวก จึงได้ขอลาออกและขอเงินค่าประกันที่ค้างอีกจำนวนเงิน 35,700 บาทคืน จำเลยไม่คืนให้ ได้ฉ้อโกงเอาเงินไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสียและเงินเดือนที่ค้างก็ไม่จ่ายให้ รวมเป็นเงิน 7,500 บาทขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 343, 344, 83 ขอให้จำเลยคืนเงินค่าหุ้นและค่าแรงงานที่ค้างดังกล่าวจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษตามมาตรา 343 ซึ่งเป็นบทหนัก ให้จำคุก 3 ปี กับคืนเงินค่าหุ้นและค่าแรง 42,000 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 344ผู้หลอกลวงต้องประสงค์ต่อผล

คือ การทำงานของผู้ที่ถูกหลอกให้ประกอบการงานให้แก่ตนหรือบุคคลที่สามโดยจะไม่ใช้ค่าแรงงาน ฯลฯเมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยหลอกเพื่อให้ส่งเงินเท่านั้นไม่ได้หลอกให้ทำงาน เพราะไม่มีงานให้ทำ จึงไม่ใช่เป็นการกระทำเพื่อประสงค์ต่อผลตามมาตรา 344 จำเลยไม่มีความผิดตามมาตรานี้ที่ศาลล่างพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าแรงงานที่จำเลยยังไม่จ่ายด้วยนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ยังไม่ชอบ โดยอัยการไม่มีอำนาจที่จะขอให้จำเลยใช้ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43เพราะค่าแรงงานหรือค่าจ้างไม่ใช่ทรัพย์สินที่จะเรียกร้องคืน แต่เป็นเรื่องที่ผู้เสียหายชอบที่จะไปฟ้องบังคับให้จำเลยใช้ในทางแพ่งที่ศาลล่างพิพากษาให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 นั้นยังไม่ถูกต้อง เพราะความผิดตามมาตรานี้บัญญัติให้ลงโทษแก่ผู้กระทำความผิดฐานหลอกลวงประชาชน แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้หลอกลวงนายชาตรีกับพวกรวม 10 คนเท่านั้น ไม่ได้ฟ้องว่า หลอกลวงประชาชน จึงยังไม่มีความผิดตามมาตรานี้ จำเลยคงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 เท่านั้น แม้จะไม่มีฝ่ายใดฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาชอบที่จะรับบทลงโทษที่ถูกได้พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ส่วนกำหนดโทษให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และให้จำเลยคืนเงินค่าหุ้น 35,700 บาท แก่ผู้เสียหาย คำขอนอกนั้นให้ยกเสีย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศริ มลิลา · ยง เหลืองรังษี · สุทิน เกษคุปต์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้