Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1051/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ซึ่งเป็นผู้เยาว์ได้ยื่นคำร้องต่อศาลขออนุญาตดำเนินคดีด้วยตนเองเพราะไม่มีผู้แทนโดยชอบธรรม เมื่อศาลได้พิจารณาพฤติการณ์ต่างๆ โดยตลอดแล้ว เห็นว่าโจทก์สามารถดำเนินคดีโดยตนเองได้ จึงมีคำสั่งอนุญาตให้ดำเนินคดีได้ตามที่ต้องการ ตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 56 วรรคสุดท้ายนั้น ต้องถือว่าความบกพร่องในเรื่องความสามารถของโจทก์ได้บริบูรณ์แล้ว โจทก์มีอำนาจดำเนินโดยตนเองได้ และคำสั่งของศาลนี้มิใช่กรณีให้โจทก์ดำเนินคดีต่อไปก่อนชั่วคราวในระหว่างแก้ไขข้อบกพร่องในเรื่องความสามารถตามความในมาตรา 56 วรรคสาม ด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 56 ป.วิ.พ. มาตรา 1375

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า หลังจากบิดามารดาโจทก์ถึงแก่กรรมแล้ว จำเลยซึ่งเป็นน้าได้มาช่วยโจทก์ทำนา และเข้าหุ้นส่วนทำไม้ซุงและตั้งโรงสีเล็ก ๆ ต่อมาจำเลยหาเรื่องไล่ฟันโจทก์ โจทก์และน้องมีความกลัวต้องอพยพไปอยู่ที่อื่น จำเลยได้ครอบครองทรัพย์สินของโจทก์ ทั้งได้รื้อเรือนและเผาทรัพย์โจทก์เสียหาย บัดนี้โจทก์บรรลุนิติภาวะ จึงขอเรียกทรัพย์คืนและเรียกค่าเสียหายจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ ให้จำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไป ห้ามเกี่ยวข้อง ให้จำเลยใช้เงินโจทก์ 3,125 บาทกับดอกเบี้ยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องด้วยกับคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์ดำเนินคดีและด่วนพิพากษาคดีไปขณะโจทก์ยังเป็นผู้เยาว์ แต่ปรากฏว่าเมื่อคดีนี้ขึ้นมาสู่ศาลอุทธรณ์ โจทก์บรรลุนิติภาวะแล้วจึงมีอำนาจดำเนินคดีได้ และพิพากษายืนจำเลยฎีกามีปัญหาข้อกฎหมายมาสู่ศาลฎีกาในเรื่องอำนาจฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ความบกพร่องในเรื่องความสามารถในการดำเนินคดีเป็นเรื่องที่อาจแก้ไขให้บริบูรณ์ในภายหลังได้ ปรากฏว่า โจทก์ได้ยื่นคำร้องต่อศาลขออนุญาตดำเนินคดีด้วยตนเอง โดยอ้างเหตุว่าไม่มีผู้แทนโดยชอบธรรมศาลชั้นต้นได้พิจารณาพฤติการณ์ต่าง ๆ โดยตลอดแล้ว เห็นว่า โจทก์สามารถดำเนินคดีโดยตนเองได้ จึงได้มีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องของโจทก์โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 56 วรรคสุดท้ายแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง กรณีจึงต้องถือว่าความบกพร่องในเรื่องความสามารถของโจทก์ได้บริบูรณ์แล้ว โจทก์มีอำนาจดำเนินคดีโดยตนเองได้ จึงได้มีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องของโจทก์ โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 56 วรรคสุดท้ายกรณีจึงต้องถือว่าความบกพร่องในเรื่องความสามารถของโจทก์ได้บริบูรณ์แล้ว

โจทก์มีอำนาจดำเนินคดีด้วยตนเองต่อไปได้จนคดีถึงที่สุด และโดยที่ขณะศาลชั้นต้นมีคำสั่งนั้น ได้สืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จสิ้นแล้ว ศาลชั้นต้นจึงได้พิพากษาคดีต่อมา กระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว และคำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวนี้มิใช่กรณีที่สั่งให้โจทก์ดำเนินคดีต่อไปก่อนชั่วคราวในระหว่างแก้ไขข้อบกพร่องในเรื่องความสามารถตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 56 วรรค 3 หากเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้อนุญาตหรือให้ความยินยอมให้โจทก์ดำเนินคดีได้ตามที่ต้องการตามความในวรรคท้ายของมาตรา 56พิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยง เหลืองรังษี · ประมูล สุวรรณศร · พร สุขารมณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4217/2565

โจทก์ร่วมอายุ 10 ปีเศษ ถูกจำเลยล่วงละเมิดทางเพศ มิได้ถูกทำร้ายถึงตายหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจะจัดการเองได้ การขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมต้องกระทำโดยผู้แทนโดยชอบธรรม กรณีเป็นบิดาต้องเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5323/2562

แม้จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ทำนองว่า การที่โจทก์ที่ 3 ไม่บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 6 กระทำละเมิดในทางการที่จ้างจึงขาดสาระสำคัญและศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ ทำให้การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3727/2561

โจทก์เป็นคนไร้ความสามารถอยู่ในความอนุบาลของ ช. ผู้อนุบาลตามคำสั่งศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครราชสีมาและคดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์ฟ้องคดีนี้ให้จำเลยทั้งสามรับผิดตาม ป.อ. มาตรา 83, 350 โดยทำหนังสือมอบอำนา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8658/2560

สิทธิในการได้รับค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์ร่วมซึ่งเป็นมารดาผู้ตายกับเด็กหญิง ธ. และเด็กชาย อ. บุตรทั้งสองของผู้ตายจะเรียกจากผู้ทำละเมิดเป็นสิทธิเฉพาะตัวของแต่ละคน โจทก์ร่วมเป็นย่ามิใช่ผู้แทนโดยชอบธรรมหร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4713/2556

โจทก์บรรยายฟ้องและนำสืบโดยชัดแจ้งว่า บ. อยู่กินฉันสามีภริยากับ ว. ผู้ตายโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน มีบุตรด้วยกัน คือ ค. ผู้เยาว์ ดังนั้น ค. บุตรของ ว. ผู้ที่ถูกทำร้ายถึงตายถือเป็นผู้สืบสันดาน เป็นโจทก์…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้