Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 105/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยถูกฟ้องว่าบุกรุกที่พิพาท ศาลลงโทษไปแล้ว การที่จำเลยอยู่ในที่พิพาท ต่อมาหลังจากศาลพิพากษาคดีก่อนแล้ว แม้ต่อมาที่พิพาทจะเปลี่ยนมือเป็นของผู้อื่น จำเลยก็ยังไม่ได้ทำประการใดที่จะถือว่าเป็นกรรมใหม่ คงอยู่ในที่พิพาทต่อมาตามปกติ จึงไม่เป็นความผิดฐานบุกรุกตามที่โจทก์ฟ้อง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงวันที่ 10 ตุลาคม 2518 จำเลยบุกรุกเข้าไปในนาของนายสมพงษ์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362, 365จำเลยให้การว่า นายสมพงษ์มิใช่ผู้เสียหาย ทั้งความผิดอันเดียวกันนี้ศาลพิพากษาลงโทษไปแล้ว เป็นฟ้องซ้ำศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365 แต่ให้ลงโทษตามมาตรา 365 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 6 เดือนปรับ 500 บาท โทษจำคุกรอไว้ 2 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การท่จำเลยครอบครองที่พิพาทนั้นถือได้ว่าเป็นการรบกวนการครอบครองที่พิพาทแล้ว ไม่จำต้องประกอบด้วยการกระทำ "เข้าไป" พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า จำเลยครอบครองที่พิพาทมาตั้งแต่ พ.ศ. 2511 จนทุกวันนี้ไม่เคยมีกริยาเข้าไปในที่พิพาทเลย

นายสมพงษ์ไม่เคยครอบครองที่พิพาท จึงไม่เป็นผู้เสียหายศาลฎีกาฟังว่า เดิมที่พิพาทเป็นของนายพรม จำเลยเป็นบุตรเขยและอาศัยทำกินในที่พิพาทกับนายพรม ต่อมานายพรมขายที่พิพาทให้นายไกรศักดิ์เมื่อ พ.ศ. 2513 แต่ทั้งนายพรมและจำเลยยังคงอยู่ในที่พิพาท ต่อมานายพรมตาย นายไกรศักดิ์แจ้งความเมื่อ พ.ศ. 2517 ว่าจำเลยบุกรุกที่พิพาท

โจทก์ฟ้อง จำเลยรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2517 จำคุกและปรับแต่โทษจำคุกให้ยก ต่อมาเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2518 นายสมพงษ์ผู้เสียหายคดีนี้ซื้อที่พิพาทจากนายไกรศักดิ์ แล้วหาว่าจำเลยบุกรุกวินิจฉัยว่า การที่จำเลยอยู่ในที่พิพาทต่อมาหลังจากศาลพิพากษาคดีก่อนแล้ว แม้ต่อมาที่พิพาทจะเปลี่ยนมือเป็นของผู้อื่น จำเลยก็ยังไม่ได้ทำประการใดที่จะถือว่าเป็นกรรมใหม่ คงอยู่ในที่พิพาทต่อมาตามปกติ จึงไม่เป็นความผิดฐานบุกรุกตามที่โจทก์ฟ้อง ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นต่อไปพิพากษากลับ เป็นให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิทยา มงคล · บัญญัติ สุชีวะ · พิสัณห์ ลีตเวทย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้