Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 104983)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้การกระทำอันเป็นมูลให้จำเลยฟ้องโจทก์จะเป็นเรื่องเดียวกัน แต่จำเลยได้ฟ้องเท็จโจทก์หลายคดี โดยแบ่งการกระทำเป็นหลายครั้งหลายกรรมแสดงว่าจำเลยมิได้มีเจตนาอัน เดียวกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรม เมื่อจำเลยเอาความเท็จมาฟ้องคดีโจทก์ทำให้โจทก์เสียหาย โจทก์ย่อมเป็นผู้เสียหายและความผิดของจำเลยย่อมเกิดขึ้นทันทีที่จำเลยฟ้องคดี หาใช่ความผิดของจำเลยเกิดขึ้นและโจทก์เป็นผู้เสียหายเมื่อคดีที่จำเลยฟ้องโจทก์ถึงที่สุดแล้วไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องทั้งสี่สำนวนว่า จำเลยกับพวกได้ร่วมกันเอาความอันเป็นเท็จฟ้องโจทก์ทั้งสองต่อศาลอาญากล่าวหาว่าโจทก์กระทำความผิดฐานปลอมเอกสาร ใช้เอกสารปลอมและยักยอก รวม ๕ สำนวน ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา ๑๗๕

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วให้ประทับฟ้องเฉพาะนายนิมนต์จำเลย นายนิมนต์จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่านายนิมนต์จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๑๗๕ นายนิมนต์จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน นายนิมนต์จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่นายนิมนต์จำเลยฎีกาว่าแม้โจทก์ทั้งสองจะฟ้องจำเลยมาหลายคดีก็ตาม แต่ตามลักษณะของคดีที่จำเลยถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดนั้น เห็นได้ว่า เป็นมูลคดีอันเดียวกันโดยมีเจตนาอันเดียวกันและแม้จำเลยจะยื่นฟ้องโจทก์ทั้งสองหลายคดีโดยแบ่งการกระทำเป็น หลายครั้งก็ไม่ทำให้การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระกัน นั้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่าเมื่อจำเลยเองก็ยอมรับว่าจำเลยฟ้องโจทก์หลายคดีโดยแบ่งการกระทำเป็นหลายครั้ง เช่นนี้แสดงว่าจำเลยมิได้มีเจตนาอันเดียวกัน เมื่อความผิดของจำเลยเกิดจากการที่จำเลยฟ้องโจทก์ ย่อมเห็นได้ว่าการกระทำความผิดของจำเลยนั้นแบ่งการกระทำเป็นหลายครั้งหลายกรรมเช่นเดียวกับที่จำเลยฟ้องโจทก์

ทั้งจำเลยก็ประสงค์จะให้ศาลลงโทษโจทก์หลายกรรม จะอ้างว่าการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวหาได้ไม่ นอกจากนี้โจทก์ทั้งสองก็ฟ้องจำเลยเป็น ๔ คดี แต่ละคดีนั้นระบุความผิดของจำเลยที่ฟ้องโจทก์ในต่างคดีกันเห็นได้ชัดว่าโจทก์ฟ้องขอให้ศาลลงโทษจำเลยต่างกรรมต่างวาระกัน การกระทำของจำเลยตามที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมาก็เป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระกัน ที่จำเลยฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า คดีที่จำเลยฟ้องโจทก์กับพวกยังไม่ถึงที่สุดเพราะยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาไม่เป็นการแน่ชัดว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามข้อกล่าวหาของโจทก์หรือไม่ ศาลจะวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำผิดตามข้อกล่าวหาของโจทก์ยังไม่ได้ โจทก์ยังไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยนั้น เห็นว่า เมื่อจำเลยเอาความเท็จมาฟ้องคดีโจทก์ทำให้โจทก์เสียหาย โจทก์ย่อมเป็นผู้เสียหายและความผิดของจำเลยย่อมเกิดขึ้นทันทีที่จำเลยฟ้องคดี หาใช่ความผิดของจำเลยเกิดขึ้นและโจทก์เป็นผู้เสียหายเมื่อคดีที่จำเลยฟ้องโจทก์ถึงที่สุดแล้ว ดังข้อฎีกาของจำเลยไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สุนทร จันทรศักดิ์
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายอุระ หวังอ้อมกลาง
ศาลอุทธรณ์ - นายวัชรินทร์ รักขพันธ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3761/2546

ขณะที่จำเลยกระทำผิดในคดีนี้และคดีก่อน จำเลยเป็นพนักงานของธนาคาร ก. ซึ่งเป็นผู้เสียหายอยู่ด้วยในทุกคดีโดยถือโอกาสที่เป็นพนักงานกระทำผิดเกี่ยวกับเอกสารและทรัพย์โดยมีเจตนาเพื่อเบียดบังเอาเงินของลูกค้าผู้…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 26713)

นับตั้งแต่วันที่ประกาศกระทรวงการคลัง ฉบับลงวันที่ 19 กันยายน2519 เรื่อง กำหนดกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5(7) แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 และประกาศกระทรวงการคลังฉบับลงวันที่ 19 กันยายน 2519เรื่…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 104943)

นับตั้งแต่วันที่ประกาศกระทรวงการคลัง ฉบับลงวันที่ 19 กันยายน 2519 เรื่อง กำหนดกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 (7) แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 และประกาศกระทรวงการคลังฉบับลงวันที่ 19 กันยายน 2519 เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1093/2568

การที่โจทก์ทั้งสองโอนเงินให้แก่จำเลยทั้งสอง จึงเป็นการเชื่อจากกลอุบายการหลอกลวงของจำเลยทั้งสองมาตั้งแต่ต้นโดยใช้ผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราสูงเป็นเครื่องล่อใจเป็นวิธีการหลอกลวงอย่างหนึ่งและจำเลยทั้งสองยัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3473/2563

โจทก์ฟ้องและขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 5, 9, 10, 12 (1) (2) อันเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน มิใช่เป็นความผิดอันยอมความได้ ดังนั้น พนักงานสอบสวนย่อมมีอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้