Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1048/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามคำฟ้องโจทก์กล่าวอ้างแต่เพียงว่า โจทก์ทั้งสี่เป็นบุตร นอกกฎหมายของ ม. และก่อนถึงแก่กรรม ม. บิดาโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท มิได้กล่าวอ้างว่าโจทก์ทั้งสี่มีสิทธิรับมรดกที่ดินพิพาทแปลงนี้ในฐานะอะไร เพราะบุตรนอกกฎหมายที่มีสิทธิรับมรดกของบิดาได้จะต้องเป็นบุตรที่บิดาได้รับรองแล้วดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1627แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และตามพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบ ก็ไม่ปรากฏว่าพฤติการณ์อันใดที่แสดงว่าโจทก์ทั้งสี่เป็นบุตร นอกกฎหมาย ที่บิดารับรองแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิในที่ดินพิพาทจึงไม่มีอำนาจฟ้องเกี่ยวกับ ที่ดินแปลงนี้ และเรื่องอำนาจฟ้องนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้คู่ความจะมิได้ยกขึ้นกล่าวอ้าง หากแต่ศาลพิจารณาเห็นสมควรย่อมมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยชี้ขาดคดีได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสี่ฟ้องว่า เป็นบุตรนอกกฎหมายของนายมา ก่อนตายนายมาเป็นเจ้าของที่ดินพิพาท ได้ให้จำเลยทั้งสองอาศัยและทำนาทั้งปลูกกระเทียมและถั่ว โดยจำเลยให้ข้าวและเงินเป็นค่าตอบแทน หลังจากนายมาตาย จำเลยก็ยังอาศัยทำนาและทำสวนตามเดิม แต่ไม่ยอมให้ข้าวและค่าตอบแทนแก่โจทก์ ขอให้ขับไล่และให้ใช้ค่าตอบแทน 7 ปี ก่อนฟ้องจำเลยทั้งสองให้การว่าเดิมที่พิพาทเป็นของนายมา นางชุ่ม และจำเลยที่ 1 ร่วมกัน ให้นายมาลงชื่อในโฉนดแทน ได้แบ่งแยกกันครอบครองตลอดมา ยังไม่ได้แบ่งแยกโฉนดนายมาก็ตายเสียก่อน เมื่อนายมาตาย โจทก์ได้ขายส่วนของนายมาไปแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิใด ๆ ในที่พิพาท ไม่มีอำนาจฟ้อง และฟ้องขาดอายุความศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีสิทธิใด

ๆ ในที่พิพาท พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ตามคำฟ้องและข้อนำสืบของโจทก์ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว โจทก์ทั้งสี่จึงไม่มีสิทธิรับมรดกของนายมา ที่พิพาทจึงไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของโจทก์ทั้งสี่ โจทก์ทั้งสี่ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายืนในผลโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่นั้น เห็นว่าคดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องพอสรุปความได้ว่า โจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรนายมาและนางคำมูลบิดามารดาของโจทก์มิได้จดทะเบียนสมรสกัน บิดาโจทก์ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2512 โจทก์ทั้งสี่ซึ่งเป็นผู้เยาว์ได้อยู่กับนางคำมูลมารดาผู้แทนโดยชอบธรรม ก่อนนายมาบิดาโจทก์ถึงแก่กรรม นายมาเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ 2022 จำเลยทั้งสองอาศัยปลูกเรือนอยู่ในที่ดินแปลงนี้ และจำเลยที่ 1 ได้ทำนาทำสวนในที่ดินด้วย หลังจากนายมาบิดาโจทก์ถึงแก่กรรมแล้ว จำเลยที่ 1 ยังคงทำนาทำสวนในที่ดินต่อมา แต่จำเลยที่ 1 ไม่แบ่งข้าวเปลือกและให้ค่าตอบแทนแก่โจทก์และโต้แย้งสิทธิของโจทก์

โจทก์ทั้งสี่จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรื้อถอนเรือนออกไปจากที่ดินของโจทก์และให้จำเลยที่ 1 ส่งมอบข้าวเปลือกหรือใช้ราคาและชำระค่าตอบแทน ตามคำฟ้องโจทก์กล่าวอ้างแต่เพียงว่า โจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรนอกกฎหมายของนายมา และก่อนถึงแก่กรรมนายมาบิดาโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโฉนดที่ 2022 เท่านั้น มิได้กล่าวอ้างว่าโจทก์ทั้งสี่ซึ่งเป็นบุตรนอกกฎหมายของนายมามีสิทธิรับมรดกที่ดินพิพาทแปลงนี้ในฐานะอะไร เพราะการเป็นบุตรนอกกฎหมายหามีสิทธิรับมรดกของบิดาผู้ตายไม่ บุตรนอกกฎหมายที่มีสิทธิรับมรดกของบิดาผู้ตายได้จะต้องเป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วดังที่บัญญัติไว้มาตรา 1627 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และตามพยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบก็ไม่ปรากฏมีพฤติการณ์อันใดที่แสดงว่าโจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรนอกกฎหมายที่นายมาบิดาได้รับรองแล้ว

ดังนี้ แม้จะฟังตามที่โจทก์อ้างว่านายมาบิดาเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรนอกกฎหมายซึ่งนายมาบิดาไม่ได้รับรองก็ไม่มีสิทธิรับมรดกของนายมาตามบทบัญญัติมาตรา 1627 ดังกล่าว โจทก์ไม่มีสิทธิในที่ดินพิพาทโฉนดที่ 2022 จึงไม่มีอำนาจฟ้องเกี่ยวกับที่ดินแปลงนี้ และเรื่องอำนาจฟ้องนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้คู่ความจะมิได้ยกขึ้นกล่าวอ้าง หากแต่ศาลพิจารณาเห็นสมควรย่อมมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยชี้ขาดคดีได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5) คำพิพากษาฎีกาที่ 88/2516 ที่โจทก์ยกขึ้นอ้างนั้นข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ เมื่อฟังว่าโจทก์ทั้งสี่ไม่มีอำนาจฟ้องแล้ว ฎีกาข้ออื่นของโจทก์ไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงจึงไม่จำต้องวินิจฉัยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ภิญโญ ธีรนิติ · สีห์ คลายนสูตร · ภักดิ์ บุณย์ภักดี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้