Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 104628)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยหลอกลวงโจทก์ร่วมว่าสามารถช่วยเหลือโจทก์ร่วมให้เข้าทำงานเป็นพนักงานของการรถไฟ ฯ ได้โดยไม่ต้องสอบและเรียกเงินจากโจทก์ร่วมอ้างว่าจะนำไปเป็นค่าติดต่อกับผู้ใหญ่และเป็นค่าใช้จ่าย ไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมให้เงินไปเพื่อให้จำเลยนำไปให้เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำการใด ๆ อันมิชอบด้วยหน้าที่ ถือไม่ได้ว่าเป็นการใช้ให้กระทำผิดกฎหมาย โจทก์ร่วมย่อมเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย ความผิดฐานฉ้อโกง ศาลชั้นต้นยกฟ้องปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์ร่วมมิใช่ผู้เสียหายตามกฎหมาย โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวจึงไม่ต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 22 ทวิ และเป็นดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ที่จะพิจารณาว่าเป็นการจำเป็นหรือไม่ที่จะสั่งให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าไม่จำเป็นและสมควรวินิจฉัยเสียเองก็ย่อมกระทำได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๒๖ เวลากลางวันถึงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๒๖ เวลากลางวันจำเลยทั้งสองกับพวกได้ร่วมกันหลอกลวงนางสาวศศิธร บุญสุข ผู้เสียหาย (โจทก์ร่วม) ว่าจำเลยกับพวกสามารถช่วยเหลือผู้เสียหายให้เข้าทำงานเป็นพนักงานของการรถไฟ ฯ ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่การเงินได้โดยไม่ต้องสอบเข้า เพราะพวกของจำเลยมีสามีเป็นนายสถานีรถไฟหัวลำโพง สามีของพวกจำเลยจะเป็นผู้ดำเนินการให้ผู้เสียหายเข้าทำงานได้ เป็นเหตุให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าเป็นความจริง จึงจ่ายเงินจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท ให้จำเลยกับพวกไป ความจริงจำเลยกับพวกไม่มีเจตนาจะดำเนินการให้ผู้เสียหายเข้าทำงานการรถไฟ ฯ ก็มิได้เปิดรับสมัครพนักงานเจ้าหน้าที่การเงินในระหว่างเกิดเหตุ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๘๓ และคืนเงินแก่ผู้เสียหาย

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โดยวินิจฉัยว่าโจทก์ร่วมมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ ลงโทษจำคุกคนละ ๖ เดือนและให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินแก่โจทก์ร่วม

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา ระหว่างฎีกา โจทก์ร่วมขอถอนคำร้องทุกข์เฉพาะจำเลยที่ ๒

ศาลฎีกาเห็นว่าสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๒) ให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒

ศาลฎีกาวินิจฉัยคดีสำหรับจำเลยที่ ๑ ว่า ปัญหาว่าโจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยรับเงินจากโจทก์ร่วมโดยบอกว่าจะนำไปเป็นค่าติดต่อกับผู้ใหญ่ให้เข้าทำงานและเป็นค่าใช้จ่ายข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมให้เงินไปเพื่อให้จำเลยนำไปให้เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำการใด ๆ อันมิชอบด้วยหน้าที่ จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ร่วมได้ร่วมกับจำเลยนำสินบนไปให้แก่เจ้าพนักงานอันเป็นการใช้ให้กระทำผิดกฎหมาย โจทก์ร่วมย่อมเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย มีสิทธิร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับจำเลย ส่วนที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจยกปัญหาข้อเท็จจริงขึ้นวินิจฉัย เพราะคดีนี้ศาลแขวงนครสวรรค์พิพากษายกฟ้อง การอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องมีการดำเนินการตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.๒๔๙๙ มาตรา ๒๒ ทวิ

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย จึงไม่ต้องดำเนินการตามบทกฎหมายดังกล่าว และเป็นดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ที่จะพิจารณาว่า เป็นการจำเป็นหรือไม่ที่จะสั่งให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าไม่จำเป็นและสมควรวินิจฉัยเสียเองก็ย่อมกระทำได้โดยชอบ

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนวย เปล่งวิทยา · สุชาติ จิวะชาติ · เสรี แสงศิลป์
ศาลล่าง
ศาลแขวงนครสวรรค์ - นายพรเทพ อัมพรกลิ่นแก้ว
ศาลอุทธรณ์ - นายไพฑูรย์ เนติโพธิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2565 (เลขอ้างอิง 693444)

โจทก์ร่วมทั้งสองถูกจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้เอกสารราชการสำเนาใบอนุญาตก่อสร้างอาคารและสำเนาระวางที่ดินปลอมมาหลอกลวงขายที่ดินพิพาท ซึ่งเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่าไม่มีสิ่งปลูกสร้างว่าเป็นที่ดินมีสิ่งปลูกสร้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 335/2563

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2552 จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องและได้นำเงินจำนวน 529,846.58 บาท มาวางที่ศาลชั้นต้นเพื่อเป็นการชำระหนี้ตามคำพิพากษา แต่ขอให้ศาลระงับการจ่ายเงินให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7435/2562

แม้ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ชักชวนสมาชิกมาร่วมลงทุนกับจำเลยประมาณสิบกว่าคน โดยให้คำรับรองว่า บริษัท M. จะคืนเงินลงทุนให้ภายใน 3 เดือน หากบริษัทดังกล่าวไม่คืนเงินให้ โจทก์จะใช้เงินส่วนตัวคืนเงินลงทุน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8013/2561

โจทก์ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 กู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดอันเป็นความผิดต่อพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะที่โจทก์ฟ้อง และเป็นคว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3987/2557

ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ตามปกติโจทก์ร่วมจ่ายเงินค่าซื้อข้าวโพดหวานให้เกษตรกรภายใน 7 วัน ถึง 15 วัน นับแต่วันที่ซื้อ หากเกษตรกรรายใดประสงค์จะขอรับเงินก่อนภายใน 1 ถึง 2 วัน จะต้องขายลดสิทธิการรับเงิน โดยเกษ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้