Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1046/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า เดิมเป็นของ ว. แต่จำเลยได้ครอบครองมาจนเกินเวลาที่ ว. จะได้คืนซึ่งการครอบครองแล้ว ว. ย่อมไม่มีสิทธิจะโอนขายที่พิพาทให้โจทก์ โจทก์รู้เห็นว่าจำเลยได้ครอบครองที่พิพาทอย่างเป็นเจ้าของมาตั้งแต่ก่อนโจทก์และ ว. จะตกลงซื้อขายที่พิพาทกันและพฤติการณ์ที่จำเลยคัดค้านไม่ให้ ว. ขายที่พิพาทให้แก่โจทก์ถึงสองครั้ง แม้จำเลยมิได้ฟ้องคดีต่อศาลภายใน 30 วันตามคำสั่งของอำเภอ แต่การที่เจ้าพนักงานที่ดินอำเภอทำสัญญาซื้อขายที่พิพาทให้โจทก์และ ว. แล้วออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่พิพาทให้โจทก์ในวันเดียวกันย่อมส่อแสดงว่าโจทก์รับซื้อที่พิพาทโดยไม่สุจริตทั้งหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่พิพาทที่โจทก์ได้มา ก็มิใช่หลักฐานกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนเช่นโฉนด จึงจะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299, 1300, มาปรับแก่กรณีหาได้ไม่ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1758/2513)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 5 ป.พ.พ. มาตรา 1299 ป.พ.พ. มาตรา 1300 ป.พ.พ. มาตรา 1375 พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 มาตรา 9

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเข้าไปขุดดินในที่ดินของโจทก์ซึ่งได้มาและจดทะเบียนการได้มาโดยสุจริต เสียค่าตอบแทน และได้ปกครองมาโดยชอบด้วยกฎหมายจำเลยเอาดินของโจทก์ไป ทั้งเก็บมะพร้าวและทำรั้วรอบเขตที่ดิน ขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง และให้ใช้ค่าเสียหายจำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยซึ่งครอบครองมา โจทก์ร่วมกับพวกฉ้อโกงจำเลย และได้ที่ดินโดยไม่สุจริตและไม่ชอบด้วยกฎหมาย นิติกรรมเป็นโมฆะศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องและให้ใช้ค่าเสียหาย 20 บาทจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยซึ่งเป็นน้องของนายวอนได้ปลูกเรือนอยู่ในที่ดินภายในเส้นสีเขียวในแผนที่พิพาท ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของที่ดินและเรือนของนายวอน

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2503 นายวอนและจำเลยยื่นเรื่องราวขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมต่อเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอฉวางขอแบ่งขายที่ดินของนายวอนส่วนที่อยู่ภายในเส้นสีเขียวให้แก่จำเลย แต่ไม่ได้ทำนิติกรรมซื้อขายกันตามคำขอโดยไม่ปรากฏเหตุผลเป็นหลักฐานทางอำเภอ และจำเลยคงอยู่ในที่ดินภายในเส้นสีเขียวตลอดมา ต่อมานายวอนจะขายที่พิพาทภายในเส้นสีแดงซึ่งเป็นที่ดินส่วนหนึ่งที่อยู่ภายในเส้นสีเขียวและอยู่ทางทิศตะวันออกติดต่อกับเรือนจำเลย จำเลยได้ยื่นคำคัดค้านต่อเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอฉวาง เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2508 ว่าจำเลยได้มาทำการซื้อขายที่ดินภายในเส้นสีเขียวกับนายวอนไว้ที่อำเภอแล้วตามเอกสารหมาย จ.4 และเมื่อนายกระจ่าง

ชูพันธ์ เจ้าพนักงานที่ดินได้ทำบันทึกการเปรียบเทียบเมื่อวันที่8 กุมภาพันธ์ 2509 จำเลยอ้างว่าที่พิพาทภายในเส้นสีแดงเป็นของจำเลยมาแต่เดิม ตามเอกสารหมาย จ.5 ทางอำเภอจึงสั่งให้จำเลยมาฟ้องคดีต่อศาลภายใน 30 วัน แต่จำเลยไม่ฟ้องอำเภอจึงทำสัญญาซื้อขายที่พิพาทให้นายวอนและโจทก์ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2510 ตามเอกสารหมาย จ.7 และในวันเดียวกันนั้น ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่พิพาทให้โจทก์ด้วย ตามเอกสารหมาย จ.6 เช่นนี้ เห็นได้ว่าจำเลยได้ครอบครองที่ดินภายในเส้นสีเขียวมาตั้งแต่ก่อนปี 2503 การที่นายวอนและจำเลยได้ยื่นเรื่องราวของทำการซื้อขายที่ดินภายในเส้นสีเขียว แสดงว่าจำเลยได้ครอบครองที่ดินภายในเส้นสีเขียวซึ่งรวมทั้งที่พิพาทภายในเส้นสีแดงด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาตั้งแต่ปี 2503จำเลยจึงได้โต้แย้งคัดค้านการจะซื้อขายที่พิพาทในระหว่างนายวอนและโจทก์เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2508 และเมื่อทำบันทึกการเปรียบเทียบกันในวันที่ 8กุมภาพันธ์ 2509 คดีฟังได้ว่าจำเลยได้ครอบครองที่พิพาทซึ่งเป็นที่ดินมือเปล่าส่วนหนึ่งของที่ดินภายในเส้นสีเขียวมาจนเกินเวลาที่นายวอนจะได้คืนซึ่งการครอบครองที่พิพาท

นายวอนจึงไม่มีสิทธิจะโอนขายที่พิพาทให้แก่โจทก์คดียังได้ความต่อไปว่า บ้านเรือนของโจทก์และของจำเลยอยู่ใกล้ชิดติดต่อกันและเห็นกัน จึงเชื่อว่าโจทก์ได้รู้เห็นจำเลยได้ครอบครองที่พิพาทอย่างเป็นเจ้าของมาตั้งแต่ก่อนโจทก์และนายวอนจะตกลงซื้อขายที่พิพาทกันและตามพฤติการณ์ที่จำเลยได้คัดค้านไม่ให้นายวอนขายที่พิพาทให้แก่โจทก์ถึงสองครั้ง แม้จำเลยมิได้ฟ้องคดีต่อศาลภายใน 30 วันตามคำสั่งของอำเภอแต่การที่เจ้าพนักงานที่ดินอำเภอฉวางได้ทำสัญญาซื้อขายที่พิพาทให้โจทก์และนายวอน แล้วจึงออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่พิพาทให้โจทก์ในวันเดียวกัน ย่อมส่อแสดงว่าโจทก์รับซื้อที่พิพาทมาโดยไม่สุจริต ทั้งหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่พิพาทที่โจทก์ได้มา

หาใช่หลักฐานกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนเช่นโฉนดไม่ จึงจะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299, 1300 มาปรับแก่กรณีเช่นในคดีนี้ดังข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ได้ด้วย โดยนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 1758/2513 คดีระหว่างนายผัน แสนทน โจทก์ นายม้วน มีสอาด จำเลย โจทก์จึงไม่ได้สิทธิครอบครองที่พิพาท และไม่มีสิทธิในที่พิพาทดีกว่าจำเลยพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพจน์ ถิระวัฒน์ · สมคิด มงคลชาติ · ไพโรจน์ ไวกาสี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1803/2493

ที่นามือเปล่าไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน ผู้ที่ครอบครองคงมีแต่สิทธิครอบครองเท่านั้น เมื่อสละการครอบครองให้ผู้อื่นเข้าครอบครองเป็นเจ้าของ ผู้นั้นก็ย่อมได้สิทธิครอบครองซื้อที่นามือเปล่าโดยทำสัญญาซื้อข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7214/2538

พ.สามีจำเลยเคยถูก ส.ร้องทุกข์และกล่าวหาดำเนินคดีในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ พ.ต่อสู้ว่าที่ดินที่ปลูกต้นไม้เป็นของ พ.ได้รับมาโดยทางมรดกมิได้อาศัยหรือเช่าที่ดินแปลงนั้นจากใคร ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า คดีไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1059/2537

หลังจากทำสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทแล้วมารดาโจทก์ได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตลอดมา จำเลยที่ 1 ไม่เคยเข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทเลย ต่อมามารดาโจทก์ยกที่ดินพิพาทให้โจทก์ แม้การซื้อขายที่ดินพิพาทร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1370/2500

โจทก์ใช้ทางเดินผ่านที่โฉนด 2787 ไปออกทางสาธารณะมาเกิน 10 ปีโดยถือวิสาสะหรือเจ้าของยินยอมไม่โต้แย้ง โจทก์ย่อมได้มาซึ่งสิทธิภาระจำยอมโดยอายุความ เมื่อจำเลยซื้อที่โฉนด 2787 โดยรู้ถึงสิทธินี้ของโจทก์ แม้โ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1145/2495

สัญญาจะขายที่ดินให้แก่เขาแล้ว กลับเอาไปขายแก่คนอื่น โดยสมยอมกันเพื่อจะไม่ขายที่ดินให้ผู้ซื้อคนแรก ดังนี้ ผู้ซื้อคนแรกมีสิทธิฟ้องผู้ขายและผู้ซื้อรายหลังขอให้ทำลายนิติกรรมการซื้อขายรายหลังเสียและขอให้ผู…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้