Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10454/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการข้อที่ 1 ที่ว่าผู้ร้องมีสิทธิได้รับค่าธรรมเนียมการจัดการเต็มจำนวนโดยไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายนั้น คำชี้ขาดดังกล่าวไม่อาจถือได้ว่าขัดต่อประมวลรัษฎากร เพราะการที่ผู้คัดค้านซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างจะต้องชำระเงินค่าธรรมเนียมการจัดการให้แก่ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับจ้างและได้รับเงินได้พึงประเมินตามที่จ่ายในประเทศไทย อันเป็นเหตุให้ผู้ร้องต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล และผู้คัดค้านซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายไว้ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากรก็ตาม แต่หน้าที่ของผู้ร้องในการที่ต้องชำระภาษีจากเงินได้พึงประเมิน และหน้าที่ของผู้คัดค้านในการที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินที่ต้องจ่ายให้แก่ผู้ร้องก็ไม่ได้ถูกลบล้างไปโดยข้อตกลงตามสัญญาการจัดการดังกล่าว สัญญาการจัดการระหว่างผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ตกลงกันให้ผู้รับจ้างได้รับผลตอบแทนเต็มจำนวน ย่อมสามารถคิดคำนวณกันได้ คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการจึงเป็นการชี้ขาดเฉพาะในเรื่องของสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดของคู่สัญญาตามสัญญาการจัดการ ที่เป็นผลให้ผู้คัดค้านต้องชำระเงินค่าตอบแทนตามสัญญาในรูปค่าธรรมเนียมการจัดการให้แก่ผู้ร้องเต็มจำนวนเท่านั้น ไม่กระทบถึงหน้าที่ของผู้ร้องและผู้คัดค้านที่เกี่ยวกับการชำระภาษีจากจำนวนเงินค่าตอบแทนดังกล่าวตามที่กำหนดไว้ในประมวลรัษฎากรแต่อย่างใด เพราะทั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านยังมีหน้าที่ชำระภาษีตามที่กฎหมายกำหนดไว้ คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการจึงไม่ขัดต่อกฎหมาย และการบังคับตามคำชี้ขาดในส่วนดังกล่าวก็ไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้บังคับผู้คัดค้านปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ดังนี้ 1. ให้ผู้ร้องมีสิทธิได้รับค่าธรรมเนียมการจัดการเต็มจำนวน โดยไม่หักภาษี ณ ที่จ่าย 2. ให้บุคคลผู้ได้รับแต่งตั้งจากผู้ร้องกลับเข้าเป็นผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อเบิกจ่ายเงินในบัญชีธนาคารของโรงแรม "เดอะ เจดีย์ ภูเก็ต" ตามที่ได้กำหนดไว้ในสัญญาการจัดการข้อ 10 3. ให้ผู้คัดค้านชำระเงินค่าธรรมเนียมการจัดการที่ค้างชำระจนถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2544 พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 6 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2544 จนถึงวันยื่นคำร้องเป็นเงิน 111,572.87 ดอลลาร์สหรัฐ และให้ชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 6 ต่อปี จากต้นเงิน 97,809.82 ดอลลาร์สหรัฐ

นับจากวันถัดจากวันยื่นคำร้องจนกว่าจะชำระเสร็จ 4. ให้ผู้คัดค้านชำระเงินที่หักจากค่าธรรมเนียมการจัดการของผู้ร้องตั้งแต่เดือนเมษายน 2544 ถึงเดือนสิงหาคม 2546 พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 6 ต่อปีนับแต่วันครบกำหนดแต่ละงวดจนถึงวันยื่นคำร้องรวมเป็นเงิน 6,522,719.07 บาท และให้ชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 6 ต่อปี จากต้นเงิน 5,989,005.86 บาท นับจากวันถัดจากวันยื่นคำร้องจนกว่าจะชำระเสร็จ 5. ให้ผู้คัดค้านชำระเงินค่าธรรมเนียมการจัดการที่ผู้ร้องได้ดำเนินการตามสัญญาการจัดการในเดือนกันยายน 2546 และค่าธรรมเนียมการจัดการที่จะมีขึ้นในอนาคตตามสัญญาการจัดการเต็มจำนวนโดยไม่หักภาษี ณ ที่จ่าย 6. ให้ผู้คัดค้านชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 6 ต่อปี

จากจำนวนเงินที่ผู้คัดค้านผิดนัดไม่ชำระค่าธรรมเนียมการจัดการในเดือนกันยายน 2546 และค่าธรรมเนียมการจัดการที่จะมีขึ้นในอนาคตตามสัญญาการจัดการเต็มจำนวนโดยไม่หักภาษี ณ ที่จ่ายนับจากวันครบกำหนดชำระแต่ละงวดจนกว่าจะชำระเสร็จ 7. ให้ผู้คัดค้านชำระเงินค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายการดำเนินการอนุญาโตตุลาการในส่วนของผู้ร้อง พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 6 ต่อปี นับจากวันที่มีคำชี้ขาดจนถึงวันยื่นคำร้องรวมเป็นเงิน 15,473.42 ดอลลาร์สหรัฐ และให้ชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 6 ต่อปี จากต้นเงิน 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ นับจากวันถัดจากวันยื่นคำร้องจนกว่าจะชำระเสร็จ 8. ให้ผู้คัดค้านชำระเงินค่าใช้จ่ายทางกฎหมายและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 6 ต่อปี

นับจากวันที่มีคำชี้ขาดจนถึงวันยื่นคำร้องรวมเป็นเงิน 51,310.88 ดอลลาร์สหรัฐ และให้ชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 6 ต่อปี จากต้นเงิน 49,740.97 ดอลลาร์สหรัฐ นับจากวันถัดจากวันยื่นคำร้องจนกว่าจะชำระเสร็จ รวมต้นเงินและดอกเบี้ยที่ผู้คัดค้านค้างชำระคำนวณถึงวันยื่นคำร้องเป็นเงิน 6,522,719.07 บาท และ 178,357.17 ดอลลาร์สหรัฐ คำนวณเป็นเงินบาทโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศของธนาคารพาณิชย์ ณ วันที่ยื่นคำร้องได้เป็นเงิน 7,164,607.52 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 13,687,326.59 บาท ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการของหอการค้านานาชาติ ณ ประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ ดังนี้ 1. ให้ผู้ได้รับมอบหมายของผู้ร้องกลับเข้าเป็นผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อในบัญชีธนาคารของโรงแรมตามที่ได้กำหนดไว้ในสัญญาการจัดการข้อ 10 2. ให้ผู้คัดค้านชำระเงินค่าธรรมเนียมการจัดการที่ค้างชำระแก่ผู้ร้องจำนวน 97,809.82 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 6 ต่อปี นับแต่วันที่มีการทำคำชี้ขาดจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้อง 3. ให้ผู้คัดค้านชำระค่าใช้จ่ายการดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการจำนวน 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 6 ต่อปี นับแต่วันที่มีการทำคำชี้ขาดจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้อง 4. ให้ผู้คัดค้านชำระค่าใช้จ่ายทางกฎหมายจำนวน 49,740.97 ดอลลาร์สหรัฐ

พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 6 ต่อปี นับแต่วันที่มีการทำคำชี้ขาดจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้องและให้ผู้คัดค้านชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้อง โดยกำหนดค่าทนายความให้ 50,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ผู้ร้องและผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ตามอุทธรณ์ของผู้ร้องประการแรกว่า การบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการข้อที่ 1 ที่ว่าผู้ร้องมีสิทธิได้รับค่าธรรมเนียมการจัดการเต็มจำนวนโดยไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายนั้น ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือไม่ เห็นว่า คำชี้ขาดดังกล่าว ไม่อาจถือได้ว่าขัดต่อประมวลรัษฎากร เพราะการที่ผู้คัดค้านซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างจะต้องชำระเงินค่าธรรมเนียมการจัดการให้แก่ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับจ้างและได้รับเงินได้พึงประเมินตามที่จ่ายในประเทศไทย

อันเป็นเหตุให้ผู้ร้องต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล และผู้คัดค้านซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายไว้ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากรก็ตาม แต่หน้าที่ของผู้ร้องในการที่ต้องชำระภาษีจากเงินได้พึงประเมิน และหน้าที่ของผู้คัดค้านในการที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินที่ต้องจ่ายให้แก่ผู้ร้องก็ไม่ได้ถูกลบล้างไปโดยข้อตกลงตามสัญญาการจัดการดังกล่าว สัญญาการจัดการระหว่างผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ตกลงกันให้ผู้รับจ้างได้รับผลตอบแทนเต็มจำนวน ย่อมสามารถคิดคำนวณกันได้ว่า ในกรณีเช่นนี้ตามประมวลรัษฎากรถือว่าผู้ร้องมีเงินได้พึงประเมินเท่าใด ต้องนำเงินภาษีที่ผู้ว่าจ้างออกให้มาคิดคำนวณเป็นเงินได้พึงประเมินหรือไม่

อย่างไร โดยผู้คัดค้านยังมีหน้าที่ต้องนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายโดยค่าใช้จ่ายของผู้คัดค้านเอง คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการจึงเป็นการชี้ขาดเฉพาะในเรื่องของสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดของคู่สัญญาตามสัญญาการจัดการ ที่เป็นผลให้ผู้คัดค้านต้องชำระเงินค่าตอบแทนตามสัญญาในรูปค่าธรรมเนียมการจัดการให้แก่ผู้ร้องเต็มจำนวนเท่านั้น ไม่กระทบถึงหน้าที่ของผู้ร้องและผู้คัดค้านที่เกี่ยวกับการชำระภาษีจากจำนวนเงินค่าตอบแทนดังกล่าวตามที่กำหนดไว้ในประมวลรัษฎากรแต่อย่างใด เพราะทั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านยังมีหน้าที่ชำระภาษีตามที่กฎหมายกำหนดไว้ คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการจึงไม่ขัดต่อกฎหมาย และการบังคับตามคำชี้ขาดในส่วนดังกล่าว ก็ไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนเช่นกัน ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ไม่บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการในข้อนี้ให้แก่ผู้ร้องจึงไม่ชอบ อุทธรณ์ของผู้ร้องข้อนี้ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการหอการค้านานาชาติ ณ ประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ ฉบับลงวันที่ 24 มีนาคม 2546 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ เนตรมัย · พลรัตน์ ประทุมทาน · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย
ศาลล่าง
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายสิทธิพงศ์ ตัญญพงศ์ปรัชญ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ทก.(ค)220/2549
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ253/2546
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ74/2549
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้