Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1044/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 60,000 บาทต่อมาในวันสืบพยาน คู่ความแถลงรับกันในเรื่องค่าเสียหายว่าหากโจทก์ชนะคดีจำเลยยอมชำระค่าเสียหายให้ 40,000 บาทโจทก์พอใจรับค่าเสียหายตามที่ตกลงกัน ดังนี้ต้องถือว่าคดีนี้เป็นคดีมี ทุนทรัพย์พิพาทไม่เกิน 50,000 บาท เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 ทำละเมิดก็ดี จำเลยที่ 2 ไม่ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ทำละเมิดก็ดี เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส. เป็นคนร้ายลักตาข่ายดักปลาของจำเลย จำเลยทั้งสองแอบซุ่มดูอยู่ แล้วจำเลยที่ 1 ใช้อาวุธปืนยิงถูกส. ถึงแก่ความตายโดย ส. มิได้ใช้อาวุธปืนยิงจำเลยทั้งสองแต่อย่างใดดังนี้ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการจงใจฆ่า ส. ไม่เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายอันจะทำให้พ้นจากความรับผิดตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 449

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์เป็นเงิน 40,000 บาท

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปรากฎว่าเดิมโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้ร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าขาดไร้อุปการะเป็นเงิน 60,000 บาท ฐานกระทำละเมิดโดยใช้อาวุธปืนยิงนายสวาท บัวนิล สามีโจทก์ถึงแก่ความตายจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธความรับผิด ต่อมาในวันนัดสืบพยานโจทก์คู่ความแถลงรับกันสำหรับประเด็นเรื่องค่าเสียหายว่า หากโจทก์เป็นฝ่ายชนะคดี จำเลยทั้งสองยอมชำระค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน 40,000บาท โจทก์พอใจรับค่าเสียหายตามที่ตกลงกัน ดังนี้ ต้องถือว่าคดีนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาท ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 2403/2524 ระหว่างนายประเสริฐ อนันตศิลป์ โจทก์ นายประสิทธิ์สมศรีทอง จำเลย ฉะนั้น เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์เป็นเงิน 40,000 บาท โดยฟังข้อเท็จจริงว่า

นายสวาท บัวนิล สามีโจทก์กับพวกเป็นคนร้ายลักตาข่ายดักปลาของจำเลย จำเลยทั้งสองแอบซุ่มดูอยู่ แล้วจำเลยที่ 1 จึงใช้อาวุธปืนยิงถูกนายสวาท บัวนิล ถึงแก่ความตาย โดยนายสวาท บัวนิล กับพวกมิได้ใช้อาวุธปืนยิงจำเลยทั้งสองแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการจงใจฆ่านายสวาท บัวนิล ให้ถึงแก่ความตาย และการกระทำของจำเลยทั้งสองดังกล่าวมิใช่เป็นการกระทำป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายอันจะทำให้พ้นจากการรับผิดศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โดยฟังข้อเท็จจริงเช่นเดียวกันกับศาลชั้นต้นที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า การกระทำของจำเลยที่ 1เป็นการกระทำการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 นั้น เห็นว่า ตามข้อเท็จจริงที่ศาลล่างฟังมายังถือไม่ได้ว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย

เพราะนายสวาทกับพวกมิได้ใช้อาวุธปืนยิงจำเลยทั้งสองแต่อย่างใด ส่วนที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าความตายของสามีโจทก์เกิดจากจำเลยที่ 1จึงยังไม่เพียงพอถือได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำละเมิดก็ดี ค่าเสียหายศาลควรคำนึงตามที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 438ประกอบด้วยมาตรา 442 จำเลยจึงอาจไม่ต้องรับผิดหรือรับผิดแต่เพียงจำนวนน้อยก็ดี และจำเลยที่ 2 ไม่ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำละเมิดจึงไม่ต้องร่วมรับผิดด้วยก็ดี เป็นฎีกาโต้เถียงในข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ซึ่งต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 มาตรา 6 ทั้งคู่ความก็ได้ตกลงกันไว้แล้วด้วยศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยให้พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อนุวัตร บุนนาค · สมชัย ทรัพยวณิช · พูน จักรเสน
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้