Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1044/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลมีคำพิพากษาตามยอมซึ่งมีใจความว่าโจทก์ต้องสร้างตึกให้เสร็จภายในกำหนด 1 ปี และให้จำเลยเข้าอยู่ได้ภายในกำหนดนี้ด้วยถ้าจำเลยเข้าอยู่ไม่ได้ภายในกำหนดดังกล่าวนั้น โจทก์ยอมให้จำเลยปรับ ดังนี้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้ยอมเข้าอยู่ในตึกพิพาทแม้จะช้ากว่ากำหนดที่กล่าวไว้ อันเป็นการยอมรับชำระหนี้ โดยจำเลยมิได้บอกสงวนสิทธิที่จะเรียกเอาเบี้ยปรับ จำเลยจึงหมดสิทธิที่จะเรียกเอาค่าปรับจากโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 381

คำฟ้องและคำให้การ

กรณีที่พิพาทกันนี้เป็นเรื่องชั้นบังคับคดีโดยเดิมโจทก์จำเลยพิพาทกันด้วยเรื่องขับไล่แล้วทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และศาลได้มีคำพิพากษาตามยอมแล้ว ต่อมาวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๑๒ นายเท่งโปและนางไซกิมจำเลยยื่นคำร้องว่า โจทก์ไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยโจทก์ไม่ยอมให้จำเลยเข้าอยู่ในตึกที่สร้างเสร็จและไม่ยอมทำสัญญาเช่าให้ ศาลนัดโจทก์จำเลยมาสอบถาม ในที่สุดคู่ความตกลงกันให้จำเลยเข้าอยู่ โดยให้ถือสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นสัญญาเช่าไปในตัว ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๑๒ ครั้นวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๑๒ นายเท่งโป และนางไซกิม จำเลยต่างยื่นคำร้องมีใจความอย่างเดียวกันมาอีกว่าสัญญาประนีประนอมยอมความข้อ ๓ มีว่าโจทก์จะสร้างตึกให้เสร็จให้จำเลยเข้าอยู่ได้ภายในกำหนด ๑ ปี

นับแต่วันที่จำเลยออกจากห้องพิพาท หากจำเลยเข้าอยู่ไม่ได้ภายในกำหนดนี้ โจทก์ยอมให้ปรับวันละ ๑๕๐ บาทต่อห้องจนกว่าจะเข้าอยู่ได้ จำเลยได้ออกจากห้องไปตั้งแต่วันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๑๐ ซึ่งครบกำหนด ๑ ปีในวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๑๑ แต่โจทก์ได้ส่งมอบห้องให้จำเลยเมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๑๒ ช้ากว่ากำหนด ๔๓๓ วัน โจทก์ต้องเสียค่าปรับแก่จำเลยวันละ ๑๕๐ บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๖๔,๙๕๐ บาท ได้เรียกร้องให้โจทก์ชำระแล้ว โจทก์ไม่ชำระขอให้บังคับโจทก์ชำระเงินจำนวนที่กล่าวให้จำเลย โจทก์ยื่นคำแถลงคัดค้านว่า โจทก์สร้างห้องเสร็จก่อนเดือนมิถุนายน ๒๕๑๑ และพร้อมที่จะส่งมอบให้จำเลย แต่จำเลยบิดพลิ้วไม่ยินยอมเข้าอยู่เองโดยไม่มีเหตุผลแต่อย่างไรก็ดี

จำเลยสิ้นสิทธิที่จะเรียกค่าปรับจากโจทก์แล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๑ เพราะจำเลยยอมรับมอบห้องไว้โดยมิได้สงวนสิทธิที่จะเรียกค่าปรับ วันนัดพร้อมคู่ความรับกันว่า จำเลยได้ออกจากที่เช่าเพื่อการปลูกสร้างของโจทก์เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๑๐ และโจทก์ปลูกสร้างตึกเสร็จภายในกำหนด ๑ ปี ทั้งได้แจ้งให้จำเลยทราบแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องไต่สวนและมีคำสั่งว่ากรณีเป็นเรื่องร้องซ้ำให้ยกคำร้อง ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์ ๓๐๐ บาท นายเท่งโปและนางไซกิมอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน นายเท่งโปและนางไซกิมฎีกาต่อมา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยเห็นว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความข้อ ๓ หมายถึงว่าโจทก์ต้องสร้างตึกให้เสร็จภายใน ๑ ปี และให้จำเลยเข้าอยู่ได้ภายในกำหนดนี้ด้วย ข้อความต่อมาจึงย้ำไว้อีกว่า หากจำเลยเข้าอยู่ไม่ได้ภายในกำหนดนี้ (คือกำหนด ๑ ปี) ยอมให้ปรับวันละ ๑๕๐ บาทต่อห้องจนกว่าจะเข้าอยู่ได้ ไม่มีข้อความตอนใดที่จะแสดงให้เห็นว่า การที่จำเลยเข้าอยู่ไม่ได้ภายใน ๑ ปี จะต้องเนื่องมาจากโจทก์สร้างตึกไม่เสร็จแต่เหตุเดียว ข้อความตอนต่อไปที่ว่า "..... ถ้าไม่สามารถสร้างได้เพราะเหตุใด ๆ ให้จำเลยหาช่างสร้างต่อไปให้เสร็จ ....ฯลฯ" นั้น เป็นข้อตกลงอีกอันหนึ่งไม่สนับสนุนให้เห็นว่าเป็นทางแก้ไขในเหตุที่จำเลยเข้าอยู่ในห้องพิพาทไม่ได้เพราะการที่โจทก์สร้างตึกไม่เสร็จแต่เหตุเดียวดังคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ แต่คดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๑๒ ว่า จำเลยยอมเข้าอยู่ในตึกพิพาทอันเป็นการยอมรับชำระหนี้แล้ว โดยมิได้บอกสงวนสิทธิที่จะเรียกเบี้ยปรับ จึงหมดสิทธิที่จะเรียกเบี้ยปรับจากโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๑

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนในผลแห่งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกคำร้องของนายเท่งโป แซ่เตียว และนางไซกิม แซ่เล้า จำเลย ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถนอม ครูไพศาล · สุธี โรจนธรรม · กฤษณ์ โสภิตกุล
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายแผ้ว ศิวะบวร
ศาลอุทธรณ์ - นายพิชัย รชตะนันทน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้