Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2529 (เลขอ้างอิง 104255)

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ประชุมใหญ่ของสหภาพแรงงานได้เลือกตั้งผู้ใดเป็นกรรมการสหภาพแรงงาน แม้จะยังมิได้มีการแจ้งจดทะเบียนต่อนายทะเบียนก็ตาม ผู้นั้นย่อมได้ชื่อว่าเป็นกรรมการสหภาพแรงงานตามความหมายของพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 121 แล้ว ความคุ้มกันประการใดที่มาตราดังกล่าวบัญญัติไว้เพื่อปกป้องกรรมการสหภาพแรงงาน ความคุ้มกันนั้น ๆ ย่อมตกแก่กรรมการสหภาพแรงงานผู้ได้รับเลือกตั้งนั้นทุกอย่างทุกประการ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนายจ้างของจำเลยที่ ๑๔ และที่ ๑๕ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๓ เป็นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ จำเลยที่ ๑๔ ไม่มาทำงานในวันเสาร์ตามข้อตกลงเป็นเวลา ๗ สัปดาห์ ติดต่อกัน โจทก์จึงเลิกจ้าง ส่วนจำเลยที่ ๑๕ โจทก์เลิกจ้างเพราะจะยุบงานในตำแหน่งที่จำเลยที่ ๑๕ ทำอยู่เพราะจ้างบุคคลภายนอกทำจะประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า ต่อมาจำเลยที่ ๑๔ และที่ ๑๕ ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์โดยกล่าวหาว่า โจทก์เลิกจ้างไม่เป็นธรรมเนื่องจากจำเลยที่ ๑๔ และที่ ๑๕ เป็นกรรมการสหภาพแรงงานสากลภัณฑ์ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๓ ได้วินิจฉัยชี้ขาดว่าเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมและสั่งให้โจทก์รับจำเลยที่ ๑๔ และที่ ๑๕ กลับเข้าทำงานในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าเดิม

อันเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดไม่ถูกต้องขัดต่อหลักเหตุผล ข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย ขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งที่ ๖๕/๒๕๒๘ ของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๓ กับขอให้พิพากษาว่าคำสั่งเลิกจ้างจำเลยที่ ๑๔ และที่ ๑๕ เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย หากศาลเห็นว่าการเลิกจ้างของโจทก์เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม ก็ขอให้ศาลกำหนดให้โจทก์จ่ายค่าเสียหายตามจำนวนที่เห็นสมควรแก่จำเลยี่ ๑๔ และที่ ๑๕ แทนการรับกลับเข้าทำงานเพราะไม่สามารถทนทำงานร่วมกับจำเลยที่ ๑๔ และ ๑๕ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๓ ให้การว่า โจทก์เลิกจ้างเพราะไม่พอใจที่จำเลยที่ ๑๔ และที่ ๑๕ เป็นกรรมการสหภาพแรงงานสกลภัณฑ์ เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม คำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ ๖๕/๒๕๒๘ ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๑๔ และ ๑๕ ให้การว่าในระหว่างถูกโจทก์เลิกจ้างจำเลยขาดรายได้ จึงขอให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายให้แก่จำเลยที่ ๑๔ และ ๑๕ พร้อมดอกเบี้ย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาว่าคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ ๖๕/๒๕๒๘ ชอบด้วยกฎหมาย ให้โจทก์จ่ายค่าเสียหายแก่จำเลยที่ ๑๔ และที่ ๑๕ คำขออื่นของโจทก์และจำเลยที่ ๑๔ และที่ ๑๕ ให้ยก

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์อุทธรณ์เป็นใจความว่า แม้สหภาพแรงงานสากลภัณฑ์มีมติแต่งตั้งให้จำเลยที่ ๑๔ เป็นประธานกรรมการสหภาพแรงงาน ให้จำเลยที่ ๑๕ เป็นรองประธานกรรมการสหภาพแรงงานในวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๒๘ ก็ตาม แต่นายทะเบียนก็หาได้จดทะเบียนให้จำเลยที่ ๑๔ และจำเลยที่ ๑๕ เป็นประธานกรรมการและรองประธานกรรมการทันทีไม่ต่อเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๒๙ นายทะเบียนจึงได้ออกหนังสือสำคัญแสดงว่าจำเลยที่ ๑๔ เป็นประธานกรรมการ และจำเลยที่ ๑๕ เป็นรองประธานกรรมการสหภาพแรงงานสากลภัณฑ์ตามความในพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๙๓ วรรคสอง เพราะฉะนั้น ช่วงเวลาวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๒๘ ถึงก่อนวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๒๙ จำเลยที่ ๑๔ และจำเลยที่ ๑๕ จึงยังไม่เป็นกรรมการสหภาพแรงงานโดยชอบด้วยกฎหมาย

โจทก์ออกคำสั่งเลิกจ้างจำเลยทั้งสองเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๒๙ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๒๘ หาเป็นการเลิกจ้างกรรมการสหภาพแรงงานไม่ ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าการเป็นกรรมการสหภาพแรงงานย่อมมีผลสมบูรณ์นับแต่วันที่ที่ประชุมลงมติแต่งตั้ง การแจ้งจดทะเบียนต่อนายทะเบียนตามกฎหมายเป็นเพียงเพื่อเป็นหลักฐานให้ทราบว่าผู้ใดเป็นกรรมการสหภาพแรงงานบ้างเท่านั้น หาใช่ว่าเมื่อนายทะเบียนยังไม่จดทะเบียนแล้ว คณะกรรมการสหภาพแรงงานจะไม่ใช่กรรมการสหภาพแรงงานไม่นั้น เป็นการวินิจฉัยที่ไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า คดีหามีประเด็นและความจำเป็นที่จะต้องวินิจฉัยหยั่งลึกไปถึงข้อที่ว่า จำเลยที่ ๑๔ และจำเลยที่ ๑๕ เป็นกรรมการสหภาพแรงงานโดยสมบูรณ์นังแต่เวลาใดตามที่โจทก์อุทธรณ์ขึ้นมาไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อที่ประชุมใหญ่ของสหภาพแรงงานได้เลือกตั้งผู้ใดเป็นกรรมการสหภาพแรงงานแล้ว ผู้นั้นย่อมได้ชื่อว่าเป็นกรรมการสหภาพแรงงานตามความหมายของพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๑ แล้ว ความคุ้มกันประการใดที่พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๑ บัญญัติไว้เพื่อปกป้องกรรมการสหภาพแรงงาน ความคุ้มกันนั้น ๆ ย่อมตกแก่กรรมการสหภาพแรงงานผู้ได้รับเลือกตั้งนั้นทุกอย่างทุกประการ

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าขณะที่ตนออกคำสั่งเลิกจ้างจำเลยที่ ๑๔ และจำเลยที่ ๑๕ ยังไม่เป็นกรรมการสหภาพแรงงาน กรณีจึงหาเป็นการเลิกจ้างกรรมการสหภาพแรงงานไม่นั้น ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จุนท์ จันทรวงศ์ · มาโนช เพียรสนอง · จำนง นิยมวิภาต
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายปรีชา บุญญานันต์ศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้