Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10387/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 73 บัญญัติว่า "ในกรณีมีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินหรืออาคารที่อยู่ใกล้ชิดหรือติดต่อกับอาคารที่มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นหรือบุคคลซึ่งความเป็นอยู่หรือใช้สอยที่ดินหรืออาคารถูกกระทบกระเทือนเนื่องจากการกระทำความผิดดังกล่าว เป็นผู้เสียหายตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญา" ก็ตาม แต่ฐานะของผู้เสียหายตามที่บัญญัติในมาตรา 73 ดังกล่าวเป็นสิทธิในการดำเนินคดีในทางอาญาต่อจำเลยผู้กระทำความผิดเท่านั้น อำนาจในการที่จะสั่งให้รื้อถอนอาคารหรือส่วนต่อเติมที่ผิดกฎหมายถือเป็นมาตรการที่จะบังคับกันในทางแพ่ง ซึ่งตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ได้บัญญัติไว้เป็นพิเศษให้เป็นอำนาจหน้าที่โดยเฉพาะของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตลอดจนวิธีการที่เจ้าพนักงานจะปฏิบัติเป็นขั้นตอนไปดังปรากฏตามมาตรา 40 และ 42 ในหมวด 4 ว่าด้วยอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่น โจทก์จึงไม่มีอำนาจที่จะฟ้องบังคับจำเลยเพื่อให้รื้อถอนระเบียงที่ต่อเติมผิดกฎหมายอันเป็นอำนาจหน้าที่ในทางแพ่งโดยเฉพาะของเจ้าพนักงานท้องถิ่น

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนผนัง ระเบียง ชายคา ส่วนที่อยู่ใกล้ที่ดินของโจทก์ให้ห่างจากแนวเขตที่ดินไม่น้อยกว่า 2 เมตร และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 10,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะรื้อถอนออกไป

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยรื้อถอนระเบียงส่วนที่อยู่ห่างเขตที่ดินของโจทก์น้อยกว่า 2 เมตร กับให้รื้อถอนกันสาดที่ทำให้น้ำฝนตกลงยังที่ดินของโจทก์ได้ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่า จำเลยมีที่ดินอยู่ติดทางด้านทิศตะวันตกของที่ดินโจทก์ เมื่อต้นปี 2549 จำเลยได้ก่อสร้างอาคารบ้านพักในที่ดินของจำเลย แต่ผนัง ระเบียงและชายคาอยู่ใกล้ชิดกับแนวเขตที่ดินระหว่างโจทก์กับจำเลย สำหรับประเด็นการก่อสร้างผนังอาคารของจำเลย ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาว่าการก่อสร้างไม่ต้องห้ามตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 55 พ.ศ.2543 ข้อ 50 ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 เมื่อโจทก์ไม่ฎีกาประเด็นการก่อสร้างผนังจึงยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ส่วนประเด็นการก่อสร้างชายคานั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้จำเลยรื้อถอนกันสาดที่ทำให้น้ำฝนตกลงยังที่ดินของโจทก์ได้

ฎีกาของจำเลยเห็นพ้องด้วยและอ้างว่าจำเลยได้รื้อถอนกันสาดรูปโค้งแนวเดียวกับกำแพงออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเท่ากับจำเลยยอมรับว่าการก่อสร้างชายคาบ้านเป็นการละเมิดต่อโจทก์จริง ส่วนจำเลยได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาครบถ้วน แล้วหรือไม่ เป็นเรื่องการบังคับคดี จึงไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นนี้อีกต่อไป คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยเฉพาะประเด็นการสร้างระเบียงอาคารของจำเลยเท่านั้น

จำเลยฎีกาประการแรกว่า จำเลยไม่ได้สร้างระเบียงอยู่ห่างแนวเขตที่ดินน้อยกว่า 2 เมตรนั้น เห็นว่า จำเลยยื่นคำให้การว่าจำเลยปลูกสร้างบ้านตามแบบแปลนที่ได้รับอนุมัติรับรองจากบุคคลและหรือส่วนราชการ จำเลยปลูกสร้างถูกต้องตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 และกฎกระทรวง ฉบับที่ 55 พ.ศ.2543 ข้อ 50 ตามคำให้การของจำเลยไม่ได้ต่อสู้อย่างแน่แท้ว่าจำเลยสร้างระเบียงอยู่ห่างเขตที่ดินเป็นระยะเท่าใด จำเลยจึงไม่ได้ปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์โดยชัดแจ้งไว้ในคำให้การของตน ถือว่าจำเลยยอมรับข้อเท็จจริงตามคำฟ้องของโจทก์ว่าจำเลยก่อสร้างระเบียงอยู่ห่างแนวเขตที่ดินระหว่างโจทก์กับจำเลยน้อยกว่า 2 เมตร ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ที่จำเลยฎีกาว่า อำนาจในการรื้อถอนอาคารก่อสร้างที่ไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 เป็นอำนาจของเจ้าพนักงานของรัฐโดยเฉพาะนั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ได้บัญญัติถึงอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่นไว้ตามมาตรา 40 ถึง 49 ทวิ เพื่อให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นควบคุมดูแลผู้ที่ก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอนหรือเคลื่อนย้ายอาคาร ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยคำนึงถึงความมั่นคงแข็งแรง ความปลอดภัย การป้องกันอัคคีภัย การสาธารณสุข การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การผังเมือง การสถาปัตยกรรมและการอำนวยความสะดวกแก่การจราจรซึ่งเป็นเหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ อำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่นจึงมีลักษณะคุ้มครองกิจการของรัฐและความสงบสุขของประชาชนส่วนรวม

แม้ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 73 ได้บัญญัติว่า "ในกรณีมีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินหรืออาคารที่อยู่ใกล้ชิดหรือติดต่อกับอาคารที่มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นหรือบุคคลซึ่งความเป็นอยู่หรือการใช้สอยที่ดินหรืออาคารถูกกระทบกระเทือนเนื่องจากการกระทำความผิดดังกล่าว เป็นผู้เสียหายตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญา" ก็ตาม แต่ฐานะของผู้เสียหายตามที่บัญญัติในมาตรา 73 ดังกล่าวเป็นสิทธิในการดำเนินคดีในทางอาญาต่อจำเลยผู้กระทำความผิดเท่านั้น อำนาจในการที่จะสั่งให้รื้อถอนอาคารหรือส่วนต่อเติมที่ผิดกฎหมายถือเป็นมาตรการที่จะบังคับกันในทางแพ่งซึ่งตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร

พ.ศ.2522 ได้บัญญัติไว้เป็นพิเศษให้เป็นอำนาจหน้าที่โดยเฉพาะของ เจ้าพนักงานท้องถิ่น ตลอดจนวิธีการที่เจ้าพนักงานจะปฏิบัติเป็นขั้นตอนไปดังปรากฏตามมาตรา 40 และ 42 ในหมวด 4 ว่าด้วยอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่น โจทก์จึงไม่มีอำนาจที่จะฟ้องบังคับจำเลยเพื่อให้รื้อถอนระเบียงที่ต่อเติมผิดกฎหมายอันเป็นอำนาจหน้าที่ในทางแพ่งโดยเฉพาะของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอที่ให้จำเลยรื้อถอนระเบียง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิจิตร วิสุชาติ · พิศล พิรุณ · วิทยา วีระประจักษ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนนทบุรี - นางสุรางค์รัตน์ โอฬารสกุล
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายเพ็ง เพ็งนิติ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.96/2553
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
ส434/2550
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
ส766/2551
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้