Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1036/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อ พ.ศ. 2495 ย.สามีของจำเลยทำหนังสือจ้างโจทก์ให้ยกร่องสวนในที่ดินของ ย.ให้เสร็จภายใน 3 ปี และปลูกมะพร้าวกับคอยดูแล 5 ปี แล้วจะยกที่ดินตอนเหนือให้โจทก์ 3 ไร่ ทำสัญญากันแล้วโจทก์ปลูกกระต๊อบอยู่ในที่ดินที่ตกลงกันไว้นี้ตลอดมา โจทก์ได้ปฏิบัติถูกต้องตามสัญญาแล้ว เมื่อ พ.ศ. 2499 ย.ได้ขอออกโฉนดที่ดินแปลงนี้ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2507 ย.ได้ขอแบ่งแยกที่ดินด้านเหนือออกเป็นอีกโฉนดหนึ่งต่างหากมีเนื้อที่ 3 ไร่ เป็นการแสดงเจตนาว่าจะแบ่งแยกให้โจทก์ตามสัญญา การที่โจทก์อยู่ในที่ดินแปลงที่ตกลงกันนี้ตลอดมาโดย ย.ไม่ทักท้วงและไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องในที่ดินส่วนนี้นับแต่ครบกำหนดตามสัญญา ทั้งยังได้ขอแบ่งแยกที่ดินเป็นอีกโฉนดหนึ่งต่างหาก มีเนื้อที่ 3 ไร่ตรงตามสัญญา เป็นการกระทำอันปราศจากเคลือบคลุมสงสัย ตระหนักเป็นปริยายว่า ยอมรับสภาพตามสิทธิเรียกร้องของโจทก์ตลอดมา อันเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172 จนเมื่อก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้ราว 5 เดือน ย.ถึงแก่ความตายและจำเลยผู้เป็นทายาทปฏิเสธไม่ยอมรับรู้ ไม่ยอมโอนกรรมสิทธิที่ดินให้โจทก์ตามสัญญา เหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงนั้นจึงสิ้นสุดลง อายุความเริ่มนับใหม่ตั้งแต่นั้น ไม่ว่าจะเป็นอายุความ 10 ปี หรือ 2 ปี คดีโจทก์ก็ไม่ขาดอายุความในการฟ้องให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๕ นายย่งฮะ เฮงชัยศรี สามีจำเลยได้ทำสัญญาจ้างโจทก์ให้ยกร่องทำเป็นสวนมะพร้าวในที่ดินของนายย่งฮะ เฮงชัยศรี โดยมีข้อตกลงจะยกที่ดินตอนเหนือเนื้อที่ ๓ ไร่ให้ โจทก์ได้ปลูกกระต๊อบอยู่อาศัยในที่ดินนี้ตลอดมา และได้ยกร่องสวนมะพร้าวให้แก่นายย่งฮะครบถ้วนถูกต้องตามสัญญา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๕ นายย่งฮะได้ขอรังวัดแบ่งแยกที่ดินเพื่อยกให้โจทก์ทางด้านเหนือ เนื้อที่ ๓ ไร่ตามที่สัญญากันไว้ และได้รับโฉนดแบ่งแยกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๗ คือโฉนดเลขที่ ๖๖๓๐ ตำบลโคกขาม อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อราว ๕ เดือนมานี้ นายย่งฮะถึงแก่กรรม โจทก์ได้ขอให้จำเลยซึ่งเป็นภริยานายย่งฮะจัดการขอรับมรดกที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๖๓๐ แล้วยกกรรมสิทธิ์ตามสัญญาที่นายย่งฮะทำไว้ จำเลยปฏิเสธ จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยขอรับมรดกที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๖๓๐ ตำบลโคกขาม อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรสาคร เนื้อที่ ๓ ไร่ ของนายย่งฮะ เฮงชัยศรี แล้วโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยให้การว่า นายย่งฮะ เฮงชัยศรี ได้ทำสัญญาจ้างโจทก์ตามสำเนาสัญญาท้ายฟ้องจริง แต่บ้านที่โจทก์อ้างว่าปลูกอยู่อาศัยในที่ดินของนายย่งฮะ เฮงชัยศรี นั้นเป็นของนายย่งฮะ มิใช่เป็นของโจทก์ โจทก์เข้าอาศัยในที่ดินของนายย่งฮะ แต่มิได้ยกร่องในที่ดิน ๘ ไร่เศษให้แก่นายย่งฮะ เฮงชัยศรีตามสัญญา เป็นการผิดสัญญา นายย่งฮะ เฮงชัยศรี ต้องจ้างผู้อื่นมายกลูกร่องแทน ทั้งโจทก์ผิดสัญญาไม่ดูแลตรวจตราและบำรุงรักษาต้นมะพร้าวปล่อยให้ตายไปหมด และกระทำผิดสัญญาไม่ปลูกไม้ยืนต้นให้แก่นายย่งฮะ เฮงชัยศรี และโจทก์ได้แจ้งแก่นายย่งฮะ เฮงชัยศรี ว่าไม่ขอเอาที่ดิน ๓ ไร่ตามที่ตกลงกันไว้ เพียงแต่ขออาศัยอยู่และดูแลที่ดินให้ ขอข้าวสารและปลาบ้างก็พอ

โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้ที่ดิน ๓ ไร่ตามสัญญา โจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อล่วงเลยเวลา ๑๐ ปีนับแต่วันที่อาจบังคับตามสิทธิเรียกร้อง คือวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๐ และโจทก์ฟ้องในฐานะผู้รับจ้างเรียกเอาสินจ้างเพื่อการงานที่ทำเกิน ๒ ปี คดีโจทก์ขาดอายุความ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ไม่ทราบว่าอาศัยสิทธิอะไรมาฟ้อง จำเลยมิใช่คู่สัญญากับโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์จำเลยแล้ว ตามคำฟ้องและคำให้การรับกันว่า เมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๕ โจทก์กับนายย่งฮะ เฮงชัยศรี ได้ทำสัญญากับตามสำเนาเอกสารท้ายฟ้อง (เอกสารหมาย จ.๑) มีข้อความว่า นายย่งฮะ เฮงชัยศรี จ้างโจทก์ยกร่องสวนให้สำเร็จภายใน ๓ ปี และโจทก์ต้องปลูกมะพร้าวกับคอยดูแลต้นมะพร้าวนั้นมีกำหนด ๕ ปี เมื่อโจทก์ทำตามสัญญา นายย่งฮะ เฮงชัยศรี ยอมยกที่ดินด้านทิศเหนือให้โจทก์ ๓ ไร่ ข้อเท็จจริงฟังได้จากพยานหลักฐานของโจทก์จำเลยว่า หลังจากทำสัญญากันแล้ว โจทก์ปลูกกระต๊อบอยู่ในที่ดินของนายย่งฮะ เฮงชัยศรี แปลงที่ตกลงกันตามสัญญาและยังคงอยู่ในที่แปลงนี้ตลอดมา นายย่งฮะ เฮงชัยศรี ได้ขอออกโฉนดที่ดินแปลงนี้เมื่อ

พ.ศ. ๒๔๙๙ ตามเอกสารหมาย จ.๒ มีเนื้อที่ ๒๓ ไร่ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๗ ได้ขอแบ่งแยกที่ดินด้านทิศเหนือออกเป็นอีกโฉนดหนึ่งต่างหากจากที่ดินแปลงนั้น มีเนื้อที่ ๓ ไร่ ตามเอกสารหมาย จ.๓ หลังจากที่โจทก์รับจ้างดูแลที่ดินแปลงนี้ ที่ดินเตียนตลอดมา เพิ่งมารกเมื่อ ๔-๕ ปีมานี้ พิจารณาเหตุผลแห่งคำพยานบุคคลของโจทก์จำเลยประกอบกับพยานเอกสาร ศาลฎีกาเชื่อว่าไม่ได้มีการเลิกสัญญาตามที่จำเลยอ้าง และโจทก์ได้ปฏิบัติถูกต้องตามสัญญา มิฉะนั้นนายย่งฮะ เฮงชัยศรี คงไม่ยอมให้โจทก์อยู่ในที่ดินตลอดมาเป็นเวลาหลายปี และการที่นายย่งฮะ เฮงชัยศรีไปขอแบ่งแยกโฉนดจากที่ดินแปลงใหญ่ออกเป็นโฉนดอีกแปลงหนึ่งต่างหากทางด้านทิศเหนือตรงตามสัญญา ย่อมเป็นการแสดงเจตนาของนายย่งฮะ เฮงชัยศรีว่าจะแบ่งแยกให้โจทก์ตามสัญญาซึ่งทำกันไว้

ปัญหาต่อไปมีว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า หลังจากทำสัญญากันแล้ว โจทก์อยู่ในที่ดินแปลงที่ตกลงกันตามสัญญาตลอดมา โดยนายย่งฮะ เฮงชัยศรี ไม่ทักท้วงและไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องในที่ดินส่วนนี้นับแต่ครบกำหนดตามสัญญา ทั้งนายย่งฮะ เฮงชัยศรียังได้ขอแบ่งแยกที่ดินด้านทิศเหนือออกเป็นอีกโฉนดหนึ่งต่างหาก มีเนื้อที่ ๓ ไร่ ตรงตามสัญญา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๗ เป็นการกระทำอันปราศจากเคลือบคลุมสงสัยตระหนักเป็นปริยายว่ายอมรับสภาพตามสิทธิเรียกร้องของโจทก์ตลอดมา อันเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๒ เหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงนั้น มาสิ้นสุดลงเมื่อนายย่งฮะ เฮงชัยศรีถึงแก่ความตายก่อนโจทก์ฟ้องราว ๕ เดือน และจำเลยผู้เป็นทายาทของนายย่งฮะ เฮงชัยศรีปฏิเสธไม่ยอมรับรู้และไม่ยอมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้โจทก์ตามสัญญา อายุความเริ่มนับใหม่ตั้งแต่นั้น ซึ่งเมื่อนับถึงวันฟ้องยังไม่ถึง ๑ ปี คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความตามที่จำเลยยกขึ้นต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็นอายุความ ๑๐ ปี หรือ ๒ ปี

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๖๓๐ ตำบลโคกขาม อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งจำเลยได้โอนใส่ชื่อจำเลยเป็นเจ้าของแล้วตามสำเนาเอกสารหมาย จ.๓ ให้โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จันทร์ ระรวยทรง · สุเมธ ทิพยมนตรี · สุมิตร ฟักทองพรรณ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายส่อง สุขะปุณณพันธ์
ศาลอุทธรณ์ - นายรื่น วิไลชนม์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้