Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1027/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย ห้ามพนักงานเล่นการพนันเฉพาะในระหว่างเวลาทำงาน ส่วนคำสั่งที่ออกมาก็เป็นเพียงเสริมข้อบังคับเกี่ยวกับการเล่นการพนันว่าจะมีโทษสถานเดียวคือไล่ออกเท่านั้นโดยไม่มีการสั่งพักงานอีก การที่โจทก์เล่นการพนันบนหอพักของจำเลยนอกเวลาทำงาน จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลย เมื่อเลิกจ้างจึงต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "

โจทก์อุทธรณ์ว่า ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย ข้อ 7.2 ระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามพนักงานเล่นการพนันในระหว่างทำงาน ฉะนั้น การที่โจทก์ทั้งสองเล่นการพนันบนหอพักของจำเลยนอกเวลาทำงาน จึงไม่เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน คำสั่งเรื่องพักงาน เอกสารหมาย ล.3 เป็นเพียงเสริมข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเท่านั้นว่า หากพนักงานเล่นการพนันในเวลาทำงาน บริษัทจำเลยจะลงโทษสถานเดียวคือ การไล่ออก ไม่ได้หมายความถึงห้ามเล่นการพนันนอกเวลาทำงานด้วย จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย (เอกสารหมาย ล.1) เรื่องวินัยและโทษทางวินัย ข้อ 7.2 ระบุว่า "ระหว่างทำงาน ห้ามพนักงานทุกคนดื่มสุรา สูบบุหรี่ ของมึนเมาหรือยาเสพติดอื่นใดเล่นการพนัน หรือทะเลาะวิวาทกัน" การที่โจทก์ทั้งสองเล่นการพนันบนหอพักในบริเวณโรงงานนอกเวลาทำงาน ย่อมถือไม่ได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่ง แม้จะมีคำสั่งฉบับลงวันที่ 25 กันยายน 2524 (เอกสารหมาย ล.3) ออกมาแจ้งกับพนักงานมีข้อความตอนหนึ่งว่า "ทางบริษัทฯ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การพนันทุกชนิดเป็นของผิดกฎหมายหากครั้งต่อไปมีใครเล่นการพนันไม่ว่าชนิดอะไรก็ตาม จะได้รับการลงโทษสถานเดียว "ไล่ออก" ก็ตาม ก็เป็นคำสั่งเรื่องสั่งพักงานคนงาน 6 คน ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมฐานเล่นการพนันเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2524 เวลาประมาณ 00.10 นาฬิกา ข้อความดังกล่าวนั้นเพียงเสริมข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานในข้อ 7.2 นั้นเองให้พนักงานทราบว่าหากพนักงานคนใดฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับในข้อ 7.2 เรื่อง เล่นการพนัน จะมีโทษสถานเดียว คือ ไล่ออกเท่านั้น โดยไม่มีการสั่งพักงานอีก

ส่วนข้อความตอนต้นที่ระบุถึงเวลา 00.10 นาฬิกา ซึ่งมิใช่ในเวลาทำงาน ก็เป็นเวลาจับกุมคนงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มิได้หมายความถึงการห้ามเล่นการพนันนอกเวลาทำงาน ฉะนั้น เมื่อข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย ห้ามพนักงานเล่นการพนันเฉพาะในระหว่างเวลาทำงาน การที่โจทก์ทั้งสองเล่นการพนันบนหอพักนอกเวลาทำงานจึงถือไม่ได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลย จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ทั้งสอง สำหรับจำนวนค่าชดเชย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้านั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย วันเข้าทำงานและค่าจ้างสุดท้ายตรงตามฟ้อง

ต่อมาวันที่ 19 ธันวาคม 2526 จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสอง ซึ่งคำนวณแล้วเห็นสมควรให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามจำนวนที่โจทก์ฟ้อง ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองฟังขึ้นพิพากษากลับคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง เป็นว่าให้จำเลยชำระค่าชดเชย 14,310 บาท และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 2,385 บาท แก่โจทก์ที่ 1 และชำระค่าชดเชย 6,390 บาท และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 6,130 บาทแก่โจทก์ที่ 2 พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี นับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าชำระเสร็จ"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ขจร หะวานนท์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · วรา ไวยหงษ์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้