คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์นำยึดที่ดินโฉนดซึ่งมีชื่อจำเลยที่ ๒ กับผู้ร้องทั้งสองเป็นเจ้าของรวม พร้อมอาคารโรงเรือน ๑ หลัง เพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษา โดยยึดเต็มทั้งโฉนดและศาลประกาศขายทอดตลาดแล้ว
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดย่อมเสียหายแก่ผู้ร้อง ขอให้สั่งงดการขายเพื่อผู้ร้องจะได้แบ่งแยกส่วนของจำเลยที่ ๒ ออกหรือมิฉะนั้นให้ขายเฉพาะส่วนของจำเลยที่ ๒ เพียงส่วนเดียว ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้รอการขายทอดตลาดให้ผู้ร้องจัดการแบ่งแยกใน ๒ เดือน ถ้าพ้นกำหนดแล้วไม่จัดการอย่างไร ก็ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ดินรายนี้จำเลยที่ ๒ มีกรรมสิทธิ์ร่วมอยู่กับผู้ร้องโดยยังมิได้แบ่งกันเป็นส่วนสัด เมื่อเป็นเช่นนี้ โจทก์ย่อมมีสิทธินำยึดได้ทั้งแปลงเพราะจะให้ยึดแต่เฉพาะส่วนของจำเลยผู้เป็นลูกหนี้ย่อมไม่มีทางจะทำได้ และศาลย่อมจะให้ขายได้ทั้งแปลง เว้นแต่จะตกลงยินยอมกันให้ขายเฉพาะส่วนของจำเลยได้ เพราะแม้แต่ในระหว่างเจ้าของรวมด้วยกัน เมื่อไม่ตกลงแบ่งกันเองได้ ก็ยังต้องขายทั้งแปลงเช่นเดียวกัน (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๖๔) คดีนี้โจทก์ยืนยันขอให้ขายทั้งแปลง ศาลชอบที่จะปฏิบัติตามนี้
ผลคำพิพากษา
พิพากษาแก้ ให้บังคับคดีตามคำสั่งศาลชั้นต้น