คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องเรียกราคาปลาสวาย ซึ่งโจทก์ขายให้จำเลยรวม ๖ ครั้ง เป็นเงิน ๖,๓๕๒ บาท จำเลยต่อสู้ว่าไม่เคยติดค้างเงินเลย และสู้ข้ออื่นอีก ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยติดค่าปลาที่โจทก์ส่งให้ ๖ ครั้ง เป็นเงิน ๕,๒๑๓.๕๐ บาท (ความจริงควรเป็น ๖,๓๕๑.๕๐ บาท) ให้จำเลยชำระเงิน ๕,๒๑๓.๕๐ บาท จำเลยฝ่ายเดียวอุทธรณ์ว่าไม่เคยเป็นหนี้โจทก์ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงอย่างเดียวกับศาลชั้นต้น เว้นแต่การส่งปลาครั้งที่ ๓ ซึ่งศาลชั้นต้นฟังว่าโจทก์ได้ส่งให้จำเลยศาลอุทธรณ์ฟังว่าโจทก์ไม่ได้ส่งปลาครั้งนี้ให้จำเลย จึงพิพากษาแก้ให้ หักเงินค่าปลาครั้งนี้จำนวน ๑,๑๔๔ บาทออกเสีย คงให้จำเลย ชำระ ๔,๐๖๙.๕๐ บาท โจทก์ฝ่ายเดียวฎีกาว่าศาลอุทธรณ์หักค่าปลาครั้งที่ ๓ จำนวน ๑,๑๔๔ บาท
จากจำนวนเงินที่ศาลชั้นต้นให้จำเลยชำระ เป็นการหักซ้ำ เพราะศาลชั้นต้นได้หักเงินนี้ครั้งหนึ่งแล้ว ขอให้ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ศาลชั้นต้นหักค่าปลาที่ส่งกันครั้งที่ ๑ จำนวน ๑,๐๔๐ บาท ส่วนศาลอุทธรณ์หักค่าปลาที่โจทก์ส่งครั้งที่ ๓ จำนวน ๑,๑๔๔ บาท ไม่ใช่หักเงินจำนวนเดียวซ้ำสองครั้ง ดังโจทก์ฎีกา และศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงต่อไปว่า พยานโจทก์มีน้ำหนักฟังได้ว่าโจทก์ได้ส่งปลาครั้งที่ ๓ ราคา ๑,๑๔๔ บาทให้จำเลย
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยใช้เงินจำนวนนี้ให้โจทก์ แต่ที่ศาลชั้นต้นให้จำเลยชำระเงิน ๕,๒๑๓.๕๐ บาทนั้น เป็นการพิมพ์คำพิพากษาผิดพลาด ที่ถูกควรเป็น ๕,๓๑๒ บาท จึงให้จำเลยชำระเงิน ๕,๓๑๒ บาทให้โจทก์ โดยอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๓