Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2526 (เลขอ้างอิง 102156)

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ผู้สนับสนุนผู้กระทำความผิดจะต้องรับโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฯ มาตรา 100 นั้น จะต้องมีการกระทำผิดเกี่ยวกับการผลิต จำหน่าย นำเข้าหรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติดังกล่าวเกิดขึ้นก่อน ไม่ว่าจะเป็นในขั้นพยายามหรือความผิดสำเร็จโดยมีหลักเดียวกับหลักทั่วไปของการสนับสนุนผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ดังนั้น เมื่อปรากฏว่ากัญชาที่จะส่งออกนอกราชอาณาจักรอยู่ในขั้นเตรียมการ ยังไม่ถึงขั้นพยายามกระทำความผิด แม้จำเลยจะได้ช่วยเหลือในการที่จะส่งกัญชาออกนอกราชอาณาจักร ก็ยังถือไม่ได้ว่าเป็นความผิดฐานสนับสนุนให้มีการส่งกัญชาออกนอกราชอาณาจักร ส่วนการแกล้งละเลยทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นการกระทำความผิดก็มิได้หมายความว่าเป็นการสนับสนุนทางอ้อมเสมอไป เพราะการละเว้นไม่ขัดขวางในเมื่อไม่มีหน้าที่ขัดขวางไม่ถือเป็นการกระทำโดยงดเว้นตามประมวลกฎหมายอาญา

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๖ ในสำนวนแรกและจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๘ ในสำนวนหลังตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๒๖, ๗๕, ๗๖, ๑๐๐, ๑๐๒, ๑๐๓ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๒๒) ข้อ ๔ (๑) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐, ๘๓, ๙๑ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๒ กับให้ริบของกลางทั้งหมด และนับโทษจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๖ ต่อจากโทษในสำนวนคดีแรก จำเลยทุกคนทั้งสองสำนวนให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๗ มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗๕, ๗๖ วรรคสอง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐ ลงโทษจำเลยที่ ๑ ฐานผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท ๕ จำคุก ๑๕ ปี ฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท ๕ ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายรวมสองกรรมลงโทษจำคุกกระทงละ ๑๕ ปี เป็น ๓๐ ปี รวมจำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้ ๔๕ ปี ลงโทษจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๕ ที่ ๗ฐานผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท ๕ จำคุกคนละ ๑๕ ปี ฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท ๕ ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกคนละ ๑๕ ปี รวมเป็นจำคุกคนละ ๓๐ ปี จำเลยที่ ๘ มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฯ มาตรา ๗๕ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐ ให้จำคุกไว้ ๑๐ ปี จำเลยที่ ๓ ที่ ๘ รับสารภาพในชั้นสอบสวน ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ ๓ ไว้ ๒๐ ปี และจำคุกจำเลยที่ ๘ ไว้ ๖ ปี๘ เดือน ของกลางทั้งหมดให้ริบ ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๔ และที่ ๖

โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ขอให้วางโทษจำคุกจำเลยที่ ๒ ที่ ๗ ที่ ๘เป็นสามเท่าตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๐๐ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๕ ทั้งสองสำนวนกับจำเลยที่ ๗ และที่ ๘ อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายสองกรรม จำคุกกรรมละ ๑๕ ปี รวมจำคุก๓๐ ปี จำเลยที่ ๒ มีความผิดฐานเป็นข้าราชการสนับสนุนให้มีการส่งออกนอกราชอาณาจักรซึ่งกัญชา จำคุก ๓๐ ปี จำเลยที่ ๕ มีความผิดฐานร่วมกันผลิตกัญชา จำคุก ๑๕ ปี ฐานมีกัญชาไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก ๑๕ ปี รวมจำคุก ๓๐ ปี จำเลยที่ ๗ มีความผิดฐานเป็นข้าราชการร่วมกันผลิตกัญชา จำคุก ๔๕ ปี มีกัญชาไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและสนับสนุนให้มีการส่งออกนอกราชอาณาจักรซึ่งกัญชา จำคุก ๔๕ ปี รวมจำคุก ๙๐ ปี จำเลยที่ ๘ มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานหน่วยงานของรัฐสนับสนุนให้มีการส่งออกนอกราชอาณาจักรซึ่งกัญชา จำคุก ๓๐ ปี จำเลยที่ ๘ ให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก ๒๐ ปี ยกฟ้องจำเลยที่ ๓ และจำเลยอื่น ๆ ในข้อหาที่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยว่ากระทำผิด นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ฐานร่วมกันผลิตกัญชาอีกรรมหนึ่ง และลงโทษจำเลยที่ ๓ ฐานร่วมกันผลิตกัญชาไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย จำเลยที่ ๓ ทั้งสองสำนวนฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่วินิจฉัยอ้างว่าจำเลยที่ ๓ ติดต่อเกี่ยวข้องกับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๘ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๕ ทั้งสองสำนวนกับจำเลยที่ ๗ ที่ ๘ ฎีกา ขอให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๐๐ บัญญัติว่า "กรรมการและพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ หรือข้าราชการหรือพนักงานองค์การและหน่วยงานของรัฐผู้ใดผลิต จำหน่าย นำเข้าหรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษอันเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือร่วมมือสนับสนุนในการกระทำดังกล่าวไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น" การสนับสนุนผู้กระทำผิดที่จะได้รับโทษตามบทกฎหมายมาตรานี้จะต้องมีการกระทำผิดเกี่ยวกับการผลิต จำหน่าย นำเข้าหรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติที่ว่านี้เกิดขึ้นทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นในขั้นพยายามหรือความผิดสำเร็จ

ถ้ายังไม่มีการกระทำความผิดถึงขั้นที่กล่าวมานั้น การสนับสนุนก็ยังไม่มีโทษเช่นเดียวกับหลักทั่วไปของการสนับสนุนผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา โดยจะเห็นได้จากข้อความในบทมาตรานี้ที่ว่า "หรือร่วมมือสนับสนุนในการกระทำดังกล่าวไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม" การร่วมมือสนับสนุนการกระทำดังกล่าวก็คือการร่วมมือสนับสนุนในการผลิต จำหน่าย นำเข้าหรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัตินี้นั่นเอง การแกล้งละเลยทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นการกระทำผิดก็มิได้หมายความว่าเป็นการสนับสนุนทางอ้อมเสมอไป เพราะการละเว้นไม่ขัดขวางหรือยอมให้กระทำโดยไม่ขัดขวางในเมื่อตนไม่มีหน้าที่ขัดขวาง ไม่ถือเป็นการกระทำโดยงดเว้นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๕๙ วรรคท้าย

ไม่เป็นการร่วมหรือสนับสนุนการกระทำความผิด เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า กัญชาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ที่บ้านพักของจำเลยที่ ๗ เป็นกัญชาที่ขนมาเตรียมไว้เพื่อจะส่งออกนอกราชอาณาจักรโดยทางเครื่องบิน การส่งออกซึ่งกัญชานั้นอยู่ในขั้นตระเตรียมการ ยังไม่ถึงขั้นพยายามกระทำความผิด แม้จำเลยที่ ๒ ที่ ๗ ที่ ๘ จะได้ช่วยเหลือในการที่จะส่งออกนอกราชอาณาจักรซึ่งกัญชารายนี้ การกระทำของจำเลยที่ ๒ ที่ ๗ ที่ ๘ ยังไม่เป็นความผิดฐานสนับสนุนให้มีการส่งออกนอกราชอาณาจักรซึ่งกัญชาตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๐๐ สำหรับความผิดของจำเลยที่ ๗ ในข้อหาฐานร่วมกันมีกัญชาไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย ไม่เข้าเกณฑ์ที่จะได้รับโทษหนักขึ้นตามบัญญัติดังกล่าว เพราะมิใช่เป็นการจำหน่าย

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๗ ไม่มีความผิดฐานสนับสนุนให้มีการส่งกัญชาออกนอกราชอาณาจักร จำคุกจำเลยที่ ๗ ในความผิดฐานเป็นข้าราชการร่วมกันผลิตกัญชา ๔๕ ปี ฐานมีกัญชาไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย ๑๕ ปีรวมจำคุก ๖๐ ปี ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ ที่ ๘ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กิติ บูรพรรณ์ · ประสม ศรีเจริญ · ธรรมสถิตย์ ธีรกุล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายสมชาย อุดมวงษ์
ศาลอุทธรณ์ - นายประกอบ วนิคพันธุ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้