Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1021/2493

พ.ศ. 2493 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พูดเท็จเพื่อขอผัดชำระหนี้ โดยอ้างว่าเป็นเจ้าของโรงแรมเครื่องเรือนเครื่องใช้ในโรงแรมขอนำเครื่องเรือนเครื่องใช้ในโรงแรมมาจำนำไว้ แต่ขอยืมเอาไปใช้ก่อน ผู้เสียหายหลงเชื่อและยอมให้ผัดชำระหนี้ ดังนี้ หาเป็นผิดทางอาญาฐานฉ้อโกงไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าเป็นเจ้าหนี้ จำเลยที่ 1 ตามคำพิพากษาศาลแพ่งเป็นจำนวนเงิน 1,478 บาท 49 สตางค์เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2492 เวลากลางวันจำเลยทั้ง 2 ได้มีเจตนาทุจริตสมคบกันใช้อุบายหลอกลวงนำเอาความซึ่งจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นเท็จมากล่าวแก่โจทก์ว่า จำเลยทั้งสองเป็นสามีภรรยากันถูกต้องตามกฎหมาย และได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมายไทยแล้ว จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของโรงแรมเว่งอันและเป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติเครื่องใช้ในโรงแรมนั้นแต่ผู้เดียว จำเลยที่ 1 ยอมรับใช้หนี้โจทก์ตามจำนวนดังกล่าวแล้วโดยขอผ่อนชำระเป็น 6 งวด และเพื่อเป็นหลักประกัน จำเลยที่ 1ได้นำเครื่องเรือนเครื่องใช้ในโรงแรมเว่งอันรวม 13 รายการตามบัญชีท้ายฟ้อง ซึ่งจำเลยทั้งสองแจ้งว่าเป็นของจำเลยที่ 1 แต่ผู้เดียว

มาจำนำโจทก์ไว้ แต่จำเลยที่ 1 ได้ขอยืมไว้ใช้ในโรงแรมก่อน เมื่อโจทก์ต้องการเมื่อใดจะยอมมอบให้โจทก์ทันที โจทก์หลงเชื่อ จึงยอมให้จำเลยผัดชำระหนี้ และยอมมอบเครื่องเรือนเครื่องใช้ไว้ในความครอบครองของจำเลยที่ 1 ความจริงจำเลยมิได้เป็นสามีภรรยากันโดยถูกต้องตามกฎหมาย โรงแรมและเครื่องเรือน เครื่องใช้นั้นก็เป็นของจำเลยที่ 2 แต่ผู้เดียวโจทก์ได้รับความเสียหาย ไม่ได้รับชำระหนี้ครบจำนวน จึงขอให้ศาลลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 304, 63ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฟ้องว่า หลอกลวงให้โจทก์ยอมให้จำเลยผัดชำระหนี้ ไม่เป็นผิดฐานฉ้อโกง ไม่ประทับฟ้องโจทก์อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า การพูดเท็จเพื่อขอผัดชำระหนี้นั้น หาเป็นความผิดอาญาฐานฉ้อโกงไม่ การที่โจทก์กล่าวในฟ้องว่า เพื่อเป็นหลักฐานประกันจำเลยที่ 1 ได้นำเครื่องเรือน เครื่องใช้ในโรงแรมมาจำนำโจทก์ไว้ แต่จำเลยที่ 1 ขอยืมไว้ใช้ในโรงแรมก่อนนั้น ก็หาใช่เป็นการหลอกลวงให้เขาทำหนังสือสำคัญ หรือให้เขาถอน หรือทำลายหนังสือสำคัญอย่างใดไม่ จึงยังไม่เป็นผิดฐานฉ้อโกงพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประมูล สุวรรณศร · ปรีชาวินิจฉัย · นาถปริญญา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้