เนื้อความคำพิพากษา
คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาคดีในกรณีที่มีการพิจารณาโดยจำเลยทั้งสองขาดนัด บังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ค่าซื้อเชื่อสินค้าแก่โจทก์ศาลชั้นต้นออกคำบังคับส่งให้จำเลยทั้งสองโดยวิธีปิดคำบังคับ ต่อมาจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่ามิได้จงใจขาดนัด จำเลยไม่เคยรับหมายเรียก สำเนาคำฟ้องหรือคำสั่งใด ๆ ขอจำเลยเพิ่งทราบว่าถูกฟ้องเมื่อพนักงานศาลไปส่งคำบังคับทั้งจำเลยที่ 2 ไม่เคยโจทก์ตามฟ้อง ศาลพิพากษาให้จำเลยที่ 2 แพ้คดีเพราะจำเลยที่ 2ไม่มีโอกาสต่อสู้จึงขอให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้พิจารณาใหม่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องของจำเลยที่ 2 แล้วพิจารณาสั่งคำร้องของจำเลยที่ 2 เสียใหม่โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
คดีมีปัญหาสู่ศาลฎีกาวินิจฉัยในชั้นนี้มีว่ามีเหตุอันควรจะรับคำร้องของจำเลยที่ 2 ไว้ทำการไต่สวนหรือไม่ เห็นว่า เหตุแห่งข้ออ้างตามคำขอให้ศาลทำการไต่สวนเพื่อมีคำสั่งให้มีการดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีใหม่และโอกาสแห่งการยื่นคำร้องขอของจำเลยที่ 2 ดังกล่าว อยู่ในวิสัยและภายใต้เงื่อนไขของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 207 และมาตรา 208 ซึ่งจำเลยที่ 2 จะกระทำได้โดยชอบ หากฟังเป็นจริงได้ตามคำร้องของจำเลยก็น่าจะได้มีการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีกันใหม่ การที่ศาลชั้นต้นมาด่วนมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 2 โดยที่ยังไม่ได้ทำการไต่สวนเพื่อฟังความทั้งสองฝ่ายให้สิ้นกระแสความเช่นนี้ จึงเป็นการวินิจฉัยที่ไม่ชอบพิพากษายืน