Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 102/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

นายดาบตำรวจ จ. เบิกความว่า พยานปลอมตัวไปล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 2 ตามที่สายลับนัดหมายไว้ เมื่อถึงเวลานัดจำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์มากับจำเลยที่ 2 จากนั้นจำเลยที่ 2 ลงจากรถเข้ามานั่งเจรจา ซื้อขายเมทแอมเฟตามีนกับพยานในรถยนต์ของพยาน หลังจากที่จำเลยที่ 2 ส่งมอบเมทแอมเฟตามีนและรับเงิน จากพยานแล้วได้กลับไปขึ้นรถยนต์ที่จำเลยที่ 1 ขับ จอดรออยู่แล้ว จำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์พาจำเลยที่ 2 ออกไป ซึ่งหลังจากที่จับกุมจำเลยทั้งสองได้แล้วได้ตรวจค้น พบธนบัตรที่ใช้ในการล่อซื้อซ่อนอยู่ในเสื้อชั้นในของ จำเลยที่ 2 อีกทั้งจำเลยที่ 1 ก็ให้การปฏิเสธตลอดมาว่า มาส่งจำเลยที่ 2 เท่านั้น พยานหลักฐานของโจทก์ มีเพียงเท่านี้ ยังไม่อาจฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 2

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันครอบครองเมทแอมเฟตามีนอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 จำนวน 298 เม็ดน้ำหนักคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ 7.322 กรัม และได้ร่วมกันขายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวให้แก่สายลับที่ล่อซื้อเป็นเงิน 25,500 บาท เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4, 5, 6,13 ทวิ, 62, 89, 106, 106 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางจำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง, 62 วรรคหนึ่ง, 89, 106 ทวิประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทแต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากันลงโทษฐานขายเมทแอมเฟตามีนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำเลยที่ 1 อายุ 18 ปี

ลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 จำคุก 8 ปี ส่วนจำเลยที่ 2จำคุก 12 ปี จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จำคุก 6 ปี ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุพันตำรวจตรีศรีชาติ แสงงาม กับพวกได้จับจำเลยทั้งสองนำส่งพนักงานสอบสวนพร้อมด้วยเมทแอมเฟตามีนจำนวน 298 เม็ด และธนบัตรจำนวน 25,500 บาท เป็นของกลางคดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงประการเดียวว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 2 ตามฟ้องโจทก์หรือไม่โจทก์มีนายดาบตำรวจจำลอง เบิกความว่า พยานปลอมตัวไปล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 2 โดยขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อเบนซ์สีขาวไปจอดรอจำเลยที่ 2 ตามที่สายลับนัดหมายไว้เมื่อถึงเวลานัดจำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิซิป้ายแดงมากับจำเลยที่ 2 แล้วได้ขับมาจอดเทียบคู่กับรถยนต์ของพยาน จากนั้นจำเลยที่ 2 ตกลงขายเมทแอมเฟตามีนให้แก่พยานจำนวน 298 เม็ด ในราคา 25,500 บาท

หลังจากที่จำเลยที่ 2 ส่งมอบเมทแอมเฟตามีนและรับเงินจากพยานแล้วได้กลับไปขึ้นรถยนต์ที่จำเลยที่ 1 ขับจอดรออยู่แล้ว จำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์พาจำเลยที่ 2 ออกไป และโจทก์ยังมีพันตำรวจตรีศรีชาติและนายดาบตำรวจลำดวน นำไทย เบิกความว่า หลังจากที่พยานจับกุมจำเลยทั้งสองได้แล้ว ได้ขอทำการตรวจค้นปรากฏว่าพบธนบัตรที่ใช้ในการล่อซื้อซ่อนอยู่ในเสื้อชั้นในของจำเลยที่ 2 พยานโจทก์มีเพียงเท่านี้โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้ร่วมรู้เห็นในการขายเมทแอมเฟตามีนของจำเลยที่ 2 ด้วย หรือร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 2 นอกจากนั้นจากการสืบสวนของเจ้าพนักงานตำรวจก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้ร่วมขายเมทแอมเฟตามีนหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับจำเลยที่ 2 แต่อย่างใด

อีกทั้งจำเลยที่ 1 ก็ให้การปฏิเสธตลอดมาว่ามาส่งจำเลยที่ 2 เท่านั้น ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าตามภาพถ่ายหมาย จ.3 รถยนต์ของจำเลยที่ 1 เป็นรถยนต์ใหม่ป้ายแดง ไม่น่าเชื่อว่าจำเลยที่ 1 จะรับจ้างเพื่อหวังเงินค่าจ้างเพียง 100 บาทนั้น เห็นว่า แม้รถยนต์ของจำเลยที่ 1 จะเป็นรถยนต์ใหม่ป้ายแดงก็ไม่ใช่ว่าจะไม่สามารถนำมาขับรับจ้างพยานหลักฐานของโจทก์มีเพียงเท่านี้ ยังไม่อาจฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 2 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 นั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กนก พรรณรักษา · วิชา มั่นสกุล · อภิศักดิ์ พรวชิราภา
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้