Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2525 (เลขอ้างอิง 101965)

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อคำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานมีผลใช้บังคับ โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างและจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างต้องผูกพันตามคำชี้ขาดนั้น หากนายจ้างประสงค์จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขในคำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานต้องยื่นข้อเรียกร้องดำเนินการตามขั้นตอนที่พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ ฯ กำหนดไว้นายจ้างจะดำเนินการไปฝ่ายเดียวโดยลูกจ้างไม่ยินยอมด้วยไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้จ้างโจทก์สองสำนวนเป็นลูกจ้างประจำ เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๔ โจทก์ทั้งสองสำนวนและลูกจ้างอื่นได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อจำเลย เจรจาตกลงกันได้บางข้อและข้อ ๙ ได้มีการตั้งผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานผู้ชี้ขาดได้ทำคำชี้ขาดว่าให้บริษัทจำเลยจ่ายเงินเบี้ยขยันให้แก่พนักงานผู้ที่ไม่ลากิจ ลาป่วย ขาดงานหรือมาทำงานสายในรอบหนึ่งเดือนเท่ากับค่าจ้างของพนักงานผู้นั้น ๑ วัน ถือว่าเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างต่อมาจำเลยไม่จ่ายเบี้ยขยันให้โจทก์ทุกคนในสำนวนแรกที่มาทำงานใน เดือนมีนาคม ๒๕๒๕ และไม่จ่ายเบี้ยขยันให้โจทก์สำนวนที่ ๒ ที่มาทำงานในเดือนเมษายน ๒๕๒๕ ขอให้จำเลยจ่ายเบี้ยขยันให้โจทก์ทั้งสองสำนวนเท่ากับอัตราค่าจ้างคนละหนึ่งวันตามคำขอท้ายฟ้อง

จำเลยให้การว่า หลักเกณฑ์ในการพิจารณาเบี้ยขยันนอกจากพิจารณาจากการที่ไม่ลากิจ ลาป่วย ขาดงาน หรือมาทำงานสายในรอบเดือนแล้วยังต้องพิจารณาการทำงานของพนักงานผู้ที่จะมีสิทธิได้รับเบี้ยขยันอีกด้วยว่ามีความตั้งใจในการทำงาน และมีความพยายามในการที่จะทำงานให้ได้ผลดีหรือไม่อีกด้วย จำเลยได้มอบให้หัวหน้าแผนกเป็นผู้ดูแลรายงานการทำงานของพนักงานที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและจะมีสิทธิได้รับเบี้ยขยันเสนอต่อฝ่ายบุคคลของจำเลยเพื่อจะได้อนุมัติจ่ายเบี้ยขยันให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับไปและจำเลยได้จ่ายเบี้ยขยันให้แก่ผู้มีสิทธิรับไปแล้ว ส่วนโจทก์นั้นเป็นบุคคลซึ่งไม่ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้รับเบี้ยขยันโจทก์ทุกคนไม่มีสิทธิได้รับเบี้ยขยันตามฟ้อง

ขอให้ยกฟ้อง ในวันนัดพิจารณา โจทก์จำเลยแถลงรับข้อเท็จจริงว่าพนักงานของจำเลยได้ยื่นข้อเรียกร้องจนเกิดข้อพิพาทขึ้นและได้ตั้งผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงาน ผู้ชี้ขาดได้ทำคำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงาน ลงวันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๒๔ เกี่ยวกับเบี้ยขยันมีเงื่อนไขตามคำชี้ขาดข้อ ๙ เอกสารหมาย ล.๑ ตามคำชี้ขาดในข้อ ๙ ให้บริษัทจ่ายเงินเบี้ยขยันให้กับพนักงานที่ไม่ลากิจ ลาป่วย ขาดงานหรือทำงานสายในรอบ ๑ เดือนเท่ากับค่าจ้าง ๑ วันนับแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๒๔ เป็นต้นไป จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเบี้ยขยันเพราะลากิจ ลาป่วย ขาดงาน หรือมาทำงานสาย แต่ต่อสู้ว่าจะต้องปรากฏว่าขยันอีกด้วย แล้วหัวหน้างานจึงจะรายงานให้จำเลยทราบว่าลูกจ้างคนใดมีสิทธิได้รับเบี้ยขยัน และจำเลยได้ประกาศหลักเกณฑ์ในการจ่ายเบี้ยขยันตามเอกสารหมาย ล.๑ เท่ากับจำเลยได้อ้างเงื่อนไขในการจ่ายเบี้ยขยันเพิ่มเติมจากคำชี้ขาดข้อ ๙ จึงมีปัญหาว่าจำเลยมีสิทธิเพิ่มเติมเงื่อนไขในการจ่ายเบี้ยขยันนอกเหนือไปจากที่ปรากฏในคำชี้ขาดข้อ ๙ หรือไม่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยสำหรับโจทก์ที่ ๒๔ ในสำนวนแรกแถลงขอถอนฟ้อง จำเลยไม่คัดค้าน ศาลแรงงานกลางอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่าเอกสารหมาย จ.๑ ข้อ ๙ เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลผูกพันโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างและจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๒๐ ที่ห้ามมิให้นายจ้างเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเว้นแต่เป็นคุณแก่ลูกจ้างยิ่งกว่า การที่จำเลยได้ประกาศเอกสารหมาย ล.๑ เพิ่มเติมข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่เป็นโทษแก่ลูกจ้างหามีผลใช้บังคับไม่ พิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินเบี้ยขยันประจำเดือนมีนาคมให้แก่โจทก์สำนวนแรกคือ โจทก์ที่ ๑ ที่ ๖ ถึงที่ ๑๒ ที่ ๑๗ ถึงที่ ๑๘ ที่ ๒๑ ถึงที่ ๒๔ คนละ ๖๑ บาท ให้โจทก์ที่ ๒ ถึงที่ ๕ ที่ ๑๓ ที่ ๑๕ ถึงที่ ๑๖ ที่ ๑๙ ถึงที่ ๒๐ คนละ ๖๓ บาท จ่ายเงินเบี้ยขยันประจำเดือนเมษายน ๒๕๒๕ ให้โจทก์สำนวนที่ ๒ คือโจทก์ที่ ๑ ที่ ๕ ที่ ๖ ที่ ๙ ที่ ๑๑ ที่ ๑๗ ที่ ๑๘ ที่ ๒๐ ถึงที่ ๒๓ คนละ ๖๑ บาทให้โจทก์ที่ ๘ ๖๒ บาท โจทก์ที่ ๑๒ ๖๓ บาท

จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ทั้งสองสำนวนเป็นลูกจ้างของจำเลยได้รับค่าจ้างรายวันตามคำฟ้องเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๔ โจทก์กับพวกได้ยื่นข้อเรียกร้อง โจทก์จำเลยได้เจรจาตกลงกันได้ในบางข้อ ข้อที่ตกลงกันไม่ได้ได้ตกลงกันตั้งผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงาน ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานได้ทำคำชี้ขาดเกี่ยวกับเบี้ยขยันในคำชี้ขาดเอกสารหมาย จ.๑ ข้อ ๙ ว่า "บริษัทฯ ยินดีจ่ายเงินเบี้ยขยันให้กับพนักงานทุกคนที่ไม่ลากิจ ลาป่วย ขาดงาน หรือมาทำงานสายในรอบ ๑ เดือนเดือนละเท่ากับค่าจ้างของผู้นั้น ๑ วันนับแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๒๔ เป็นต้นไป"ปรากฏว่าจำเลยไม่ยอมจ่ายเบี้ยขยันให้แก่โจทก์สำนวนแรกสำหรับเดือนมีนาคม ๒๕๒๕ และไม่จ่ายเบี้ยขยันให้แก่โจทก์สำนวนที่ ๒ สำหรับเดือนเมษายน ๒๕๒๕ โดยจำเลยยอมรับว่าโจทก์ไม่ได้ลากิจ

ลาป่วย หรือขาดงาน หรือมาทำงานสายในเดือนนั้น แต่กรณีไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับเบี้ยขยันเพราะไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามเงื่อนไขของบริษัทจำเลยที่ประกาศใช้บังคับเกี่ยวกับการจ่ายเบี้ยขยัน ลงวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๒๔ ตามเอกสารหมาย ล.๑ ซึ่งมีเงื่อนไขอยู่ ๑๐ ข้อที่ลูกจ้างจะต้องปฏิบัติจึงมีคุณสมบัติได้รับเบี้ยขยัน เช่นต้องแต่งกายเรียบร้อยตามระเบียบของโรงงานที่กำหนดให้ ติดบัตรประจำตัวของตัวเองตลอดเวลาทำงาน ไม่ออกนอกสถานที่ปฏิบัติงานโดยไม่ได้รับอนุญาตต้องตั้งใจปฏิบัติงานโดยขยันขันแข็ง ฯลฯ เป็นต้น เมื่อลูกจ้างคนใดปฏิบัติถูกต้องตามเงื่อนไขแล้วหัวหน้างานจึงจะรายงานชื่อของลูกจ้างที่จะได้รับเบี้ยขยัน โจทก์ทั้งสองสำนวนนี้หัวหน้างานมิได้รายงานขึ้นมา จึงไม่จ่ายเบี้ยขยันให้

เห็นว่า ตามคำวินิจฉัยข้อพิพาทแรงงานเอกสารหมาย จ.๑ ข้อ ๙ กำหนดเงื่อนไขในการจ่ายเบี้ยขยันไว้เพียงว่า "ให้บริษัทฯ จ่ายเบี้ยขยันให้กับพนักงานผู้ที่ไม่ลากิจ ลาป่วย ขาดงาน หรือมาทำงานสายในรอบ ๑ เดือนเท่ากับค่าจ้างของพนักงานผู้นั้น ๑ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๒๔ เป็นต้นไป" คำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานมีผลใช้บังคับซึ่งโจทก์ผู้เป็นลูกจ้างและจำเลยผู้เป็นนายจ้างจะต้องผูกพันตามคำชี้ขาด ผู้ใดที่ปฏิบัติถูกต้องตามข้อ ๙ นี้ก็มีสิทธิได้รับเบี้ยขยัน ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานก็มีโทษตามมาตรา ๑๓๑ แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ และหากนายจ้างประสงค์จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขก็ต้องยื่นข้อเรียกร้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

นายจ้างจะดำเนินการไปฝ่ายเดียวโดยลูกจ้างไม่ยินยอมด้วยไม่ได้ กรณีจำเลยนี้จำเลยได้เพิ่มเติมเงื่อนไขอื่น ๆ ในการจ่ายเงินเบี้ยขยันปรากฏตามประกาศฯ เอกสารหมาย ล.๑ทำให้ลูกจ้างได้รับเบี้ยขยันยากยิ่งขึ้น ประกาศดังกล่าวย่อมไม่มีผลผูกพันโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้าง อุทธรณ์จำเลยทั้งสองสำนวนฟังไม่ขึ้น สำหรับโจทก์ที่ ๑๔ ที่ ๒๕ ในสำนวนแรก และโจทก์ที่ ๑ ที่ ๔ ที่ ๗ ที่ ๑๐ ที่ ๑๓ ที่ ๑๔ ที่ ๑๕ ที่ ๑๖ ที่ ๑๙ ในสำนวนที่ ๒ ซึ่งศาลแรงงานมิได้พิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินเบี้ยขยันตามที่โจทก์ขอมานั้น โจทก์ดังกล่าวมิได้อุทธรณ์จึงไม่วินิจฉัยให้ ส่วนโจทก์ที่ ๒๔ ในสำนวนแรกขอถอนฟ้องและศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตแล้วที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเบี้ยขยันให้โจทก์ที่ ๒๔ จึงไม่ถูกต้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่าไม่จ่ายเบี้ยขยันให้โจทก์ที่ ๒๔ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ขจร หะวานนท์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ไพศาล สว่างเนตร
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุลศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้