Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2525 (เลขอ้างอิง 101938)

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นเจ้าพนักงานทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยป่าไม้อำเภอ ได้รับคำสั่งจากป่าไม้อำเภอให้ไปตรวจสอบไม้ตามที่มีผู้ยื่นคำขอใบเบิกทางนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่จำเลยไม่ได้ไปตรวจสอบไม้ ไม่ได้ตรวจสอบหลักฐานการชำระเงินค่าภาคหลวง และไม่ได้ตรวจสอบบัญชีจำหน่ายไม้ แต่จำเลยได้ลงลายมือชื่อของตนในหนังสือกำกับไม้แปรรูปในช่องผู้ตรวจสอบเพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่าได้ทำการตรวจสอบดังกล่าวแล้ว และทำความเห็นเสนอนายอำเภอในคำขอใบเบิกทางนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ว่าได้ไปทำการตรวจสอบไม้รายนี้แล้วถูกต้องจริง สมควรออกใบเบิกทางให้ได้ ซึ่งเป็นความเท็จ เป็นเหตุให้ป่าไม้อำเภอในฐานะผู้ทำการแทนนายอำเภอออกใบเบิกทางนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ให้แก่ผู้ขอ ทำให้ป่าไม้อำเภอซึ่งเป็นผู้ออกใบเบิกทางนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ได้รับความเสียหาย การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ป่าไม้อำเภอและกรมป่าไม้ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และเป็นความผิดฐานรับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำการอย่างใดขึ้นอันเป็นความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162(1) รเเบียบของกรมป่าไม้ที่ระบุให้จำเลยซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องเขียนกรอกข้อความลงในใบเบิกทางนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ด้วยตนเองนั้น ปรากฏว่าในทางปฏิบัติได้อนุโลมให้ผู้ขอใบเบิกทางนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ซึ่งมิใช่พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้เขียนกรอกข้อความลงในใบเบิกทางนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ แล้วจำเลยลงชื่อว่าตนเป็นผู้เขียนหรือกรอกเองนั้น เป็นการปฏิบัติผิดระเบียบของกรมป่าไม้เท่านั้น มิใช่เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 การเขียนกรอกข้อความลงในใบเบิกทางนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ดังกล่าว เป็นการเขียนกรอกข้อความตามช่องในแบบฟอร์ม ซึ่งมีช่องให้กรอกเป็นช่อง ๆ จึงมิใช่เป็นการจดข้อความซึ่งมีหน้าที่ต้องรับจด การกระทำของจำเลยจึงไม่ใช่การละเว้นไม่จดข้อความซึ่งจำเลยมีหน้าที่ต้องรับจดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 (3)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ปลอมคำขอใบเบิกทางนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ หนังสือกำกับไม้แปรรูป แล้วนำคำขอใบเบิกทางนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่และหนังสือกำกับไม้แปรรูปที่ทำปลอมขึ้นนั้นไปใช้อ้างแสดงต่อพนักงานป่าไม้อำเภอเมืองลำปางเพื่อขอให้เบิกทางนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยป่าไม้อำเภอเมืองลำปาง ได้รับคำสั่งจากป่าไม้อำเภอเมืองลำปางให้ตรวจสอบไม้ตามคำขอใบเบิกทางนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่และหนังสือกำกับไม้ตามที่จำเลยที่ ๑ ยื่นขอ ว่ามีไม้ตามชนิด จำนวน ขนาด ปริมาณ ตรงตามคำขอหรือไม่ และตรวจสอบหลักฐานการชำระค่าภาคหลวงของไม้ดังกล่าว จำเลยที่ ๒ ไม่ได้ไปตรวจสอบไม้และไม่ได้ตรวจสอบหลักฐานการชำระเงินค่าภาคหลวง แต่ได้ลงลายมือชื่อในหนังสือกำกับไม้ในช่องผู้ตรวจสอบเพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่าได้ทำการตรวจสอบถูกต้องแล้ว และทำความเห็นเสนอนายอำเภอเมืองลำปางว่าได้ทำการตรวจไม้รายนี้ถูกต้องแล้วอันเป็นความเท็จ เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นการรับรองเป็นหลักบานว่าได้กระทำการอย่างใดขึ้น

รับรองว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ และจำเลยที่ ๒ มีหน้าที่ทำ กรอกข้อความลงในใบเบิกทางนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ ได้ยอมให้จำเลยที่ ๑ ซึ่งไม่ใช่พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้นำกรอกข้อความลงในเอกสารดังกล่าวแล้วจำเลยที่ ๒ ลงนามยืนยันและรับรองความถูกต้องแท้จริง อันเป็นการละเว้นไม่จดข้อความซึ่งตนมีหน้าที่ต้องรับจดและเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗, ๑๖๒(๑) (๓), ๒๕๒, ๒๖๔, ๒๖๘, ๘๓ จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ ๒ ให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๕๒, ๒๖๔, ๒๖๘ ลงโทษตามมาตรา ๒๕๒ และ ๒๖๘ จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๗, ๑๖๒(๑) (๓), ลงโทษตามมาตรา ๑๕๗ ซึ่งเป็นบทหนัก ของกลางริบ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ ๒ นอกจากที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๒ ไม่ได้ตรวจสอบไม้ ไม่ได้ตรวจสอบหลักฐานการชำระเงินค่าภาคหลวงและไม่ได้ตรวจสอบบัญชีจำหน่ายไม้ตามคำสั่งของป้าไม้อำเภอเมืองลำปาง แต่จำเลยที่ ๒ ได้ลงลายมือชื่อของตนเองในหนังสือกำกับไม้แปรรูปในช่องผู้ตรวจสอบเพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่าได้ทำการตรวจสอบดังกล่าวแล้วและทำความเห็นเสนอนายอำเภอเมืองลำปาง ในคำขอใบเบิกทางนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ว่าได้ไปทำการตรวจสอบไม้รายนี้แล้วถูกต้องจริงตามหลักฐานเดิมที่ผู้ร้องขอกล่าวอ้างได้ใช้ตราตีประทับไว้เป็นสำคัญ เห็นสมควรออกใบเบิกทางให้ได้ ซึ่งเป็นความเท็จ เป็นเหตุให้ป่าไม้อำเภอเมืองลำปางในฐานะผู้ทำการแทนนายอำเภอเมืองลำปางออกไบเบิกทางนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ให้แก่จำเลยที่ ๑ การกระทำดังกล่าวทำให้ป่าไม้อำเภอเมืองลำปางซึ่งเป็นผู้ออกใบเบิกทางนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ได้รับความเสียหาย

เนื่องจากออกใบเบิกทางนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ไปตามหลักฐานเท็จซึ่งจำเลยที่ ๒ เป็นผู้รับรองและเสนอ การกระทำของจำเลยที่ ๒ เป็นความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพิ่อให้เกิดความเสียหายแก่ป่าไม้อำเภอเมืองลำปางและกรมป่าไม้ และเป็นความผิดฐานรับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำการอย่างใดขึ้นอันเป็นความเท็จ

ปัญหาต่อไปมีว่า การที่จำเลยที่ ๒ ให้จำเลยที่ ๑ เขียนกรอกข้อความลงในใบเบิกทางนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ โดยจำเลยที่ ๒ ลงชื่อเป็นผู้กรอกเขียนเองนั้นเป็นความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ลงนามอนุญาตในใบเบิกทางนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่และกรมป่าไม้ และเป็นความผิดฐานละเว้นไม่จดข้อความซึ่งจำเลยที่ ๒ มีหน้าที่ต้องรับจดหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า การเขียนกรอกข้อความดังกล่าวนี้มีระเบียบของกรมป่าไม้ระบุให้จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องเขียนกรอกเอง แต่ได้ความว่า ในทางปฏิบัติอนุโลมให้ผู้ขอออกใบเบิกทางเขียนเอง ทั้งนี้เพื่อแบ่งเบาภาระของพนักงานเจ้าหน้าที่และเป็นการอำนวยความสะดวกรวดเร็วให้แก่ผู้ขอ ดังนี้การกระทำของจำเลยที่ ๒ เป็นการปฏิบัติผิดระเบียบของกรมป่าไม้เท่านั้น มิใช่เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และการปฏิบัติผิดระเบียบดังกล่าวก็มีการอนุโลมให้ทำได้ การกระทำของจำเลยที่ ๒ จึงไม่เป็นความผิด การเขียนกรอกข้อความดังกล่าวนั้น เป็นการเขียนกรอกตามช่องในแบบฟอร์มซึ่งมีช่องให้กรอกเป็นช่อง ๆ การเขียนกรอกข้อความดังกล่าวมิใช่เป็นการจดข้อความซึ่งมีหน้าที่ต้องรับจด ฉะนั้นการที่จำเลยที่ ๒ ไม่เขียนกรอกข้อความเอง จึงไม่เป็นการละเว้นไม่จดข้อความซึ่งจำเลยที่ ๒ มีหน้าที่ต้องรับจด

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗, ๑๖๒(๑) ให้ลงโทษตามมาตรา ๑๕๗ ซึ่งเป็นบทหนัก นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นิยม ติวุตานนท์ · สุวัฒน์ รัตรสาร · ดุสิต วราโห
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดลำปาง - นายชลอ ทองแย้ม
ศาลอุทธรณ์ - นายอุทิศ บุญชู
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4639/2566

จำเลยที่ 1 แม้ไม่มีฐานะหรือคุณสมบัติเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ตามกฎหมายโดยตรงในการดูแลและประสานโครงการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟบ้านบ่อน้ำใส ประจำปีงบประมาณ 2557 อันจะร่วมกระทำความผิดเป็นตัวการหรือเป็นผู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2695/2566

จำเลยที่ 2 หัวหน้าสำนักงานปลัดมีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการ และสำนักปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบางรักพัฒนาเป็นผู้จัดทำเอกสารเกี่ยวกับการจัดจ้างและเบิกเงินงบประมาณทั้งหมด ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 เข้าไปม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6812/2561

การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่า ร. ปลัดอำเภอรักษาการในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายทะเบียนและบัตร มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร บัตรประจำตัวประชาชนและการทะเบียนอื่นๆ ที่อยู่ในคว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5263/2561

แม้การกระทำของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสระแก้วไม่ใช้การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษตามที่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสระแก้ว เพราะยังไม่ได้รับประกาศภัยพิบัติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12091/2558

ก่อนจับกุมโจทก์ทั้งสองได้มีการจับกุม ช. กับพวกในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ช. ให้การว่าโจทก์ทั้งสองเป็นผู้ใช้จ้างวาน จึงมีการสอบสวน ขยายผลและจับกุมโจทก์ทั้งสองมาลงบันทึกประจำวันไว้ และตามสำเนารายงานป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้