Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10185/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ว. เจ้าของที่ดินเดิมมีเจตนาอุทิศที่ดินส่วนที่เป็นทางเดินพิพาทให้เป็นทางสาธารณะเพื่อให้ประชาชนใช้ร่วมกัน จึงย่อมมีผลให้ที่ดินส่วนที่เป็นทางเดินพิพาทตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภททรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 1304 (2) ทันที โดยไม่จำต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อที่ดินส่วนที่เป็นทางเดินพิพาทตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินแล้วก่อนที่ ว. จะขายที่ดินให้แก่โจทก์ กรณีจึงไม่จำต้องคำนึงถึงระยะเวลาที่ประชาชนทั่วไปในละแวกนั้นจะได้ใช้ทางเดินพิพาท และเมื่อทางเดินพิพาทตกเป็นทางสาธารณประโยชน์เสียก่อนแล้ว การที่จำเลยได้ดำเนินการก่อสร้างสะพานทางเดินพิพาทตามแนวทางเดินเดิมที่ตกเป็นทางสาธารณประโยชน์แล้ว ทางเดินพิพาทจึงมิอาจโอนให้แก่กันได้โดยทางนิติกรรม เมื่อโจทก์ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 29420 ซึ่งรวมเอาทางเดินพิพาทไว้ด้วยภายหลังจากที่ทางเดินพิพาทตกเป็นทางสาธารณประโยชน์แล้ว โจทก์ย่อมไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินส่วนนี้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนถนนคอนกรีตทางทิศตะวันตกของที่ดินแปลงดังกล่าวออกไปทั้งหมดโดยค่าใช้จ่ายของจำเลย หากจำเลยไม่ทำการรื้อถอน ให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนเองโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงินเดือนละ 20,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะรื้อถอนถนนคอนกรีตดังกล่าวออกไปจากที่ดินของโจทก์เสร็จสิ้น

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์1,500 บาท แทนจำเลย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ที่ดินส่วนที่เป็นสะพานทางเดินคอนกรีตตกเป็นทางสาธารณประโยชน์หรือไม่ เห็นว่า จากคำเบิกความและสำเนาบันทึกให้ข้อเท็จจริงของนายวิรัช ได้ความว่า นายวิรัชทราบเรื่องที่มีชาวบ้านเดินผ่านที่ดินแปลงนี้มาตั้งแต่เมื่อครั้งที่ซื้อที่ดินมาจากนายถนอม แต่ก็ไม่ปรากฏว่านายวิรัชจะเคยติดใจหวงกัน ส่วนเรื่องการสร้างสะพานทางเดินคอนกรีตทางทิศตะวันตกของที่ดิน แม้นายวิรัชจะไม่ทราบมาก่อนและไม่ได้อนุญาตให้สุขาภิบาลสำโรงใต้หรือจำเลยก่อสร้างเนื่องจากนายซาไม่เคยแจ้งให้ทราบ แต่เมื่อนายวิรัชทราบเรื่องแล้วก็ไม่ได้ติดใจโต้แย้งคัดค้าน เนื่องจากเห็นว่าสะพานทางเดินดังกล่าวสร้างอยู่ริมโฉนดที่ดินและสะพานทางเดินดังกล่าวเป็นการสร้างความเจริญให้แก่ท้องถิ่น โดยนายวิรัชเบิกความตอบทนายจำเลยถามติงว่า

พยานทราบมาก่อนที่จะขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่โจทก์ว่ามีการสร้างทางเดินคอนกรีตในที่ดิน ทั้งยังเบิกความด้วยว่า พยานตกลงขายที่ดินให้แก่โจทก์แบบเหมาทั้งแปลงตามสภาพที่ดินที่เป็นอยู่ และเบิกความตอบทนายโจทก์ถามค้านว่า พยานได้ตกลงให้โจทก์ไปดูสภาพที่ดินก่อนที่จะซื้อ ซึ่งสอดคล้องกับข้อความในสัญญาจะซื้อจะขาย ที่ระบุว่า เป็นการขายที่ดินในราคาเหมารวม 6,172,500 บาท มิใช่เป็นการคำนวณราคาขายตารางวาละ 7,500 บาท ดังที่โจทก์อ้างไม่ โจทก์เองก็เบิกความรับว่าได้ไปดูที่ดินก่อนซื้อและพบว่าทางทิศตะวันตกของที่ดินมีทางเดินเป็นปูนซีเมนต์ซึ่งมีสภาพเก่ามีวัชพืชและต้นไทรปกคลุมบางส่วนของทางเดิน ทางเดินจึงมีลักษณะเปลี่ยวไม่ค่อยมีคนเดินสัญจรไปมา

หลังจากโจทก์ซื้อที่ดินมาจากนายวิรัชแล้ว จำเลยได้ก่อสร้างสะพานทางเดินพิพาททับทางเดินเดิมดังกล่าว อันเจือสมกับคำเบิกความของนายวิรัชที่ว่า พยานได้ทราบเรื่องทางเดินคอนกรีตเดิมในที่ดินพิพาทแล้ว แต่พยานก็มิได้คัดค้านการก่อสร้างทางเดินดังกล่าวแต่อย่างใด แม้ว่าแต่เดิมประชาชนจะใช้ทางเดินทางทิศตะวันออกหรือบริเวณกลางที่ดินผ่านออกไปสู่ถนนสาธารณะก่อนที่จะมีการสร้างสะพานทางเดินคอนกรีตพิพาทบนที่ดินทางทิศตะวันตกก็คงเนื่องด้วยสภาพพื้นที่ที่เป็นร่องสวนสอดคล้องกับรายงานการของบประมาณของสุขาภิบาลสำโรงใต้ที่ระบุว่า ได้ก่อสร้างสะพานทางเดินคอนกรีตทางทิศตะวันตกของที่ดินเชื่อมระหว่างทางเดินที่ลงมาจากสะพานข้ามคลองออกไปยังถนนสาธารณะอันมีลักษณะเป็นสิ่งก่อสร้างถาวรเมื่อปี 2538 ให้ประชาชนได้ใช้เป็นเส้นทางสัญจรผ่านไปมาอย่างเป็นระเบียบเป็นแนวเดินแน่นอนนับแต่นั้น

อันมิใช่เป็นกรณีที่ชาวบ้านใช้ทางเดินผ่านที่ดินอย่างถือวิสาสะโดยใช้ทางเดินกลางที่ดิน หรือทางทิศตะวันออกของที่ดิน หรือตรงนั้นบ้าง ตรงนี้บ้าง ดังเช่นที่ผ่านมา โดยที่นายวิรัชเจ้าของที่ดินในขณะนั้นเมื่อทราบเรื่องแล้วก็มิได้หวงห้ามหรือสงวนสิทธิใด ๆ ทั้งนายวิรัชยังให้ข้อเท็จจริงแก่จำเลยว่า การก่อสร้างทางเดินดังกล่าวเป็นการสร้างความเจริญให้แก่ท้องถิ่นเป็นทำนองเห็นดีด้วยกับประโยชน์ที่ประชาชนในละแวกนั้นจะได้รับ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า นายวิรัชมีเจตนาอุทิศที่ดินส่วนที่เป็นทางเดินดังกล่าวให้เป็นทางสาธารณะเพื่อให้ประชาชนใช้ร่วมกันโดยปริยาย ดังนี้ จึงย่อมมีผลให้ที่ดินส่วนที่เป็นทางเดินพิพาทตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภททรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 (2)

ทันทีโดยไม่จำต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อที่ดินส่วนที่เป็นทางเดินพิพาทตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินแล้วก่อนที่นายวิรัชจะขายที่ดินให้แก่โจทก์ กรณีจึงไม่จำต้องคำนึงถึงระยะเวลาที่ประชาชนทั่วไปในละแวกนั้นจะได้ใช้ทางเดินพิพาทดังที่โจทก์ฎีกาไม่ และเมื่อทางเดินพิพาทตกเป็นทางสาธารณประโยชน์เสียก่อนแล้ว การที่จำเลยได้ดำเนินการก่อสร้างสะพานทางเดินพิพาทตามแนวทางเดินเดิมที่ตกเป็นทางสาธารณประโยชน์แล้วเนื่องจากทางเดินเดิมที่สร้างไว้ในปีงบประมาณ 2538 ชำรุดทรุดโทรมจึงได้อนุมัติงบประมาณสร้างใหม่ในปี 2547 ตามคำเบิกความของนายสรรเกียรติ นายกเทศมนตรีตำบลสำโรงใต้ ทางเดินพิพาทจึงมิอาจโอนให้แก่กันได้โดยทางนิติกรรม

เมื่อโจทก์ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 29420 ซึ่งรวมเอาทางเดินพิพาทไว้ด้วยภายหลังจากที่ทางเดินพิพาทตกเป็นทางสาธารณประโยชน์แล้ว โจทก์ย่อมไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินส่วนนี้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง และไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของโจทก์อีกต่อไปเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความในชั้นนี้แทนจำเลย 3,000 บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์ · ไชยยงค์ คงจันทร์ · นพวรรณ อินทรัมพรรย์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นางสาวสุภี สมสวัสดิ์วิบูลย์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นางสมศรี หรูจิตตวิวัฒน์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.2878/2551
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ752/2548
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ1197/2549
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้