Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2525 (เลขอ้างอิง 101623)

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การเลิกจ้างอย่างไรเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 นั้น ศาลสามารถวินิจฉัยได้โดยคำนึงถึงเหตุอันควรไม่ควรในการเลิกจ้าง.ประกอบกับระเบียบข้อบังคับการทำงานซึ่งถือได้ว่าเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ซึ่งไม่จำต้องวินิจฉัยโดยอาศัยหลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 121, 123 ซึ่งเป็นคนละกรณีกัน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยตำแหน่งหัวหน้าหน่วยช่างเครื่อง เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๒๔ สหภาพแรงงานสิ่งทอไทยเกรียงได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อจำเลย และเป็นข้อพิพาทที่ไม่สามารถตกลงกันได้ต้องเข้าสู่การชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ในระหว่างการชี้ขาด จำเลยเลิกจ้างโจทก์ซึ่งเป็นสมาชิกของสหภาพแรงงานสิ่งทอไทยเกรียงและเกี่ยวกับข้อเรียกร้อง เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๓๑ และเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๙ ขอให้ศาลบังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่เดิม โดยได้รับค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิม

จำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่า โจทก์เป็นหัวหน้าหน่วยงาน ระดับผู้บังคับบัญชาจึงเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานไม่ได้ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๙๕ โจทก์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงานสิ่งทอไทยเกรียง จำเลยจึงมิได้ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๓๑ และโจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม แต่ไม่ระบุว่าไม่เป็นธรรมอย่างไร เป็นฟ้องเคลือบคลุมพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๙ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของวิธีพิจารณาคดีแรงงานไม่ใช่บทบัญญัติที่กำหนดถึงการกระทำอันไม่เป็นธรรม เหตุที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ขาดประสิทธิภาพในการบริหารงานในหน้าที่ โดยจำเลยจ่ายเงินให้แก่โจทก์แทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเวลา ๑ เดือน และจ่ายค่าชดเชยให้ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงานแล้ว ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม โจทก์เป็นพนักงานระดับผู้บังคับบัญชา ต้องห้ามมิให้เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๙๕ วรรคสองและโจทก์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในข้อเรียกร้อง กรณีไม่จำต้องพิจารณาตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๓๑ เหตุเลิกจ้างที่เท็จจริงน่าเชื่อว่าเกิดจากการนัดหยุดงานซึ่งโจทก์สำนวนแรกร่วมเป็นโฆษกและโจทก์สำนวนหลังมีส่วนพูดให้กำลังใจแก่คนงานในการชุมนุมนัดหยุดงาน จึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม พิพากษาให้จำเลยรับโจทก์เข้าทำงานดังเดิมในอัตราค่าจ้างที่ได้รับขณะถูกเลิกจ้าง

จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมและเป็นการเลิกจ้างที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๓๑ ซึ่งเป็นคนละกรณีต่างกัน การที่จะวินิจฉัยว่า เป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมหรือไม่นั้นถึงแม้ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะว่า การเลิกจ้างอย่างไรเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมก็ตาม แต่ศาลก็สามารถวินิจฉัยได้ตามหลักธรรมดาโดยคำนึงถึงเหตุอันควรไม่ควรในการเลิกจ้างประกอบกับระเบียบข้อบังคับการทำงานซึ่งถือได้ว่าเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง โดยไม่จำต้องวินิจฉัยโดยอาศัยหลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๑, ๑๒๓ ซึ่งเป็นคนละกรณีกันดังกล่าว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพศาล สว่างเนตร · ขจร หะวานนท์ · ธาดา วัชรานันท์
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายสุชาติ สุขสุมิตรศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้