Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2524 (เลขอ้างอิง 101311)

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

นิติบุคคลที่จะเป็นตัวแทนฟ้องความแทนผู้อื่นตามที่ได้รับมอบอำนาจไม่จำต้องมีวัตถุประสงค์เป็นตัวแทนฟ้องความอีกต่างหากถ้าเรื่องที่เป็นความอยู่ในขอบเขตวัตถุประสงค์ของนิติบุคคลนั้น (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 263/2503) หนังสือมอบอำนาจทำขึ้นในต่างประเทศ มีการรับรองโดยเจ้าหน้าที่ศาลแห่งเมืองนั้นโดยมีสถานกงสุลไทยรับรองมาอีกชั้นหนึ่งว่าตราที่ประทับในหนังสือมอบอำนาจเป็นตราที่ถูกต้องของศาลชั้นสูงใบมอบอำนาจนี้ถือว่าถูกต้องตามกฎหมายของประเทศนั้น จึงไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร โจทก์และจำเลยมีเจตนาจะให้วัตถุประสงค์แห่งสัญญาซื้อขายเป็นผลสำเร็จได้ก็แต่ด้วยการชำระหนี้ภายในเวลาที่กำหนดไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 388 เมื่อโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาจำเลยก็ชอบที่จะบอกเลิกสัญญาเสียได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวก่อนตามมาตรา 387 แต่เมื่อจำเลยมิได้บอกเลิกสัญญากลับขอให้โจทก์ปฏิบัติตามสัญญาต่อไปโดยไม่ถือว่าโจทก์ผิดสัญญาถือว่าจำเลยและโจทก์มิได้ถือเอากำหนดเวลาเป็นสาระสำคัญต่อไปต่อมาจำเลยจะบอกเลิกสัญญากับโจทก์ทันทีไม่ได้ต้องกำหนดระยะเวลาพอสมควรบอกกล่าวให้โจทก์ปฏิบัติตามสัญญาก่อนเมื่อโจทก์ไม่ปฏิบัติภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ จำเลยจึงบอกเลิกสัญญาได้ เมื่อโจทก์ที่ 2 ได้ชี้ช่องให้โจทก์ที่ 1 และจำเลยได้ทำสัญญากันเสร็จจำเลยก็ต้องรับผิดใช้ค่าบำเหน็จให้แก่โจทก์ที่ 2 ตามที่จำเลยกับโจทก์ที่ 2 ได้ตกลงกันไว้โดยไม่ต้องคำนึงว่าคู่สัญญาจะได้ปฏิบัติตามสัญญานั้นในเวลาต่อไปหรือไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีภูมิลำเนาอยู่ ณ เมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอเนียประเทศสหรัฐอเมริกา จำเลยได้ทำสัญญาขายถั่วเขียวกับโจทก์ที่ ๒ตัวแทนของโจทก์ที่ ๑ เพื่อส่งไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อถึงกำหนดเวลาที่จำเลยต้องส่งถั่วเขียวงวดแรกแก่โจทก์ที่ ๑ จำเลยหาปฏิบัติตามสัญญาไม่ อ้างว่าถั่วเขียวราคาสูงขึ้นและขอร้องตัวแทนโจทก์ที่ ๑ เพื่อขอเลิกสัญญา ตัวแทนโจทก์ที่ ๑ ยอมผ่อนผันให้จำเลยส่งถั่วเขียวงวดที่ ๒ ก่อน จำเลยได้จัดส่งถั่วเขียวงวดที่ ๒ แก่โจทก์ที่ ๑ ตามสัญญา ส่วนถั่วเขียวงวดแรกจำเลยไม่ยอมส่งให้การผิดสัญญาของจำเลยทำให้โจทก์ที่ ๑ เสียหาย เพราะต้องซื้อสินค้าจากบุคคลอื่นสูงขึ้น

โจทก์ที่ ๑ ขอคิดค่าเสียหายพร้อมด้วยดอกเบี้ยสำหรับโจทก์ที่ ๒ นั้น โจทก์ที่ ๒ และจำเลยได้ตกลงกันโดยธรรมเนียมประเพณีการค้าว่า เมื่อโจทก์ที่ ๒ หาผู้ซื้อในต่างประเทศได้แล้ว จำเลยจะต้องจ่ายค่านายหน้าให้ร้อยละสองของราคาสินค้าที่ซื้อขายกันเมื่อจำเลยผิดสัญญาต่อโจทก์ที่ ๑ ทำให้โจทก์ที่ ๒ เสียประโยชน์ที่ควรได้ร้อยละสองของราคาถั่วเขียวงวดแรก ขอศาลพิพากษาและบังคับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสอง

จำเลยให้การว่า โจทก์ที่ ๑ ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะโจทก์ที่ ๑ มิได้มอบอำนาจให้โจทก์ที่ ๒ ฟ้องคดีนี้ การฟ้องคดีนี้เป็นกิจการนอกวัตถุประสงค์ทางการค้าของโจทก์ที่ ๑และการรับมอบอำนาจฟ้องคดีนี้เป็นกิจการนอกวัตถุประสงค์ทางการค้าของผู้รับมอบอำนาจเช่นกัน จำเลยไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา ความจริงแล้วโจทก์ที่ ๑ เป็นฝ่ายผิดสัญญาเพราะการซื้อขายครั้งนี้โจทก์ที่ ๑ ต้องจัดหาเรือมารับสินค้างวดแรกภายในกำหนดระยะเวลาซึ่งถือเป็นสาระสำคัญของการซื้อขายเนื่องจากราคาและจำนวนสินค้าในท้องตลาดไม่แน่นอน เมื่อโจทก์ที่ ๑ ไม่จัดการหาเรือมารับสินค้างวดแรกภายในกำหนดอันเป็นการผิดสัญญาในข้อสาระสำคัญทำให้จำเลยเสียหายจำเลยจึงบอกเลิกสัญญากับโจทก์ที่ ๑ เมื่อโจทก์ที่ ๑ เป็นฝ่ายผิดสัญญาย่อมจะเรียกค่าเสียหายจากจำเลยไม่ได้

ราคาสินค้ามิได้สูงขึ้นดังที่โจทก์อ้าง จำเลยไม่เคยตกลงจะจ่ายค่านายหน้าแก่โจทก์ที่ ๒ อย่างไรก็ดีเมื่อผู้ซื้อผิดสัญญาและจำเลยได้บอกเลิกสัญญาแล้วทั้งไม่มีการชำระเงินค่าสินค้ากันแต่อย่างใด โจทก์ที่ ๒ จึงไม่มีสิทธิเรียกค่านายหน้าขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ที่ ๑ ไม่มีอำนาจฟ้อง ส่วนคดีสำหรับโจทก์ที่ ๒ วินิจฉัยว่าโจทก์ที่ ๒ ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายมิได้ฟ้องบังคับจำเลยในเรื่องผิดสัญญานายหน้าโดยตรงข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยผิดสัญญา เมื่อจำเลยยังไม่ส่งสินค้างวดแรกแก่โจทก์ โจทก์ที่ ๒ ก็ยังไม่เสียหายอันจะเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้ พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ที่ ๑ มีอำนาจฟ้อง จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ ๑พร้อมด้วยดอกเบี้ยโจทก์ที่ ๒ เป็นนายหน้าชี้ช่องให้โจทก์ที่ ๑ และจำเลยได้ทำสัญญากัน จำเลยต้องรับผิดใช้ค่าบำเหน็จให้โจทก์ที่ ๒ ในอัตราร้อยละสองของราคาซื้อขายถั่วเขียวพร้อมด้วยดอกเบี้ย พิพากษากลับ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายพร้อมทั้งดอกเบี้ยแก่โจทก์ที่ ๑ และใช้เงินพร้อมทั้งดอกเบี้ยแก่โจทก์ที่ ๒

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาทั้งสองสำนวน

ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า นิติบุคคลที่จะเป็นตัวแทนฟ้องความแทนผู้อื่นนั้น ไม่จำต้องมีวัตถุประสงค์เป็นตัวแทนฟ้องความอีกต่างหาก หากเรื่องที่เป็นความนั้นอยู่ในขอบเขตวัตถุประสงค์ของนิติบุคคลนั้นนิติบุคคลนั้นก็ย่อมเป็นตัวแทนฟ้องความตามที่ได้รับมอบอำนาจได้ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๖๓/๒๕๐๓ บริษัทฟาร์มเวิร์กเฮิกซ์ โจทก์ บริษัทยูไนเต็ดเซ้าท์เอเซีย จำกัด จำเลยการที่โจทก์ที่ ๒ ซึ่งเป็นนิติบุคคลได้รับมอบอำนาจให้ฟ้องคดีนี้เป็นเรื่องที่สืบเนื่องมาจากกิจการที่อยู่ในวัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วนจำกัดโจทก์ที่ ๒ โจทก์ที่ ๒ จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ หนังสือมอบอำนาจของโจทก์ที่ ๑ ให้โจทก์ที่ ๒ ดำเนินคดีทำขึ้นในต่างประเทศ

มีการรับรองโดยเจ้าหน้าที่แขวงและเจ้าหน้าที่ศาลแห่งเมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอเนีย โดยมีสถานกงสุลไทยประจำเมืองลอสแอนเจลิสรับรองมาอีกชั้นหนึ่งว่า ตราที่ได้ประทับลงในหนังสือมอบอำนาจนั้นเป็นตราที่ถูกต้องของศาลชั้นสูงของรัฐแคลิฟอเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งใช้ในเมืองลอสแอนเจลิสใบมอบอำนาจดังกล่าวจึงถือว่าถูกต้องตามกฎหมายของประเทศดังกล่าวแล้ว จึงไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร วัตถุประสงค์แห่งสัญญาซื้อขาย โจทก์ที่ ๑ และจำเลยมีเจตนาจะให้เป็นผลสำเร็จได้ก็แต่ด้วยการชำระหนี้ภายในเวลาที่กำหนดไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๘ เมื่อโจทก์ที่ ๑ เป็นฝ่ายผิดสัญญาโดยไม่จัดหาเรือมารับสินค้าตามกำหนด

จำเลยก็ชอบที่จะบอกเลิกสัญญาทั้งหมดเสียได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวให้โจทก์ที่ ๑ ทราบตามมาตรา ๓๘๗ ก่อนแต่การที่จำเลยยอมส่งมอบถั่วเขียวงวดที่ ๒ ให้โจทก์ที่ ๑ ไปทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าอาจจะไม่ได้รับเงิน แสดงให้เห็นว่าจำเลยยอมที่จะปฏิบัติตามสัญญาต่อไปโดยไม่ถือว่าโจทก์ที่ ๑ ผิดสัญญา และโจทก์ที่ ๑ ก็ได้ต่ออายุเลตเตอร์ออฟเครดิตให้จำเลยต่อไป ดังนี้เห็นได้ว่าจำเลยและโจทก์ที่ ๑ มิได้ถือเอากำหนดเวลาตามสัญญาซื้อขายเดิมเป็นสาระสำคัญต่อไปจำเลยจะบอกเลิกสัญญากับโจทก์ทันทีไม่ได้ หากต้องปฏิบัติตามมาตรา ๓๘๗ โดยต้องกำหนดระยะเวลาพอสมควรบอกกล่าวให้โจทก์ที่ ๑ จัดหาเรือมารับถั่วเขียวงวดแรกก่อน ต่อเมื่อโจทก์ที่ ๑ ไม่จัดหาเรือมารับถั่วเขียวภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้

จำเลยจึงจะเลิกสัญญาได้ การบอกเลิกสัญญาของจำเลยที่ ๑ จึงไม่ชอบและไม่มีผลตามกฎหมาย จำเลยจึงต้องผูกพันตามสัญญาในอันที่จะต้องส่งมอบถั่วเขียวให้แก่โจทก์อีก เมื่อจำเลยไม่ส่งมอบโดยไม่ยอมรับการขยายอายุเลตเตอร์ออฟเครดิตออกไป จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาและต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ที่ ๑ แต่อย่างไรก็ดี โจทก์ที่ ๑ ก็มีส่วนทำให้จำเลยผิดสัญญาและก่อให้เกิดความเสียหายด้วยโดยไม่จัดหาเรือไปรับถั่วเขียวตามที่ตกลงกันไว้สมควรให้จำเลยรับผิด ๓ ใน ๔ ส่วน โจทก์ที่ ๒ ได้บรรยายฟ้องตอนแรกว่า จำเลยได้ทำสัญญาขายถั่วเขียวให้โจทก์ที่ ๒ ซึ่งเป็นตัวแทนของโจทก์ที่ ๑ แล้วผิดสัญญา แล้วบรรยายฟ้องต่อไปว่า ทำให้โจทก์ที่ ๒ ได้รับความเสียหาย

กล่าวคือ โจทก์ที่ ๒ และจำเลยได้ตกลงกันโดยธรรมเนียมประเพณีการค้าว่า เมื่อโจทก์ที่ ๒ หาผู้ซื้อในต่างประเทศได้แล้ว จำเลยจะต้องจ่ายค่านายหน้าให้โจทก์ร้อยละสองของราคาสินค้าที่ซื้อขายกัน เหตุนี้โจทก์ต้องเสียผลประโยชน์ที่ควรได้รับไปร้อยละสองเห็นว่าฟ้องของโจทก์ที่ ๒ ได้เรียกร้องให้จำเลยรับผิดใช้ค่าเสียหายอันเกิดจากการที่จำเลยผิดสัญญานายหน้าแล้ว เมื่อโจทก์ที่ ๒ ได้ชี้ช่องให้โจทก์ที่ ๑ และจำเลยได้ทำสัญญากันสำเร็จแล้วจำเลยก็ต้องรับผิดใช้ค่าบำเหน็จให้แก่โจทก์ที่ ๒ โดยไม่ต้องคำนึงว่าคู่สัญญาจะได้ปฏิบัติตามสัญญานั้นในเวลาต่อไปหรือไม่ และที่จำเลยฎีกาว่าเป็นที่เข้าใจระหว่างโจทก์ที่ ๒ และจำเลยว่า โจทก์ที่ ๒ จะได้รับเงินค่านายหน้าต่อเมื่อโจทก์ที่ ๑ ได้ชำระค่าสินค้าแล้วนั้น เห็นว่า แม้จะมีข้อตกลงดังกล่าว แต่กรณีนี้ได้วินิจฉัยมาแล้วว่า จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่ส่งมอบถั่วเขียวให้โจทก์ที่ ๑ จำเลยจะยกข้อตกลงดังกล่าวมาอ้างให้พ้นผิดหาได้ไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวน ๓ ใน ๔ ของจำนวนค่าเสียหายตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ที่ ๑ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลูตม์ สวัสดิทัต · วัฒน์ ผดุงจิตร · บรรเทอง ภู่กฤษณา
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายไพจิตร วิเศษโกสิน
ศาลอุทธรณ์ - นายเธียร เจริญวัฒนา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้