Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2524 (เลขอ้างอิง 101239)

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่า "นายวิวัฒน์ฯ (โจทก์)มีความประสงค์จะให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับนายโสภณฯ(จำเลย) ในทางคดีอาญา จึงมอบอำนาจให้ผู้แจ้งมาแจ้งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป แต่ในชั้นนี้ขอรับเช็คคืนไปก่อน" นั้น แสดงให้เห็นว่าขณะที่แจ้งความผู้แจ้งยังมิได้มีเจตนาให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับจำเลยแต่อย่างใด จึงถือไม่ได้ว่าคำแจ้งความดังกล่าวเป็นคำร้องทุกข์ตามกฎหมาย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 96 ป.วิ.อ. มาตรา 2 ป.วิ.อ. มาตรา 39 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นสั่งรวมพิจารณา สำนวนแรกโจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่า เมื่อประมาณเดือนมิถุนายน๒๕๒๑ เวลากลางวัน จำเลยได้ออกเช็คธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขายศเสหมายเลข ๙๗๖๘๑๖ ลงวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๒๑ จำนวนเงิน ๓๕,๐๐๐ บาทเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด สาขาสวนมะลิ หมายเลข ๒๐๒๖๘๘๘กับหมายเลข ๒๐๒๖๘๘๙ ลงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๒๑ จำนวนเงิน ๙,๐๐๐ บาทและ ๒๕,๐๐๐ บาท ตามลำดับ มอบให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ วันที่ ๗ พฤศจิกายน๒๕๒๑ เวลากลางวันโจทก์นำเช็คทั้งสามฉบับไปเข้าบัญชีเงินฝากของโจทก์ที่ธนาคารมหานครจำกัด สาขายานนาวาเพื่อเรียกเก็บเงินตามเช็ค ธนาคารตามเช็คทั้งสามฉบับปฏิเสธการจ่ายเงินอ้างว่าบัญชีปิดแล้ว ทั้งนี้โดยจำเลยออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค และในขณะที่ออกไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้โดยเจตนาทุจริต

สำนวนหลังโจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่า เมื่อประมาณวันที่ ๑๕ สิงหาคม๒๕๒๑ เวลากลางวัน จำเลยได้ออกเช็คธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขายศเสหมายเลข ๑๓๕๐๖๔ ลงวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๒๒ จำนวนเงิน ๑๐๔,๐๐๐ บาทมอบให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๒ เวลากลางวัน โจทก์นำไปเข้าบัญชีเงินฝากของโจทก์ที่ธนาคารมหานคร จำกัด สาขายานนาวาเพื่อเรียกเก็บเงินตามเช็ค ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินอ้างว่าบัญชีปิดแล้ว ทั้งนี้โดยจำเลยออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คและในขณะที่ออกไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้โดยเจตนาทุจริต ทั้งสองสำนวนเหตุเกิดที่แขวงเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่ายและแขวงยานนาวา เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร เกี่ยวพันกัน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗มาตรา ๓

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งประทับฟ้องทั้งสองสำนวน จำเลยให้การปฏิเสธทั้งสองสำนวน

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ให้เรียงกระทงลงโทษสำนวนแรกให้จำคุกสองกระทงกระทงละ ๔ เดือนรวม ๘ เดือนสำนวนหลังจำคุก ๑๑ เดือน รวมจำคุก ๑ ปี ๗ เดือน

จำเลยอุทธรณ์ทั้งสองสำนวน

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาทั้งสองสำนวนโดยนายชัยวัฒน์ ดุลยปวีณ ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น เห็นว่าข้อความที่ตัดสินเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เฉพาะเช็คพิพาท ๓ ฉบับตามฟ้อง โจทก์สำนวนแรกเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์ได้มอบอำนาจให้นายศรีสวัสดิ์ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่า "นายวิวัฒน์ฯ (โจทก์)มีความประสงค์จะให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับนายโสภณฯ(จำเลย) ในทางคดีอาญา จึงมอบอำนาจให้ผู้แจ้งมาแจ้งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป แต่ในชั้นนี้ขอรับเช็คคืนไปก่อน" นั้นเห็นว่าการที่นายศรีสวัสดิ์ไปแจ้งความแล้วก็ขอรับเช็คพิพาทคืนไปทันทีโดยมิได้มอบเช็คพิพาทให้พนักงานสอบสวนเอาไว้ใช้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับจำเลย และต่อมาโจทก์ก็มาฟ้องคดีเองโดยไม่ปรากฏว่าได้เอาเช็คพิพาทไปมอบให้พนักงานสอบสวนอีกเลยนั้น แสดงให้เห็นว่าขณะที่แจ้งความผู้แจ้งยังมิได้มีเจตนาให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับจำเลยแต่อย่างใด

ทั้งพนักงานสอบสวนก็ได้บันทึกไว้ด้วยว่าเป็นการแจ้งไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น จึงถือไม่ได้ว่าคำแจ้งความดังกล่าวเป็นคำร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒(๗) และข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์รู้เรื่องความผิดและรู้ว่าจำเลยกระทำความผิดในวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินนั้นแล้ว คดีเป็นความผิดอันยอมความได้ เมื่อโจทก์มิได้ร้องทุกข์เสียหายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดและเพิ่งมาฟ้องจำเลยในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์๒๕๒๒ คดีจึงขาดอายุความ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙(๖) สำหรับเช็คตามฟ้องโจทก์สำนวนหลัง ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าบัญชีของจำเลยถูกปิดแล้ว การที่จำเลยมาออกเช็คสั่งจ่ายเงินตามเช็คพิพาทอีกจำเลยจึงมีความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำนวนแรก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
แต่ง ทองภักดี · สมชัย ทรัพยวณิช · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายชัยวัฒน์ ดุลยปวีณ
ศาลอุทธรณ์ - นายธรรมสถิตย์ ธีรกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2524 (เลขอ้างอิง 31725)

แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่า 'นายวิวัฒน์ฯ (โจทก์) มีความประสงค์จะให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับนายโสภณฯ (จำเลย) ในทางคดีอาญา จึงมอบอำนาจให้ผู้แจ้งมาแจ้งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป แต่ในชั้นนี้ขอรับเช็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2410/2518

โจทก์แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่า อ.(จำเลย) ออกเช็คให้ผู้แจ้ง ธนาคารเรียกเก็บเงินไม่ได้ ผู้แจ้งได้รับความเสียหาย ได้ติดต่อ อ.แล้วไม่พบ ในชั้นนี้ผู้แจ้งเพียงแต่มาแจ้งให้เจ้าพนักงานตำรวจทราบไว้เป็นหลักฐา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 386/2551

แม้ผู้เช่าซื้อยังชำระค่าเช่าซื้อไม่ครบถ้วน กรรมสิทธิ์ในรถยนต์บรรทุกยังเป็นของผู้ให้เช่าซื้อ แต่ผู้เช่าซื้อก็มีสิทธิครอบครองใช้ประโยชน์และมีหน้าที่ต้องส่งคืนรถยนต์บรรทุกที่เช่าซื้อในสภาพเรียบร้อยแก่ผู้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4707/2534

โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คพิพาทในขณะที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินถือว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายย่อมมีอำนาจที่จะนำเช็คพิพาทมาฟ้องดำเนินคดีแก่จำเลยผู้ออกเช็คพิพาทได้ หลังจากโจทก์มอบอำนาจให้ฟ้องคดีแล้ว ส.ได้ชำระเงินตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4714/2533

ข้อความในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีตอนแรกระบุว่า โจทก์มาร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 1 ให้ได้รับโทษตามกฎหมาย แต่ในตอนท้ายระบุว่าร้อยเวรสอบสวนได้รับแจ้งไว้แล้ว สอบถาม ผู้แจ้งยืนยันว่ายังไม่มอบคดีแก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้