Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1011/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ที่ดินของโจทก์และจำเลยอยู่ติดกัน โจทก์ใช้ทางพิพาทเข้าออกที่ดินของโจทก์มานานกว่า 10 ปี ไม่มีบุคคลใดคัดค้านทางดังกล่าวจึงเป็นทางภาระจำยอม ต่อมาจำเลยได้รื้อเสารั้วแนวเขตเดิมแล้วนำมาปักไว้ในทางพิพาท ทำให้ทางพิพาท แคบลงเป็นเหตุให้โจทก์ใช้รถยนต์ผ่านเข้าออกที่ดินของโจทก์ไม่ได้ตามปกติ ขอให้จำเลยรื้อถอนเสารั้วออกไป แม้โจทก์ระบุในคำฟ้องผิดพลาดว่า เป็นทางภาระจำยอมก็ไม่ใช่สาระสำคัญถึงขนาดที่จะทำให้คำฟ้องเสียไป ส่วนทางพิพาทที่ถูกต้องจะเป็นทางอะไรนั้น เป็นหน้าที่ของศาลจะต้องปรับข้อเท็จจริงเข้ากับตัวบทกฎหมายเองเมื่อทางพิจารณาได้ความว่าเป็นทางสาธารณะ ศาลมีอำนาจวินิจฉัยว่าทางพิพาทเป็นทางสาธารณะได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยเปิดทางภาระจำยอมโดยถอนเสารั้วทุกต้นที่ล้ำเข้ามาในทางภาระจำยอมออกไปโดยให้ทางภาระจำยอมมีความกว้าง 2.50 เมตร ตลอดแนว หากจำเลยไม่รื้อถอน ขอให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยและให้โจทก์มีอำนาจรื้อถอนได้โดยจำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย

จำเลยให้การว่า โจทก์สามารถใช้สิทธิขอเปิดทางจำเป็นจากที่ดินแปลงอื่นที่เหมาะสมกว่าที่ดินของจำเลยและเป็นที่ดินแปลงที่เคยแบ่งแยกปันกันนั้นได้ โจทก์ไม่มีอำนาจมาอ้างเอาที่ดินของจำเลยเป็นทางภาระจำยอม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับว่า ทางพิพาทบริเวณเส้นสีดำ ที่โจทก์นำชี้เนื้อที่ 24 1/10 ตารางวา ตามรูปแผนที่เอกสารหมาย ล.5 เป็นทางสาธารณะ ให้จำเลยรื้อถอนเสารั้วออกไปจากทางสาธารณะดังกล่าว คำขออื่นให้ยก

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

พิเคราะห์แล้ว

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าทางพิพาทเป็นทางภาระจำยอม แต่ทางพิจารณาได้ความว่าทางพิพาทเป็นทางสาธารณะ ดังนี้ศาลจะวินิจฉัยว่าเป็น ทางสาธารณะได้หรือไม่ โจทก์บรรยายฟ้องว่าที่ดินของโจทก์และจำเลยอยู่ติดกันตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้อง โดยโจทก์ใช้ทางพิพาทซึ่งมีความกว้าง 2.50 เมตร เข้าออกที่ดินของโจทก์มานานกว่า 10 ปี ไม่มีบุคคลใดคัดค้าน ต่อมาจำเลยได้รื้อเสารั้วแนวเขตเดิมแล้วนำมาปักไว้ในทางพิพาท ทำให้ทางพิพาทแคบลงเหลือความกว้างเพียง 1.10 เมตร เป็นเหตุให้โจทก์ใช้รถยนต์ผ่านทางพิพาทเข้าออกที่ดินของโจทก์ไม่ได้ตามปกติ ขอให้จำเลยรื้อถอนเสารั้วออกไป จากคำบรรยายฟ้องดังกล่าวเห็นว่า โจทก์ได้บรรยายฟ้องถึงสิทธิในการใช้ทางพิพาทโดยปราศจากการขัดขวางมานานกว่า 10 ปี แล้ว

เมื่อจำเลยนำเสารั้วมาปักลงในทางพิพาทขัดขวางทางเข้าออกของโจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขอให้จำเลยรื้อเสารั้วออกไปจากทางพิพาทได้ แม้โจทก์จะระบุในคำฟ้องผิดพลาดว่า เป็นทางภาระจำยอมก็ไม่ใช่สาระสำคัญถึงขนาดที่จะทำให้คำฟ้องเสียไป เพราะคำฟ้องเพียงแต่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็น หลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นก็ใช้ได้แล้ว ส่วนทางพิพาทที่ถูกต้องจะเป็นทางอะไรนั้น เป็นหน้าที่ของศาลจะต้องปรับ ข้อเท็จจริงเข้ากับตัวบทกฎหมายเอง ดังนั้นแม้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่าทางพิพาทเป็นทางภาระจำยอม แต่ทางพิจารณาได้ความว่าเป็นทางสาธารณะ ศาลมีอำนาจวินิจฉัยว่าทางพิพาทเป็นทางสาธารณะได้ หานอกฟ้องนอกประเด็นไม่

มีปัญหาต่อไปว่า จำเลยต้องรื้อเสารั้วออกไปจากทางพิพาทตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 หรือไม่ เห็นว่า นายบุญเหลือ พลดงนอก นายช่างรัดวัด 5 สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น สาขาบ้านไผ่ ซึ่งเป็นพยานคนกลางเบิกความว่า ทางพิพาทตามแผนที่เอกสารหมาย ล.5 เป็นทางสาธารณะ ส่วนโจทก์และนายเรียง สละ เบิกความยืนยันว่า ทางพิพาทเดิมมีเสาไม้ 2 ถึง 3 ต้น ปักไว้เป็นแนวเขตตามเครื่องหมายดอกจันที่ปรากฏในภาพถ่ายหมาย จ.2 ภาพที่ 1 และแนวเขตเดิมนี้มีมานานกว่า 15 ปี จำเลยเพิ่งย้ายเสาไม้จากแนวเขตเดิมรุกล้ำเข้ามาในทางพิพาทตามภาพถ่ายหมาย จ.3 ทำให้ทางพิพาทแคบลง ซึ่งจำเลยก็เบิกความยอมรับว่า บริเวณคันนาที่มีเครื่องหมายดอกจันด้านซ้ายตามภาพถ่ายหมาย

จ.2 ภาพที่ 1 คือ แนวเขตทางพิพาทเดิม จำเลยเพิ่งปักเสาไม้เป็นแนวเขตใหม่เข้าไปในทางพิพาทตามภาพถ่ายหมาย จ.3 เมื่อปี 2539 ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ตามพยานหลักฐานของโจทก์ว่าจำเลยปักเสาไม้รุกล้ำเข้าไปในทางพิพาทจริง แต่เนื่องจากนายบุญเหลือเบิกความว่า ทางพิพาทด้านที่อยู่ติดกับทางสาธารณประโยชน์มีความกว้าง 1.548 เมตร ตามที่โจทก์นำชี้ และด้านที่อยู่ติดกับที่ดินของโจทก์มีความกว้าง 2.513 เมตร ตามแผนที่พิพาท จำเลยจึงต้องรื้อถอน เสารั้วออกไปโดยให้ทางพิพาทมีขนาดความกว้างดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษามาจึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชาญชัย ลิขิตจิตถะ · จำรูญ แสนภักดี · วสันต์ ตรีสุวรรณ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดพล - นายจิรเวทย์ อุนนะนันท์
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายทวี ประจวบลาภ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2655/2537

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ทางพิพาทเป็นทางเดินสาธารณะอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของที่ดินโจทก์ โจทก์ได้ใช้ทางเดินดังกล่าวออกสู่ถนนนานเกินกว่าสิบปีจนทางเดินตกเป็นทางภาระจำยอม ดังนี้ ศาลพิพากษาว่าทางพิพาทเป็นทาง-สาธ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6406/2550

ที่ดินของโจทก์เป็นที่ดินสูง ส่วนที่ดินของจำเลยทั้งสองเป็นที่ดินต่ำ การที่โจทก์ระบายน้ำฝนตามธรรมชาติจากที่ดินของโจทก์ผ่านที่ดินของจำเลยทั้งสองไปสู่ลำน้ำเสียวจึงเป็นกรณีที่จำเลยทั้งสองมีหน้าที่ต้องยอมรั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3769/2545

โจทก์บรรยายฟ้องว่าที่ดินพิพาทปัจจุบันเป็นซอยทองหล่อ 18 โจทก์ใช้เป็นทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะถนนสุขุมวิท 55 โดยโจทก์แนบแผนที่สังเขปมาท้ายคำฟ้องซึ่งแสดงโดยชัดแจ้งแล้วว่าที่ดินของโจทก์อยู่สุดซอยทองหล่อ 18…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5697/2538

ปัญหาที่ว่าโจทก์ใช้ทางพิพาทโดยครอบครองต่อจากเจ้าของเดิมตลอดมานั้นแม้โจทก์มิได้บรรยายฟ้องไว้ก็เป็นข้อเท็จจริงในประเด็นข้ออ้างของโจทก์ที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเป็นรายละเอียดของการใช้ทางพิพาทที่โจทก์มีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2647/2531

มัสยิดซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทไม่เคยอุทิศโดยตรงหรือโดยปริยายให้เป็นที่ดินสาธารณะ แม้จะมีประชาชนเข้ามาใช้ที่ดินพิพาทเป็นทางเดินผ่านเพื่อไปลงเรือข้ามฟากและเป็นทางผ่านไปชำระร่างกายที่คลองก่อนเข้าทำพิธี…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้