Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1011/2498

พ.ศ. 2498 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องอ้างว่าที่พิพาทเป็นสินเดิม จำเลยให้การต่อสู้ว่าที่พิพาทจะเป็นสินเดิมของโจทก์หรือไม่จำเลยไม่ทราบ เช่นนี้ถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ โจทก์ต้องนำสืบว่าทรัพย์ที่พิพาทเป็นสินเดิมของโจทก์ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 14/2498)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นภรรยานายทัด นายทัดตายมา 5 ปีแล้วที่ดินรายพิพาทเป็นสินเดิมของโจทก์

จำเลยยื่นคำร้องขอรังวัดที่ดินบางส่วนของโจทก์เพื่อออกตราจองโดยอ้างว่านายทัดได้ขายให้แก่จำเลยนายทัดไม่มีอำนาจที่จะเอาที่ดินสินเดิมของโจทก์ไปขาย จำเลยไม่เคยเข้าครอบครองที่ดินรายพิพาทเลยตั้งแต่อ้างว่าได้ซื้อไว้ จึงขอให้เพิกถอนการขอออกตราจองจำเลยต่อสู้ว่าได้ซื้อที่ดินรายพิพาทจากนายทัดโดยสุจริตเปิดเผยและมีค่าตอบแทนได้จดทะเบียนแล้วย่อมได้กรรมสิทธิ์ จำเลยได้จ้างนายทัดดูแลรักษาที่พิพาทแทน ที่ดินที่พิพาทนี้จะเป็นสินเดิมของโจทก์หรือไม่จำเลยไม่ทราบ แต่โจทก์และนายทัดได้ครอบครองร่วมกันในขณะซื้อขาย โจทก์ควรทราบถึงการซื้อขาย จำเลยถือว่าโจทก์ได้ยินยอมหรือสละสิทธิ์ให้สามีโจทก์ทำสัญญาซื้อขายได้โดยลำพัง และการซื้อขายเป็นความประสงค์ของโจทก์เองชั้นพิจารณาจำเลยอ้างส่งเอกสารสัญญาซื้อขายคำขอรังวัดรับตราจอง

รายงานการรังวัด คำคัดค้านของโจทก์และแผนที่เพื่อออกตราจองรวม 5 ฉบับ โจทก์จำเลยไม่ติดใจสืบพยานศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าที่โจทก์อ้างว่าที่พิพาทเป็นสินเดิมโจทก์มีหน้าที่สืบก่อนแต่ไม่สืบ ข้อนี้ต้องตกไป ส่วนการครอบครองโจทก์อ้างว่าจำเลยไม่เคยเข้าครอบครอง จำเลยต่อสู้ว่าได้จ้างสามีโจทก์ดูแลรักษาแทน จึงเป็นการปฏิเสธฟ้องโจทก์อยู่เฉพาะเวลาที่สามีโจทก์ยังมีชีวิตอยู่ เมื่อโจทก์ไม่นำสืบ ข้ออ้างของโจทก์ข้อนี้จึงตกไป โจทก์จำเลยรับกันว่านายทัดสามีโจทก์ตายมา 5 ปีแล้ว และโจทก์กล่าวในฟ้องว่าโจทก์ได้ครอบครองที่พิพาทในฐานะเจ้าของมา 40 ปีแล้ว ฉะนั้นระหว่างเวลาเมื่อนายทัดตายแล้วนั้น จำเลยไม่ได้ให้การถึง จึงไม่มีประเด็นที่โจทก์จะต้องนำสืบ

ต้องฟังว่าโจทก์ครอบครองตลอดมา โจทก์ย่อมได้สิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1367 พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่าที่โจทก์อ้างว่าที่พิพาทเป็นสินเดิมนั้นจำเลยไม่ได้ปฏิเสธโดยแจ้งชัดเป็นแต่กล่าวว่าไม่ทราบจึงไม่มีประเด็นต่อสู้ ข้อซื้อขายเมื่อโจทก์ปฏิเสธก็เป็นหน้าที่จำเลยนำสืบข้อครอบครองนั้นจำเลยมีหน้าที่นำสืบว่าได้จ้างนายทัดครอบครองแทนจำเลยไม่ได้สืบว่าที่ที่ซื้อตรงกับที่ที่พิพาทนี้ จึงพิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อที่จำเลยให้การว่าทรัพย์รายพิพาทเป็นสินเดิมของโจทก์หรือไม่จำเลยไม่ทราบ โดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่าคำให้การเช่นนี้เป็นคำให้การปฏิเสธ โจทก์ต้องนำสืบ

เมื่อโจทก์ไม่สืบก็ต้องสันนิษฐานว่าเป็นสินสมรส แต่ที่จำเลยว่าซื้อที่พิพาทจากนายทัดนั้นจำเลยไม่มีพยานมาแสดงว่าเป็นที่รายเดียวกับที่พิพาทคำให้การและอุทธรณ์ฎีกาจำเลยประกอบกันฟังได้ว่าที่พิพาทอยู่ในความครอบครองของโจทก์ โจทก์จึงได้รับการสันนิษฐานจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1367, 1368, 1369, 1370, 1372 ส่วนที่จำเลยให้การว่าให้นายทัดดูแลรักษาแทนและโจทก์เป็นภรรยานายทัดจะอ้างอำนาจปกครองปรปักษ์ไม่ได้นั้น จำเลยไม่ได้นำสืบ จำเลยจึงไม่มีสิทธิในที่พิพาทดีกว่าโจทก์ ศาลฎีกาจึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประศาสน์วินิจฉัย · มนูภันย์วิมลสาร · พิบูลย์ไอศวรรย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4961/2558

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า เดิมผู้ร้องเคยสมรสกับจำเลยที่ 3 ต่อมาเมื่อปี 2535 ผู้ร้องหย่ากับจำเลยที่ 3 และได้ตกลงสัญญาในการหย่าให้ที่ดินพิพาทตกแก่ผู้ร้องแต่เพียงผู้เดียว ผู้ร้องได้ครอบครองทำประโยชน์ตลอดมาโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12715/2557

คำให้การจำเลยทั้งสิบมิได้ปฏิเสธข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวอ้างว่าผู้กู้ได้ชำระหนี้บางส่วนให้โจทก์ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง จึงไม่มีประเด็นโต้เถียงว่า ผู้กู้ได้ชำระหนี้บางส่วนตามคำฟ้องหรือไม่ เพราะถือว่าจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3353/2552

คดีแพ่งคู่ความทั้งสองฝ่ายจะต้องนำพยานมาสืบต่อศาลเพื่อให้ศาลได้ใช้ดุลพินิจชั่งน้ำหนักพยานว่าพยานฝ่ายใดมีน้ำหนักน่าเชื่อถือกว่ากัน หากพยานฝ่ายใดมีน้ำหนักน่าเชื่อถือกว่าศาลก็จะใช้ดุลพินิจพิพากษาให้ฝ่ายนั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8917/2550

สัญญากู้เงินมีข้อความว่า จำเลยกู้เงินไปจากโจทก์ทั้งสอง 476,720 บาท และได้รับเงินไปครบถ้วนแล้ว การที่จำเลยให้การรับว่าทำสัญญากู้จริงแต่ไม่ได้รับเงินกู้ มูลหนี้ตามฟ้องไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นการยกข้อเท็จจริ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7334/2550

จำเลยให้การรับว่า จำเลยทำหนังสือสัญญากู้ยืมเงินตามฟ้องจริง แต่ปฏิเสธว่าจำเลยไม่ได้รับเงินกู้ เนื่องจากจำเลยและ ท. มารดาโจทก์ ไม่มีเจตนาที่จะให้มีผลผูกพันกันเป็นการต่อสู้ว่าสัญญากู้ไม่สมบูรณ์ จำเลยจึงม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้