คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของที่นามือเปล่าโดยซื้อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ โจทก์ได้ใช้น้ำและใช้ทางสัญจรไปมาทางคลองโรงซึ่งแยกจากคลองสาธารณะมาสู่นาโจทก์ตั้งแต่เจ้าของเดิมสืบเนื่องมาถึงโจทก์ด้วยความสงบ และเปิดเผยเป็นเวลากว่า ๑๐ ปีแล้ว คลองโรงจึงตกเป็นภารจำยอม ต่อมาจำเลยได้ปิดขวางคลองโรงนี้ ทำให้น้ำเข้านาของโจทก์มิได้ จึงขอให้เปิดคลองนี้และใช้ค่าเสียหาย จำเลยต่อสู้ว่าคลองโรงมิได้ใช้เป็นทางสาธารณะ ไม่ใช่ทางภารจำยอมและโจทก์ไม่เสียหาย
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยเปิดคลองโรงและใช้ค่าเสียหาย
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แก้เฉพาะเรื่องค่าเสียหาย นอกนั้นพิพากษายืน โจทก์และจำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยเกี่ยวกับอำนาจฟ้องของโจทก์ว่า โจทก์เป็นผู้ยึดถือครอบครองที่ดิน แม้ที่ดินแปลงนี้จะอยู่ในเขตพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามอันเป็นเหตุให้โจทก์ยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่แปลงนี้ก็ดี แต่เมื่อโจทก์ถูกรบกวนสิทธิของโจทก์ในฐานะผู้ยึดถือครอบครองจนได้รับความเสียหาย โจทก์ก็ย่อมมีอำนาจฟ้องผู้ที่รบกวนสิทธิของโจทก์ได้ เมื่อวินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้ว ศาลฎีกาพิพากษายืน.