Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2523 (เลขอ้างอิง 100831)

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเบิกเงินไปจากธนาคารผู้ร้องโดยไม่ได้ความชัดว่าเป็นการเบิกโดยปลอมลายมือชื่อ และดวงตราของผู้สั่งจ่ายในเช็ค และจำเลยได้นำเงินนั้นไปฝากไว้กับธนาคารอื่นเงินตราที่ฝากย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของธนาคารผู้รับฝาก เพราะไม่มีข้อตกลงให้ธนาคารส่งคืนเป็นเงินตราอันเดียวกันกับที่รับฝาก เงิน (จากบัญชีจำเลย) ที่ธนาคารผู้รับฝากส่งไปให้เจ้าพนักงานบังคับคดี (ตามคำสั่งอายัดในคดีที่จำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา) ไม่จำเป็นต้องเป็นเงินตราอันเดียวกันกับที่จำเลยนำมาฝาก ทั้งไม่มีข้อเท็จจริงใด ๆ แสดงว่าเป็นเงินตราอันเดียวกันกับที่จำเลยเบิกไปจากผู้ร้อง เงินนั้นจึงเป็นเงินของจำเลย ผู้ร้องจะร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณารวมกัน และพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้โจทก์ ๑,๙๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยไม่ชำระ โจทก์ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินที่จำเลยที่ ๑ ฝากธนาคารกรุงเทพฯ จำกัด สาขาบุคคโล ๑,๕๓๕,๕๑๕ บาท ธนาคารเอเชียทรัสต์ จำกัด สาขาจรัลสนิทวงศ์ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ธนาคารทั้งสองส่งเงินจำนวนดังกล่างมายังเจ้าพนักงานบังคับคดี ผู้ร้องทั้งสองสำนวนยื่นคำร้องว่า เงินที่ธนาคารส่งมายังเจ้าพนักงานบังคับคดีมิใช่ของจำเลยที่ ๑ แต่เป็นทรัพย์ของกลางที่จำเลยที่ ๑ กับพวกปลอมเอกสารตั๋วเงินและฉ้อโกงไปจากผู้ร้อง ซึ่งผู้ร้องได้แจ้งความดำเนินคดีอาญาและฟ้องจำเลยที่ ๑ เป็นคดีแพ่งเพื่อเรียกเงินคืนแล้ว ขอให้สั่งปล่อยเงินทั้งสองจำนวน

โจทก์ทั้งสองสำนวนให้การว่า เงินรายพิพาทเป็นของจำเลยที่ ๑ โดยได้มาจากการค้าขายหนังสือพิมพ์ พิมพ์หนังสือขาย และกู้จากโจทก์ ๑,๙๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อนำมาลงทุนจัดตั้งห้างหุ้นส่วน จำเลยที่ ๑ มิได้กระทำผิดตามที่ผู้ร้องอ้าง คดีอาญาและคดีแพ่งไม่แน่ว่าพนักงานอัยการและผู้ร้องจะเป็นฝ่ายชนะ เงินรายพิพาทไม่ใช่ของผู้ร้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า เงินที่จำเลยที่ ๑ นำไปฝากธนาคารมิได้หมายความว่าเป็นเงินจำนวนเดียวกันกับที่ธนาคารผู้รับฝากส่งมอบแก่เจ้าพนักงานบังคับคดี มีคำสั่งให้ยกคำร้องผู้ร้องทั้งสองสำนวน

ผู้ร้องทั้งสองสำนวนอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องทั้งสองสำนวนฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อที่ผู้ร้องนำสืบว่าจำเลยที่ ๑ กับพวกร่วมกันปลอมลายมือชื่อผู้สั่งจ่าย และดวงตราของบริษัทสหการข้าวไทย จำกัด ลงในเช็ค ๓๓ ฉบับเบิกเงินไปจากผู้ร้อง ๓,๗๗๐,๐๐๐ บาท ข้อเท็จจริงยังไม่ได้ความแน่ชัดเช่นนั้นแม้คดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๑๙๐๙/๒๕๑๙ ของศาลอาญาก็ยังอยู่ในระหว่างพิจารณาอย่างไรก็ตามเงินตราที่จำเลยที่ ๑ นำไปฝากธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาบุคคโลและธนาคารเชียทรัสต์ จำกัด สาขาจรัลสนิทวงศ์ ย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของธนาคารทั้งสอง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๗๒ เพราะไม่ปรากฏว่ามีข้อตกลงให้ธนาคารส่งคืนเป็นเงินตราอันเดียวกันกับที่รับฝาก เงินที่ธนาคารทั้งสองส่งมาให้พนักงานบังคับคดี จึงไม่จำเป็นต้องเป็นเงินตราอันเดียวกันกับที่จำเลยที่ ๑ นำมาฝาก

ทั้งไม่มีข้อเท็จจริงใด ๆ แสดงว่าเงินทั้งสองจำนวนดังกล่าวเป็นเงินตราอันเดียวกันกับที่จำเลยที่ ๑ เบิกไปจากผู้ร้อง เงินทั้งสองจำนวนจึงเป็นเงินของจำเลยที่ ๑ หาใช่เป็นของผู้ร้องไม่ ผู้ร้องไม่มีสิทธิขอให้ปล่อยทรัพย์ ส่วนที่ผู้ร้องฎีกาว่า โจทก์จำเลยสมคบกันทำสัญญากู้ขึ้นโดยทุจริตข้อนี้มิใช่เป็นประเด็นในคดีร้องขอให้ปล่อยทรัพย์

ศาลฎีกาวินิจฉัยให้ไม่ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กุศล บุญยืน · ปรีชา สุมาวงศ์ · สุวรรณพ กองวารี
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายเพียร สุมิระ
ศาลอุทธรณ์ - นายปรานอม มหรรณพ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้