Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1004/2511

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์จำเลยไม่อาจตกลงแบ่งที่ดินมรดกตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำกันไว้ในศาลได้. ที่ดินที่โจทก์จำเลยตกลงอุทิศให้มัสยิดหัวหมากตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ไม่มีมัสยิดหัวหมากที่จะได้รับประโยชน์. ข้อตกลงข้อนี้เป็นโมฆะ ต้องนำที่ดินส่วนที่ยกให้มัสยิดหัวหมากมาแบ่งให้โจทก์จำเลยคนละเท่าๆกัน.โจทก์จำเลยได้จดทะเบียนรับโอนมรดกที่ดินแปลงนี้ร่วมกันต่อเจ้าพนักงานที่ดินแล้ว. ดังนี้ เห็นได้ว่าเป็นกรณีที่โจทก์ใช้สิทธิฟ้องจำเลยขอแบ่งที่ดินโดยอ้างว่ามัสยิดหัวหมากไม่มีตัวตนอยู่. ต้องนำที่ดินส่วนนั้นมาแบ่งระหว่างโจทก์จำเลย แต่ไม่อาจตกลงกันได้ ประการหนึ่ง.อีกประการหนึ่งโจทก์จำเลยมีสิทธิร่วมกันในที่ดินมรดกแปลงนี้ไม่อาจตกลงแบ่งกันได้. โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของร่วมย่อมมีสิทธิฟ้องขอแบ่งจากจำเลยได้เสมอตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1363,1364. ฟ้องของโจทก์ได้แสดงชัดแจ้งแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาจึงเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55,172.เมื่อโจทก์กล่าวอ้างข้อเท็จจริงว่า มัสยิดหัวหมากไม่มีตัวตนดังที่ปรากฏตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์จำเลยทำไว้ต่อกันในศาล. แต่จำเลยให้การว่ามัสยิดหัวหมากมีตัวตนอยู่ ประเด็นหน้าที่นำสืบจึงตกแก่โจทก์ต้องนำสืบก่อนให้สมตามฟ้อง.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินโฉนดที่ 2098 เนื้อที่ 50 ไร่ 1 งาน46 ตารางวา เป็นกรรมสิทธิ์ของนางโสม นางโสมถึงแก่กรรมโดยมิได้ทำพินัยกรรม ที่ดินแปลงนี้เป็นมรดกตกทอดแก่โจทก์จำเลยซึ่งเป็นทายาทและผู้รับมรดกแทนที่ โจทก์มีสิทธิได้รับ 1 ใน 7 ส่วน คิดเป็นเนื้อที่ 7 ไร่ 92 ตารางวา ราคา 72,000 บาท โจทก์จำเลยทุกคนไปจดทะเบียนรับโอนที่ดินมรดกร่วมกันแล้วและปกครองที่ดินร่วมกัน โดยมิแบ่งแยกโฉนด ต่อมาจำเลยที่ 1 ถึง 6 ฟ้อง จำเลยที่ 7, 8 ขอแบ่งแยกโฉนด ได้ยอมความกัน โดยยอมแบ่งแยกที่ดินตามส่วน และยอมแบ่งที่ดินส่วนหนึ่งให้มัสยิดหัวหมาก โดยโจทก์คดีนี้ก็ยอมตามสัญญายอมความนั้นด้วย แต่เมื่อเจ้าพนักงานไปรังวัดแบ่งแยกตามสัญญา จำเลยต่างไม่อาจตกลงกันได้

ทั้งมัสยิดหัวหมากไม่มีตัวตน โจทก์ขอให้พวกจำเลยจัดการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้เจ้าพนักงานรังวัดแบ่งแยกที่ดินรายพิพาทให้โจทก์ 1 ใน 7 ส่วน แต่จำเลยไม่อาจตกลงกันได้ขอให้ศาลบังคับ ฯลฯ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 ให้การว่า ฟ้องโจทก์มิได้แสดงว่าข้อมีโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่กับจำเลย ฯลฯ จำเลยที่ 7, 8 ขาดนัดยื่นคำให้การ โจทก์จำเลยไม่สืบพยาน ศาลแพ่งวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่ปรากฏว่ามีข้อโต้เถียงเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ ฯลฯ พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์คงบรรยายฟ้องได้ความว่า โจทก์จำเลยไม่อาจที่จะตกลงแบ่งที่ดินมรดกตามสัญญาประนีประนอมยอมความได้ที่ดินที่โจทก์จำเลยตกลงอุทิศให้มัสยิดหัวหมากตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ไม่มีมัสยิดหัวหมากที่จะได้รับประโยชน์ ข้อตกลงข้อนี้เป็นโมฆะ ต้องนำที่ดินส่วนที่ยกให้มัสยิดหัวหมากมาแบ่งให้โจทก์จำเลยคนละเท่า ๆ กัน กับโจทก์จำเลยได้จดทะเบียนรับโอนมรดกที่ดินแปลงนี้ร่วมกันต่อเจ้าพนักงานที่ดินแล้ว เห็นได้ว่า เป็นกรณีที่โจทก์ใช้สิทธิฟ้องจำเลยขอแบ่งที่ดินโดยอ้างว่ามัสยิดหัวหมากไม่มีตัวตนอยู่ ต้องนำที่ดินส่วนนั้นมาแบ่งระหว่างโจทก์จำเลย แต่ไม่อาจตกลงกันได้ประการหนึ่ง อีกประการหนึ่งโจทก์จำเลยมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดินมรดกแปลงนี้ไม่อาจจะตกลงแบ่งกันได้

โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของร่วมย่อมมีสิทธิจะฟ้องขอแบ่งจากจำเลยได้เสมอ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1363, 1364 ฟ้องของโจทก์ได้แสดงชัดแจ้งแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา จึงเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55, 172 แล้ว ศาลต้องรับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น

โจทก์ฎีกาต่อไปว่า มัสยิดหัวหมากผู้ซึ่งจะได้รับส่วนแบ่งตามสัญญาประนีประนอมยอมความตามที่โจทก์จำเลยตกลงกันไว้นั้นไม่มีตัวตนอยู่ ข้อกำหนดในสัญญายอมจึงเป็นการพ้นวิสัยและตกเป็นโมฆะต้องนำที่ดินส่วนนี้มาแบ่งระหว่างโจทก์จำเลยคนละเท่า ๆ กันนั้น ประเด็นนี้ศาลอุทธรณ์ไม่ได้วินิจฉัย ศาลฎีกาเห็นสมควรจะวินิจฉัยต่อไปทีเดียว ได้ความว่าโจทก์และจำเลยต่างแถลงไม่สืบพยานเห็นว่า เมื่อโจทก์กล่าวอ้างข้อเท็จจริงว่ามัสยิดหัวหมากไม่มีตัวตนดังที่ปรากฏตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์จำเลยทำไว้ต่อกันแต่จำเลยให้การว่ามัสยิดหัวหมากมีตัวตนอยู่ ประเด็นหน้าที่นำสืบจึงตกแก่โจทก์ต้องนำสืบก่อนให้สมตามคำกล่าวอ้างในฟ้อง เมื่อโจทก์ไม่นำพยานมาสืบฟ้องของโจทก์ก็รับฟังไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84 และต้องแพ้คดีจำเลย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชิต บุณยประภัศร · ลออง จุลกะเศียน · แถม สิริสาลี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้