Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1003/2512

พ.ศ. 2512 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยขับรถแซงรถผู้เสียหายขึ้นไปด้วยความเร็ว แล้วหักพวงมาลัยให้ท้ายรถจำเลยปัดหน้ารถผู้เสียหายจนรถยนต์ผู้เสียหายแฉลบไปจนเกือบตกถนนนั้น หากถนนตรงนั้นเป็นที่สูงหรืออยู่หน้าผาสูงชันย่อมเล็งเห็นผลได้ว่า ถ้ารถคว่ำลงไปแล้วทั้งรถและคนย่อมถึงซึ่งความพินาศ เห็นผลได้ชัดว่าผู้เสียหายย่อมได้รับอันตรายถึงชีวิต ดังนั้น แม้รถยนต์ผู้เสียหายจะไม่ตกถนนลงไป จำเลยก็มีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น และไม่จำต้องคำนึงถึงว่าคนนั่งภายในรถจะมีตัวรถป้องกันหรือไม่ แต่เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าถนนตรงที่เกิดเหตุสูงจากพื้นนาประมาณ 1 แขน หรือ 1 เมตร ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายขับรถอยู่ในอัตราความเร็ว 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อถูกจำเลยเอาท้ายรถปาดหน้ารถผู้เสียหายๆก็แตะเบรครถหยุดทันที และเครื่องดับเอง ล้อรถด้านซ้ายยังห่างขอบถนนอีกราว 1 ศอก ผู้เสียหายไม่ได้รับบาดเจ็บอันใด จึงถือว่าจำเลยมีเจตนาพยายามฆ่าผู้เสียหายให้ถึงตายยังไม่ได้ เพราะถึงหากรถยนต์ผู้เสียหายจะตกลงไปโดยผู้เสียหายนั่งอยู่ภายในตัวรถก็ไม่แน่ว่าจะถึงตาย แต่ก็พอคาดหมายได้ว่าอย่างน้อยผู้เสียหายย่อมได้รับการกระทบกระแทกเป็นอันตรายถึงบาดเจ็บซึ่งจำเลยก็น่าจะเล็งเห็นผลอันจะเกิดแก่ผู้เสียหายได้ดังนี้ จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามทำร้ายผู้เสียหายเป็นอันตรายถึงบาดเจ็บตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295,80จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ประกอบด้วยมาตรา 80 และมาตรา 358 การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท ตามมาตรา 90 ให้ใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษจำเลย แต่เมื่อศาลอุทธรณ์ได้ใช้บทมาตรา 358 ฐานทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งมีโทษหนักที่สุดลงโทษมาแล้ว และฎีกาของโจทก์มิได้ขอให้ลงโทษจำเลยให้หนักขึ้นอีก จึงแก้โทษจำเลยไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถขึ้นหน้าผู้เสียหาย แล้วแกล้งหยุดโดยกระทันหันหลายครั้งเพื่อให้รถที่ผู้เสียหายขับชนท้ายรถยนต์จำเลยโดยเจตนาทำร้าย ซึ่งจะเป็นผลให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายถึงตาย แต่ผู้เสียหายหยุดรถทันจึงไม่ชนท้ายรถจำเลย ครั้งสุดท้ายจำเลยขับรถแซงขึ้นหน้ารถผู้เสียหาย พอท้ายรถจวนจะพ้นก็หักหัวรถยนต์ของจำเลยทำให้ท้ายรถยนต์ของจำเลยฟาดกระทบเข้ากับส่วนหัวรถยนต์ของผู้เสียหายโดยแรงเป็นเหตุให้รถยนต์ของผู้เสียหายเสียหลักเกือบตกลงข้างถนนโดยจำเลยมีเจตนาฆ่า แต่การกระทำไม่บรรลุผลโดยรถยนต์ของผู้เสียหายไม่พลิกคว่ำและไม่ตกถนน ผู้เสียหายจึงไม่ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 358, 90จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า

จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 358 ให้ลงโทษตาม มาตรา 288, 80 ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 10 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การกระทำของจำเลยยังไม่เข้าเกณฑ์ความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย โดยยังไกลต่อผลเพราะผู้เสียหายนั่งอยู่บนรถในรถยังมีตัวรถป้องกันการกระทบกระแทกอีกชั้นหนึ่ง ถึงรถจะตกถนนหรือคว่ำผู้เสียหายอาจไม่บาดเจ็บหรือตายก็ได้ ถ้าจำเลยมีเจตนาพยายามฆ่าผู้เสียหายจริง ๆ แล้วคงจะขับชนตรงผู้เสียหายนั่งขับก็ได้ แต่จำเลยก็ไม่ทำเช่นนั้น คงผิดเฉพาะฐานทำให้เสียทรัพย์ฐานเดียว แต่พฤติการณ์ของจำเลยบังอาจขับรถแกล้งผู้เสียหายเช่นนี้ผิดวิสัยมารยาทที่ดีของคนขับรถยนต์ทั่วไป เป็นการกระทำเยี่ยงอันธพาลควรได้รับโทษหนักเป็นพิเศษ

พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 จำคุก 2 ปี ข้อหาอื่นให้ยกโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าคนโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 อีกข้อหาหนึ่งจำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้องศาลฎีกาเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ และการที่จำเลยขับรถยนต์บรรทุกคันใหญ่กว่ารถผู้เสียหายแซงขึ้นหน้ารถผู้เสียหายไปด้วยความเร็ว แล้วเบรคหยุดรถทันทีโดยไม่ให้อาณัติสัญญาณใด ๆ ในระยะที่ตัวรถห่างกัน 6-10 วา เพื่อให้รถยนต์ผู้เสียหายชนท้ายรถจำเลยนั้น เมื่อได้ความว่ารถผู้เสียหายขับในอัตราความเร็วไม่สูงนัก และได้เบรคหยุดได้ทันทุกครั้ง แสดงว่าเบรครถของผู้เสียหายใช้การได้ดี และผู้เสียหายก็ระวังตัวอยู่ ถึงหากผู้เสียหายจะหยุดได้ไม่ทันและเกิดชนท้ายรถจำเลยขึ้น

ก็คงจะไม่ได้รับภยันตรายถึงชีวิตหากจะได้รับอันตรายก็แต่เพียงบาดเจ็บเท่านั้น แต่ที่จำเลยเห็นว่ากระทำดังนั้นไม่เกิดผลจึงจอดรถแอบซ้ายให้รถผู้เสียหายขับผ่านขึ้นไป แล้วจำเลยขับรถแซงขึ้นไปด้วยความเร็ว แล้วหักพวงมาลัยรถให้ท้ายรถจำเลยปาดหน้ารถผู้เสียหายจนรถยนต์ผู้เสียหายแฉลบไปจนเกือบตกถนนนั้น หากถนนตรงนั้นเป็นที่สูงหรืออยู่หน้าผาสูงชันย่อมเล็งเห็นผลได้ว่า ถ้ารถคว่ำลงไปแล้วทั้งรถและคนย่อมถึงซึ่งความพินาศ เห็นผลได้ชัดว่าผู้เสียหายย่อมได้รับอันตรายถึงชีวิตดังนั้น แม้รถยนต์ผู้เสียหายไม่ตกถนนลงไปจำเลยก็มีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไม่ต้องสงสัย และไม่จำต้องคำนึงถึงว่าคนนั่งภายในรถจะมีตัวรถป้องกันหรือไม่ แต่ข้อเท็จจริงคดีนี้ได้ความว่าถนนตรงที่เกิดเหตุสูงจากพื้นนาประมาณ 1 แขน หรือ 1 เมตร

ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายขับรถอยู่ อัตราความเร็ว 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แสดงว่าขับไม่เร็วนัก เมื่อถูกจำเลยเอาท้ายรถปาดหน้ารถผู้เสียหายผู้เสียหายก็แตะเบรครถหยุดทันที และเครื่องดับเอง ล้อรถด้านซ้ายยังห่างขอบถนนอีกราว 1 ศอก ผู้เสียหายไม่ได้รับบาดเจ็บอันใด ดังนี้ จึงยังฟังไม่ถนัดว่าจำเลยเจตนาพยายามฆ่าผู้เสียหายให้ถึงตายเพราะถึงหากรถยนต์ผู้เสียหายจะตกลงไปโดยผู้เสียหายนั่งอยู่ภายในตัวรถ ก็ไม่แน่ว่าจะถึงตาย แต่ก็พอคาดหมายได้ว่าอย่างน้อยผู้เสียหายย่อมได้รับการกระทบกระแทกเป็นอันตรายถึงบาดเจ็บ ซึ่งจำเลยก็น่าจะเล็งเห็นผลอันจะเกิดแก่ผู้เสียหายได้ ดังนี้ จึงเห็นว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามทำร้ายร่างกายผู้เสียหายเป็นอันตรายถึงบาดเจ็บตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 80 ซึ่งศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยได้พิพากษาแก้ว่า

จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ประกอบด้วยมาตรา 80 อีกบทหนึ่งด้วย แต่การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวอันเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ตามมาตรา 90 ให้ใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลย และฎีกาของโจทก์มิได้ขอให้ลงโทษจำเลยในฐานนี้ให้หนักขึ้นอีก จึงไม่มีทางจะแก้โทษจำเลยนอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิริยะ เกิดศิริ · ไฉน บุญยก · สุธี โรจนธรรม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้