Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10023/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์อุทธรณ์โดยนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่จำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางพร้อมกับอุทธรณ์ครบถ้วนแล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ แต่โจทก์ยังไม่ได้ขอรับเงินค่าธรรมเนียมใช้แทนจำเลยที่วางไว้ต่อศาลคืน ต่อมาเมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้โจทก์แพ้คดี โจทก์จึงไม่ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมมาวางพร้อมอุทธรณ์เพิ่มเติมอีก ทั้งไม่จำต้องมีคำขอ ให้เอาเงินดังกล่าวมาวางพร้อมอุทธรณ์ครั้งที่สอง อุทธรณ์ของโจทก์ครั้งที่สองจึงเป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 229 แล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารรื้อถอนรั้วและสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินพิพาทที่เช่า กับห้ามเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาทอีกต่อไป หากจำเลยเพิกเฉยให้โจทก์เป็นฝ่ายรื้อถอนโดยให้จำเลยชำระเงินค่ารื้อถอน และให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้าง 3,000 บาท กับค่าเสียหายเดือนละ 2,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะรื้อถอนรั้วและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาทที่เช่าแก่โจทก์

จำเลยให้การและฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้อง และพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทเนื้อที่ประมาณ 2 งาน เป็นของจำเลยโดยการครอบครองปรปักษ์ ให้โจทก์ดำเนินการรังวัดแบ่งแยกที่ดินพิพาทจดทะเบียนโอนใส่ชื่อจำเลย หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของโจทก์

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 33704 ตำบลหนองอึ่ง อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ บริเวณแรเงาด้วยหมึกสีน้ำเงินเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยการครอบครองปรปักษ์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 1,500 บาท สำหรับฟ้องของโจทก์และคำขอท้ายฟ้องแย้งอื่นของจำเลยให้ยกฟ้องเสีย

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดตัดสินคดีและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 33704 ตำบลหนองอึ่ง อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ บริเวณแรเงาด้วยหมึกสีน้ำเงิน เนื้อที่ประมาณ 2 งาน เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ให้โจทก์ไปดำเนินการรังวัดแบ่งแยกที่ดินพิพาทและจดทะเบียนโอนใส่ชื่อจำเลย หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของโจทก์ กับให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์แทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความให้ 1,500 บาท สำหรับฟ้องของโจทก์และคำขอท้ายฟ้องแย้งอื่นของจำเลยให้ยกเสีย

โจทก์อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ คืนค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ครั้งที่สองทั้งหมดแก่โจทก์ ค่าทนายความในชั้นนี้ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2547 ว่า จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 1,500 บาท สำหรับฟ้องของโจทก์และคำขออื่นตามฟ้องแย้งของจำเลยให้ยกเสีย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงวันที่ 22 มิถุนายน 2550 ว่า ที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ให้โจทก์ไปดำเนินการรังวัดแบ่งแยกที่ดินพิพาทและจดทะเบียนโอนใส่ชื่อจำเลยเป็นเจ้าของ

หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์แทนจำเลยโดยกำหนดค่าทนายความ 1,500 บาท สำหรับฟ้องของโจทก์และคำขออื่นตามฟ้องแย้งของจำเลยให้ยกเสีย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์ โดยให้เหตุผลว่า แม้โจทก์จะเคยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นและวางเงินค่าธรรมเนียมที่จะต้องใช้แทนจำเลยมาแล้วในครั้งแรก แต่เงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวก็เป็นคนละจำนวนกัน ทั้งโจทก์ก็ไม่ได้ขอให้เอาเงินดังกล่าวมาวางพร้อมอุทธรณ์ครั้งที่สองนี้ โจทก์อุทธรณ์โดยไม่วางเงินค่าธรรมเนียมใช้แทนจำเลย เป็นอุทธรณ์ไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า

อุทธรณ์ของโจทก์ครั้งที่สองชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 หรือไม่ เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาครั้งแรกในวันที่ 30 มิถุนายน 2547 ว่าจำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 1,500 บาท สำหรับฟ้องของโจทก์และคำขออื่นตามฟ้องแย้งของจำเลยให้ยกเสีย โจทก์อุทธรณ์โดยนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่จำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางพร้อมกับอุทธรณ์ครบถ้วนแล้ว ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ ดังนั้น

เงินค่าธรรมเนียมที่ศาลชั้นต้นเคยสั่งให้โจทก์ต้องรับผิดใช้แทนจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 30 มิถุนายน 2547 จึงถูกยกไปด้วยตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ดังกล่าว แต่โจทก์ยังไม่ได้ขอรับเงินค่าธรรมเนียมใช้แทนจำเลยที่วางไว้ต่อศาลชั้นต้นคืน ต่อมาเมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาครั้งที่สองในวันที่ 22 มิถุนายน 2550 ว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ให้โจทก์ไปดำเนินการรังวัดแบ่งแยกที่ดินพิพาทและจดทะเบียนโอนใส่ชื่อจำเลยเป็นเจ้าของ หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์แทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 1,500 บาท สำหรับฟ้องของโจทก์และคำขออื่นตามฟ้องแย้งของจำเลยให้ยกเสีย

เงินค่าธรรมเนียมที่ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์รับผิดใช้แทนจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 22 มิถุนายน 2550 ดังกล่าว แม้จะกำหนดให้โจทก์ต้องรับผิดในค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แทนจำเลยเพิ่มเติมจากคำพิพากษาเดิมที่ถูกยกไปแล้ว แต่เมื่อคำนวณแล้วจำนวนเงินค่าธรรมเนียมทั้งหมดก็เป็นจำนวนเงินเท่ากันกับจำนวนเงินค่าธรรมเนียมใช้แทนจำเลยที่โจทก์ได้วางต่อศาลชั้นต้นในครั้งก่อนซึ่งโจทก์ยังไม่ได้รับคืนไป กรณีถือว่าโจทก์ได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่จำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางต่อศาลพร้อมกับอุทธรณ์แล้ว โจทก์จึงไม่ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมมาวางพร้อมอุทธรณ์เพิ่มเติมอีก ทั้งไม่จำต้องมีคำขอให้เอาเงินดังกล่าวมาวางพร้อมอุทธรณ์ครั้งที่สองด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ครั้งที่สองจึงเป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประทีป ดุลพินิจธรรมา · โสภณ โรจน์อนนท์ · สุริยง ลิ้มสถิรานันท์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายเทิดทูล ภาสะฐิติ
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายศักดิ์สิทธิ์ จิระพรวัชรานันท์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.2254/2552
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ1517/2546
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ1575/2547
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้