สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ วรรคสอง มาตรา ๑๗๕ และมาตรา ๑๘๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๗ มาตรา ๘ และมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. ๒๕๖๐ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นปีที่ ๒ ในรัชกาลปัจจุบัน
มาตรา 1
พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ. ๒๕๖๐”
มาตรา 2
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3
ส่วนราชการในพระองค์มีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้
(๑) สำนักงานองคมนตรี
(๒) สำนักพระราชวัง
(๓) หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ส่วนราชการในพระองค์ตามวรรคหนึ่งให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อปฏิบัติภารกิจราชการในพระองค์ถวายองค์พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ตามพระราชอัธยาศัยขึ้นตรงต่อพระมหากษัตริย์
มาตรา 4
สำนักงานองคมนตรีมีหน้าที่สนับสนุนภารกิจขององคมนตรีในการปฏิบัติหน้าที่ถวายพระมหากษัตริย์และการอื่นตามพระราชอัธยาศัย โดยมีเลขาธิการองคมนตรีซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัยเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการปฏิบัติราชการ ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้เลขาธิการองคมนตรีเป็นผู้แทนของสำนักงานองคมนตรี เลขาธิการองคมนตรีหรือข้าราชการในพระองค์ในสำนักงานองคมนตรีซึ่งทรงกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา จะมอบอำนาจให้บุคคลอื่นซึ่งเป็นข้าราชการในพระองค์กระทำการแทนก็ได้
มาตรา 5
สำนักงานองคมนตรีมีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้
(๑) สำนักงานเลขาธิการองคมนตรี
(๒) กองนิติการ
(๓) ส่วนราชการอื่นตามที่กำหนดโดยประกาศสำนักงานองคมนตรี หน้าที่ของส่วนราชการ การกำหนดตำแหน่งในส่วนราชการ และการแต่งตั้งหัวหน้าส่วนราชการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่กำหนดโดยประกาศสำนักงานองคมนตรี การรวม การโอน การปรับปรุง การเปลี่ยนชื่อ หรือการยุบเลิกส่วนราชการตามวรรคหนึ่งให้ทำเป็นประกาศสำนักงานองคมนตรี
มาตรา 6
สำนักพระราชวังมีหน้าที่เกี่ยวกับราชการในพระองค์ทั่วไป การเลขานุการในพระองค์ การจัดการพระราชวังและงานพระราชพิธี การดูแลรักษาทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์และการอื่นตามพระราชอัธยาศัย โดยมีเลขาธิการพระราชวังซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัยเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการปฏิบัติราชการ ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้เลขาธิการพระราชวังเป็นผู้แทนของสำนักพระราชวัง เลขาธิการพระราชวังหรือข้าราชการในพระองค์ในสำนักพระราชวังซึ่งทรงกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา จะมอบอำนาจให้บุคคลอื่นซึ่งเป็นข้าราชการในพระองค์กระทำการแทนก็ได้
มาตรา 7
สำนักพระราชวังมีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้
(๑) สำนักงานผู้บังคับบัญชาสำนักพระราชวัง
(๒) กรมบังคับการสำนักพระราชวัง
(๓) กรมมหาดเล็ก ๙๐๔ (๔) กรมกิจการในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
(๕) กรมสนับสนุน
(๖) กรมราชเลขานุการในพระองค์
(๗) กรมกิจการในพระบรมวงศานุวงศ์
(๘) กรมกิจการพิเศษ
(๙) ส่วนราชการอื่นตามที่กำหนดโดยประกาศสำนักพระราชวัง หน้าที่ของส่วนราชการ การกำหนดตำแหน่งในส่วนราชการ และการแต่งตั้งหัวหน้าส่วนราชการ รวมทั้งการแบ่งส่วนงานภายในของส่วนราชการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่กำหนดโดยประกาศสำนักพระราชวัง การรวม การโอน การปรับปรุง การเปลี่ยนชื่อ หรือการยุบเลิกส่วนราชการตามวรรคหนึ่งให้ทำเป็นประกาศสำนักพระราชวัง
มาตรา 8
หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์มีหน้าที่วางแผน อำนวยการประสานงาน บังคับบัญชา ควบคุม กำกับดูแลและปฏิบัติงานในการถวายอารักขาและถวายพระเกียรติองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท พระบรมวงศานุวงศ์ และบุคคลอื่นตามที่พระมหากษัตริย์ทรงมอบหมาย รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่ทางพระราชพิธีตามที่ได้รับมอบหมาย และการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในเขตพระราชฐาน ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์และพระราชอาคันตุกะ ให้หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์มีการบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อพระมหากษัตริย์ ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ข้าราชการในพระองค์ในหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ซึ่งทรงกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นผู้แทนของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ โดยจะทรงกำหนดให้มีอำนาจมอบอำนาจให้บุคคลอื่นซึ่งเป็นข้าราชการในพระองค์กระทำการแทนในกิจการตามที่ทรงกำหนดด้วยก็ได้
มาตรา 9
หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์มีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้
(๑) สำนักงานผู้บังคับบัญชา
(๒) สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์
(๓) สำนักงานฝ่ายเสนาธิการในพระองค์
(๔) กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์
(๕) กองบัญชาการนายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์
(๖) ส่วนราชการอื่นตามที่กำหนดโดยประกาศหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ หน้าที่ของส่วนราชการ การกำหนดตำแหน่งในส่วนราชการ และการแต่งตั้งหัวหน้าส่วนราชการ รวมทั้งการแบ่งส่วนงานภายในของส่วนราชการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามประกาศหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ การรวม การโอน การปรับปรุง การเปลี่ยนชื่อ หรือการยุบเลิกส่วนราชการตามวรรคหนึ่งให้ทำเป็นประกาศหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์
มาตรา 10
ข้าราชการในพระองค์ ได้แก่ข้าราชการดังต่อไปนี้
(๑) องคมนตรี
(๒) ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายพลเรือน
(๓) ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร
(๔) ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจ บรรดาบทกฎหมายใดที่บัญญัติถึงคำว่าข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ มิให้หมายความรวมถึงข้าราชการในพระองค์ตามมาตรานี้ ทั้งนี้ เว้นแต่การมีสถานภาพเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารให้มีสถานภาพเป็นทหารตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการทหาร กฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม กฎหมายว่าด้วยธรรมนูญศาลทหาร ประมวลกฎหมายอาญาทหาร กฎหมายว่าด้วยยศทหาร กฎหมายว่าด้วยเครื่องแบบทหาร และกฎหมายว่าด้วยวินัยทหารด้วย เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นการเฉพาะตามพระราชกฤษฎีกานี้หรือตามระเบียบหรือประกาศที่ออกตามพระราชกฤษฎีกานี้ ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจให้มีสถานภาพเป็นข้าราชการตำรวจตามกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นการเฉพาะตามพระราชกฤษฎีกานี้หรือตามระเบียบหรือประกาศที่ออกตามพระราชกฤษฎีกานี้ การแต่งตั้งให้ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารและข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจมียศชั้นใดหรือถอดผู้ใดออกจากยศชั้นใด ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย
มาตรา 11
ประกาศตาม
มาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ และ
มาตรา ๑๐ นั้น ให้ส่วนราชการในพระองค์ที่รับผิดชอบจัดทำร่างประกาศขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อมีพระราชวินิจฉัย และเมื่อทรงเห็นชอบแล้ว ให้หัวหน้าส่วนราชการในพระองค์เป็นผู้ลงนามประกาศเพื่อให้มีผลใช้บังคับต่อไป แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนพระราชอำนาจที่จะมีพระราชวินิจฉัยให้ปฏิบัติเป็นอย่างอื่นเป็นกรณีเฉพาะ
มาตรา 12
การแต่งตั้งและการพ้นจากตำแหน่งองคมนตรีให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย การปฏิบัติหน้าที่ขององคมนตรี นอกจากที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว องคมนตรีในฐานะข้าราชการในพระองค์มีหน้าที่ปฏิบัติภารกิจตามที่พระมหากษัตริย์ทรงกำหนดหรือทรงมอบหมาย ให้องคมนตรีได้รับเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอื่น รวมทั้งบำเหน็จบำนาญหรือประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นขององคมนตรีซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามที่พระมหากษัตริย์ทรงกำหนดตามพระราชอัธยาศัย และประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา 13
เว้นแต่ข้าราชการในพระองค์ในตำแหน่งองคมนตรี การให้ข้าราชการในพระองค์ผู้ใดปฏิบัติงานในส่วนราชการในพระองค์หน่วยใดและดำรงตำแหน่งใด รวมทั้งการโอน การย้าย และการให้พ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย เพื่อการนี้ จะทรงกำหนดหรือทรงมอบหมายให้ข้าราชการในพระองค์ผู้ใดเป็นผู้ลงนามในคำสั่งเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งของข้าราชการในพระองค์ดังกล่าวก็ได้ ข้าราชการในพระองค์จะเป็นองคมนตรี ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายพลเรือน ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร และข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจ ในขณะเดียวกันมิได้
มาตรา 14
การโอนข้าราชการในพระองค์ไปเป็นข้าราชการฝ่ายอื่นที่มิใช่ข้าราชการในพระองค์หรือการโอนข้าราชการฝ่ายอื่นเช่นว่านั้นมาเป็นข้าราชการในพระองค์ ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัยและให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายเพื่อให้มีการโอนตามพระราชอัธยาศัยต่อไป
มาตรา 15
การดำเนินการเกี่ยวกับราชการในพระองค์และการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย เพื่อการนี้ จะทรงกำหนดหรือทรงมอบหมายให้ข้าราชการในพระองค์ผู้ใดเป็นผู้ลงนามในหมายรับสั่งเพื่อรับผิดชอบในการนำไปปฏิบัติต่อไปก็ได้ การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้หมายความรวมถึงการดำเนินการดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) การปฏิบัติราชการของส่วนราชการในพระองค์
(๒) การกำหนดตำแหน่ง บัญชีอัตราเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง การให้ได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง การได้รับบำเหน็จบำนาญ และค่าตอบแทนหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดของข้าราชการในพระองค์
(๓) การบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนเงินเดือน การเลื่อนตำแหน่ง การควบคุมการปฏิบัติราชการ การรักษาราชการแทน การปฏิบัติราชการแทน การมอบอำนาจหรือมอบหมายการปฏิบัติราชการ วินัย การออกจากราชการ และการอื่นตามความจำเป็นในการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์
(๔) การกำหนดวิธีการจ้าง เงื่อนไขการปฏิบัติงาน อัตราการจ้างและสิทธิประโยชน์อื่นใดของพนักงาน ลูกจ้าง และผู้ปฏิบัติงานอื่นในส่วนราชการในพระองค์
(๕) การกำหนดเครื่องแบบและการแต่งกาย การได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ การกำหนดวันเวลาทำงานและวันหยุด การเพิ่มพูนประสิทธิภาพและเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติราชการ และการจัดสวัสดิการหรือการสงเคราะห์อื่นของข้าราชการในพระองค์ พนักงาน ลูกจ้าง และผู้ปฏิบัติงานอื่นในส่วนราชการในพระองค์
(๖) การแต่งตั้งที่ปรึกษา ผู้ชำนาญการเฉพาะด้าน หรือคณะกรรมการเพื่อปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนราชการในพระองค์ รวมทั้งการกำหนดค่าตอบแทนและประโยชน์ตอบแทนอื่น
(๗) การงบประมาณและการบริหารจัดการทรัพย์สินอื่น การเงิน การบัญชี รวมทั้งการพัสดุของส่วนราชการในพระองค์
(๘) การอื่นที่จำเป็นและเหมาะสมแก่การปฏิบัติราชการในพระองค์ ในกรณีที่การดำเนินการใดที่เกี่ยวกับราชการในพระองค์ ถ้ามีพระราชประสงค์ให้ทำเป็นระเบียบหรือประกาศเพื่อให้ใช้บังคับเป็นการทั่วไปสำหรับส่วนราชการในพระองค์ทุกหน่วยหรือส่วนราชการในพระองค์หน่วยใดเป็นการเฉพาะ จะทรงกำหนดหรือทรงมอบหมายให้ข้าราชการในพระองค์หรือส่วนราชการในพระองค์หน่วยใดเป็นผู้รับผิดชอบจัดทำร่างระเบียบหรือร่างประกาศให้เป็นไปตามพระราชประสงค์แล้วนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อมีพระราชวินิจฉัย และเมื่อทรงเห็นชอบแล้ว ให้หัวหน้าส่วนราชการในพระองค์ที่ทรงมอบหมายเป็นผู้ลงนามในระเบียบหรือประกาศนั้น เพื่อให้มีผลใช้บังคับต่อไป แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนพระราชอำนาจที่จะมีพระราชวินิจฉัยให้ปฏิบัติเป็นอย่างอื่นเป็นกรณีเฉพาะ ในกรณีที่มีกฎหมายอื่นใดกำหนดการดำเนินการอย่างใดตามมาตรานี้ไว้ มิให้นำกฎหมายดังกล่าวมาใช้บังคับกับการดำเนินการตามที่ทรงกำหนดในมาตรานี้
มาตรา 16
ในการจัดทำคำของบประมาณ ให้สำนักพระราชวังเป็นผู้รวบรวมความต้องการใช้งบประมาณจากส่วนราชการในพระองค์แต่ละหน่วย เพื่อจัดทำเป็นคำของบประมาณของส่วนราชการในพระองค์ แล้วแจ้งต่อคณะรัฐมนตรีในการพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้แก่ส่วนราชการในพระองค์ต่อไป หลักเกณฑ์ในการจัดทำคำของบประมาณและการเบิกจ่ายเงินงบประมาณให้เป็นไปตามที่สำนักพระราชวังกำหนด
มาตรา 17
การโอนกิจการ อำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้สิน เงินงบประมาณ อัตรากำลังพลหรือตำแหน่งและอัตราเงินเดือน รวมทั้งข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นของสำนักราชเลขาธิการและสำนักพระราชวังตามกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม กรมราชองครักษ์และหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม และสำนักงานนายตำรวจราชสำนักประจำ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับไปเป็นของส่วนราชการในพระองค์หน่วยใดตามพระราชกฤษฎีกานี้ ให้เป็นไปตามรายละเอียดที่กำหนดโดยประกาศการโอนกิจการ อำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้สิน เงินงบประมาณ อัตรากำลังพลหรือตำแหน่งและอัตราเงินเดือน รวมทั้งข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นในส่วนราชการในพระองค์ ซึ่งต้องเป็นไปตามเงื่อนไขการโอนที่กำหนดในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. ๒๕๖๐ และตามพระราชอัธยาศัย ประกาศตามวรรคหนึ่ง จะทรงมอบหมายให้ผู้ใดเป็นผู้ลงนามในประกาศนั้นก็ได้ ในระหว่างที่ยังไม่มีประกาศตามวรรคหนึ่ง ให้สำนักงบประมาณและกรมบัญชีกลางดำเนินการโอนเงินงบประมาณของส่วนราชการตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา 18
ให้องคมนตรีได้รับเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอื่นตามที่ได้รับอยู่เดิมในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ เว้นแต่จะมีพระราชวินิจฉัยเป็นอย่างอื่น ให้ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง และผู้ปฏิบัติงานอื่นที่โอนมาปฏิบัติราชการในส่วนราชการในพระองค์ ยังคงดำรงตำแหน่งและได้รับเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน เงินประจำตำแหน่ง และสิทธิประโยชน์อื่นเช่นเดียวกับที่เป็นอยู่เดิมในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ เว้นแต่จะมีพระราชวินิจฉัยเป็นอย่างอื่น หรือมีการจัดระเบียบราชการหรือการบริหารงานบุคคลตามพระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับแทน
มาตรา 19
ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๕ วรรคสองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการในพระองค์ ได้บัญญัติให้การจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัยตามที่บัญญัติไว้ในพระราชกฤษฎีกา ประกอบกับมาตรา
๑๒ และมาตรา ๑๘๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติเกี่ยวกับองคมนตรีไว้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
บทบัญญัติประกอบ หมายเหตุ และบทเฉพาะกาลของกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม
พระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๕ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เพื่อให้การแก้ไข เปลี่ยนแปลง และเพิ่มเติมส่วนราชการของสำนักพระราชวัง และหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ตามพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ. ๒๕๖๐
ให้มีความถูกต้องและเป็นไปตามโครงสร้างส่วนราชการในพระองค์ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน สมควรปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการของสำนักพระราชวัง และหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้