พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติโอนอำนาจหน้าที่และกิจการบริหารบางส่วนของสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ กระทรวงยุติธรรม ไปเป็นของกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม พ.ศ. 2535
5 มาตรา · ประกาศ 14 มี.ค. 2535
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรโอนอำนาจหน้าที่ กิจการ ทรัพย์สิน หนี้ ข้าราชการ ลูกจ้าง และเงินงบประมาณของสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ กระทรวงยุติธรรม เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับสำนักงานคุมประพฤติกลาง ไปเป็นของกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นปีที่ ๔๗ ในรัชกาลปัจจุบัน
มาตรา 1
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติโอนอำนาจหน้าที่และกิจการบริหารบางส่วนของสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ กระทรวงยุติธรรม ไปเป็นของกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๓๕”
มาตรา 2
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3
ให้โอนบรรดาอำนาจหน้าที่ของสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ กระทรวงยุติธรรม และของเจ้าหน้าที่สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ กระทรวงยุติธรรม เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับสำนักงานคุมประพฤติกลาง ไปเป็นของกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม หรือของเจ้าหน้าที่กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม แล้วแต่กรณี
มาตรา 4
ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน หนี้ ข้าราชการ ลูกจ้าง และเงินงบประมาณของสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ กระทรวงยุติธรรม เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับสำนักงานคุมประพฤติกลาง ไปเป็นของกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม
มาตรา 5
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีการยกฐานะสำนักงานคุมประพฤติกลาง ในสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ กระทรวงยุติธรรม ขึ้นเป็นกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๕ ในการนี้ สมควรโอนบรรดาอำนาจหน้าที่ กิจการ ทรัพย์สิน
หนี้ ข้าราชการ ลูกจ้าง และเงินงบประมาณของสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ กระทรวงยุติธรรม เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับสำนักงานคุมประพฤติกลางไปเป็นของกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้