Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน
พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติให้อำนาจปฏิบัติการเกี่ยวกับกองทุนร่วมเพื่อสินค้าโภคภัณฑ์ พ.ศ. 2535

11 มาตรา · ประกาศ 28 ก.พ. 2535 · แก้ไขล่าสุดโดย พระราชบัญญัติให้อำนาจปฏิบัติการเกี่ยวกับกองทุนร่วมเพื่อสินค้าโภคภัณฑ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจปฏิบัติการเกี่ยวกับกองทุนร่วมเพื่อสินค้าโภคภัณฑ์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นปีที่ ๔๗ ในรัชกาลปัจจุบัน

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติให้อำนาจปฏิบัติการเกี่ยวกับกองทุนร่วมเพื่อสินค้าโภคภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๓๕”
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้ “ความตกลงกองทุนร่วม” หมายความว่า ความตกลงจัดตั้งกองทุนร่วมเพื่อสินค้าโภคภัณฑ์ “กองทุนร่วม” หมายความว่า กองทุนร่วมเพื่อสินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยความตกลงจัดตั้งกองทุนร่วมเพื่อสินค้าโภคภัณฑ์
มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจออกตั๋วสัญญาใช้เงินคลังเป็นเงินตราสกุลต่างประเทศให้แก่กองทุนร่วม ตามข้อผูกพันที่จะต้องถือปฏิบัติตามความตกลงกองทุนร่วม ตั๋วสัญญาใช้เงินคลังที่ออกตามวรรคหนึ่งต้องเป็นตั๋วชนิดเปลี่ยนมือไม่ได้มีข้อกำหนดไม่ให้คิดดอกเบี้ย และเป็นตั๋วชนิดใช้เงินเมื่อทวงถาม
มาตรา 5 เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะออกหรือออกตั๋วสัญญาใช้เงินคลังเป็นจำนวนเท่าใด ให้ตั้งงบประมาณรายจ่ายไว้ในโอกาสแรกที่จะพึงกระทำได้เพื่อจ่ายเมื่อได้รับทวงถามให้ใช้เงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินคลังนั้น ในกรณีที่ยังไม่ได้รับอนุมัติงบประมาณรายจ่ายหรืองบประมาณรายจ่ายที่ได้รับอนุมัติแล้วมีจำนวนไม่พอ หากจำเป็นจะต้องจ่ายเงินเมื่อได้รับทวงถามให้ใช้เงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินคลังนั้น ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจจ่ายเงินคงคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังได้
มาตรา 6 เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของกองทุนร่วมในประเทศไทย
(๑) ให้ถือว่ากองทุนร่วมเป็นนิติบุคคล และให้ถือว่ามีภูมิลำเนาในประเทศไทย
(๒) ให้ทรัพย์สินและสินทรัพย์ของกองทุนร่วมได้รับความคุ้มกันจากการค้น การเรียกเกณฑ์ การริบ การเวนคืน และการบังคับคดีไม่ว่าในรูปใด ๆ ทั้งนี้ ยกเว้นกรณีตาม (๕)
(๓) บรรณสารของกองทุนร่วมจะถูกละเมิดมิได้
(๔) ให้ทรัพย์สินและสินทรัพย์ทั้งปวงของกองทุนร่วมได้รับยกเว้นจากข้อกำกัด ข้อบังคับ การควบคุม และคำสั่งพักชำระหนี้ชั่วคราวไม่ว่าจะเป็นในรูปใด ๆ ทั้งนี้ เพียงเท่าที่จำเป็นแก่การดำเนินงานของกองทุนร่วมและเท่าที่บัญญัติไว้ในความตกลงกองทุนร่วม
(๕) ให้กองทุนร่วมได้รับความคุ้มกันจากกระบวนการทางกฎหมายในการปฏิบัติงานตามหน้าที่ เว้นแต่จะเป็นคดีที่ฟ้องกองทุนร่วม (ก) โดยผู้ให้กู้ยืมเงินแก่กองทุนร่วมที่เกี่ยวกับเงินที่ได้กู้ยืมนั้น (ข) โดยผู้ซื้อหรือผู้ถือหลักทรัพย์ซึ่งออกโดยกองทุนร่วมที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์นั้น (ค) โดยผู้รับมอบอำนาจหรือผู้สืบสิทธิในเรื่องผลประโยชน์ดังกล่าวเกี่ยวกับกรณีตาม (ก) และ (ข) การดำเนินคดีตาม (๕) จะกระทำได้เฉพาะในศาลที่มีเขตอำนาจในท้องที่ที่กองทุนร่วมได้ทำข้อตกลงล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรไว้กับคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง หากไม่มีการทำข้อตกลงเช่นว่านั้น หรือข้อตกลงนั้นไม่มีผลบังคับตามกฎหมายไม่ว่าด้วยเหตุใด โดยมิใช่ความผิดของคู่กรณีฝ่ายที่เป็นผู้ยื่นฟ้องกองทุนร่วม การฟ้องคดีให้ฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจในท้องที่ที่กองทุนร่วมมีสำนักงานใหญ่หรือสำนักงานตัวแทนตั้งอยู่ และก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้กองทุนร่วมแพ้คดี ให้ทรัพย์สินและสินทรัพย์ของกองทุนร่วมไม่ว่าอยู่ ณ ที่ใด และอยู่ในครอบครองของผู้ใด ได้รับความคุ้มกันจากการค้นการเอาไปเสียในรูปใด ๆ การบังคับจำนอง การยึด การอายัด และการใช้วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาไม่ว่าโดยวิธีใด
มาตรา 7 ในการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของกองทุนร่วมให้กองทุนร่วม ทรัพย์สิน สินทรัพย์ รายได้ การปฏิบัติการ และการดำเนินธุรกิจของกองทุนร่วมที่ได้รับมอบอำนาจจากความตกลงกองทุนร่วม ได้รับยกเว้น
(๑) ภาษีทางตรง
(๒) อากรศุลกากรทั้งปวง สำหรับสินค้าที่นำเข้าหรือส่งออกเพื่อใช้ในการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของกองทุนร่วม ทั้งนี้ เว้นแต่ภาษีหรืออากรศุลกากรซึ่งเรียกเก็บเป็นปกติจากสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีถิ่นกำเนิดในราชอาณาจักรที่ริบมาให้แก่กองทุนร่วม ในกรณีที่มีการซื้อสินค้าหรือบริการซึ่งมีมูลค่าสูงที่จำเป็นเพื่อใช้ในการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของกองทุนร่วม โดยราคาของสินค้าหรือบริการนั้นได้รวมภาษีหรืออากรไว้ด้วย ให้การซื้อสินค้าหรือบริการนั้นได้รับยกเว้นภาษีหรืออากร หรือได้รับการคืนภาษีหรืออากร ทั้งนี้ เท่าที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด สินค้าที่นำเข้าหรือซื้อโดยได้รับยกเว้นภาษีหรืออากรตามมาตรานี้ ห้ามมิให้ขาย หรือจำหน่ายในราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้ตกลงกันกำหนดเงื่อนไขไว้เป็นอย่างอื่น
มาตรา 8 ให้ผู้ว่าการ กรรมการบริหาร ผู้ว่าการสำรอง กรรมการบริหารสำรองกรรมการในคณะกรรมการที่ปรึกษา กรรมการผู้จัดการและพนักงานของกองทุนร่วม รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญซึ่งปฏิบัติงานของกองทุนร่วม ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ดังต่อไปนี้
(๑) ในการปฏิบัติงานตามหน้าที่ให้ได้รับความคุ้มกันจากกระบวนการทางกฎหมาย เว้นแต่กองทุนร่วมจะสละความคุ้มกันนั้น
(๒) ได้รับยกเว้นจากข้อจำกัดเกี่ยวกับการเข้าเมืองตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง การปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนคนต่างด้าว และได้รับความสะดวกในการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเช่นเดียวกับบุคคลในฐานะเทียบเท่าของสถาบันการเงินระหว่างประเทศอื่น ๆ ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี เอกสิทธิ์และความคุ้มกันในข้อนี้ให้ใช้กับบุคคลในครอบครัวที่ประกอบเป็นส่วนของครัวเรือนของบุคคลดังกล่าวด้วย
(๓) ได้รับความสะดวกในการเดินทางเช่นเดียวกับบุคคลในฐานะเทียบเท่าของสถาบันการเงินระหว่างประเทศอื่น ๆ ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี
(๔) ได้รับยกเว้นการเสียภาษีเงินได้เฉพาะในส่วนของเงินได้ที่ได้รับจากกองทุนร่วม ความใน (๑) (๒) (๓) และ (๔) มิให้ใช้บังคับกับคนงานฝ่ายบริการของกองทุนร่วม และความใน (๒) และ (๔) มิให้ใช้บังคับกับผู้ซึ่งมีสัญชาติไทย
มาตรา 9 ให้การสื่อสารที่เป็นทางการของกองทุนร่วมได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับการสื่อสารที่เป็นทางการของประเทศสมาชิกอื่น ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดต่ออนุสัญญาว่าด้วยโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ที่จัดทำขึ้นภายใต้ความอุปถัมภ์ของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ที่ประเทศไทยร่วมเป็นภาคีอยู่ด้วย
มาตรา 10 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจแต่งตั้งผู้ว่าการคนหนึ่งและผู้ว่าการสำรองอีกคนหนึ่ง เพื่อปฏิบัติงานในคณะมนตรีผู้ว่าการตามที่กำหนดไว้ในความตกลงกองทุนร่วม
มาตรา 11 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของแต่ละกระทรวง

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีในความตกลงจัดตั้งกองทุนร่วมเพื่อสินค้าโภคภัณฑ์ภายใต้โครงการรวมเพื่อสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามมติของที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา สมัยที่ ๔ และในการเข้าเป็นภาคีความตกลงดังกล่าว
ประเทศไทยจะต้องออกตั๋วสัญญาใช้เงินคลังสำหรับใช้ในกองทุนร่วมตามข้อผูกพันของประเทศสมาชิก ตลอดจนให้ความคุ้มครองการดำเนินงานของกองทุนร่วมและให้เอกสิทธิ์และความคุ้มกันแก่กองทุนร่วมและบุคคลที่เข้ามาปฏิบัติงานเพื่อกองทุนร่วมในประเทศไทย ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามความตกลงดังกล่าว
จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
บทบัญญัติประกอบ หมายเหตุ และบทเฉพาะกาลของกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม

พระราชบัญญัติให้อำนาจปฏิบัติการเกี่ยวกับกองทุนร่วมเพื่อสินค้าโภคภัณฑ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากในปัจจุบัน การดำเนินการของกองทุนร่วมเพื่อสินค้าโภคภัณฑ์ได้มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาเพื่อปรับปรุงคุณภาพและผลผลิตของสินค้าโภคภัณฑ์ มากกว่าที่จะเป็นแหล่งเงินทุนในการช่วยพยุงราคาสินค้าโภคภัณฑ์

กิจกรรมของกองทุนร่วมจึงเป็นเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการตามกิจกรรมของกองทุนร่วมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

สมควรกำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจในการแต่งตั้งผู้ว่าการและผู้ว่าการสำรองเพื่อปฏิบัติงานในคณะมนตรีผู้ว่าการตามความตกลงของกองทุนร่วม รวมทั้งกำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้