พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ตำบลห้วยโป่งและตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง พ.ศ. 2527
11 มาตรา · ประกาศ 10 ส.ค. 2527
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรให้เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ตำบลห้วยโป้ง และตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง เพื่อจัดตั้งนิคมอุดสาหกรรมและกิจการอื่นที่เป็นประโยชน์หรือเกี่ยวเนื่องกับนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้ทำการสำรวจที่ที่จะต้องเวนคืนเสร็จแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๗ เป็นปีที่ ๓๙ ในรัชกาลปัจจุบัน
มาตรา 1
พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในห้องที่ตำบลห้วยโป่ง และตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง พ.ศ. ๒๕๒๗”
มาตรา 2
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3
ให้ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 4
ให้เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในห้องที่ตำบลห้วยโป่ง และตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งปรากฎรายชื่อเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้ ให้แก่การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
มาตรา 5
ให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกำหนดราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่เวนคืนตามความเป็นธรรรมที่เป็นอยู่ในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่กิ่งอำเภอบ้านฉาง อำเภอเมืองระยอง และอำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง พ.ศ. ๒๕๒๕ ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงผลการพิจารณาของเข้าหน้าที่ซึ่งราคาเพื่อประโยชน์แก่การเสียภาษีบำรุงท้องที่และราคาประเมินทุนทรัพย์ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ตลอดจนสภาพและที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ประกอบกับเหตุและวัตถุประสงค์ของการเวนคืนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่สังคม
มาตรา 6
ให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยแจ้งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืนตามพระราชบัญญัตินี้ มารับเงินค่าทดแทนตามจำนวนที่กำหนดตามมาตรา ๕ ภายในระยะเวลาที่กำหนด ในกรณีที่ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดเเทนผู้ใดไม่ยอมมารับเงินค่าทดแทนภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือในกรณีที่ไม่อาจจ่ายเงินค่าทดแทนให้ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนรายใดได้ทันที เนื่องจากนี้ปัญหาเกี่ยวกับสิทธิระหว่างผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนในอสังหาริมทรัพย์นั้น ให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยวางเงินค่าทดแทนนั้นตามมาตรา ๗ โดยพลัน เมื่อได้จ่ายหรือวางเงินค่าทดแทนเพื่ออสังหาริมทรัพย์ที่เวนคืนรายใดแล้ว ให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยมีอำนาจเข้าครอบครองและใช้อสังหาริมทรัพย์นั้นได้ ในการจะจ่ายหรือวางเงินค่าทดแทนนี้ ถ้าเป็นกรณีการใช้เงินค่าทดแทนสำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่อาจรื้อถอนออกไปได้ ให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยแจ้งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้นรื้อถอนอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวออกไปภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ถ้าเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งอสังหาริมทรัพย์ไม่รื้อถอนไปภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยมีอำนาจเข้ารื้อถอนได้โดยเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวต้องเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่าย ถ้าไม่มีการชำระ ให้หักค่าใช้จ่ายเพื่อการนี้ออกจากเงินค่าทดแทนที่จะได้รับแล้วจึงจ่ายหรือวางเงินค่าทดแทนส่วนที่เหลือให้ การที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ฟ้องคดียังศาลเพื่อเรียกเงินในส่วนที่ตนเห็นควรจะได้รับ ไม่เป็นเหตุให้การครอบครองอสังหาริมทรัพย์ การรื้อถอนอสังหาริมทรัพย์หรือการขนย้ายทรัพย์สินสดุดหยุดลง
มาตรา 7
ในกรณีที่จะต้องมีการวางเงินค่าทดแทนไม่ว่าเนื่องในกรณีใด ๆ การวางเงินค่าทดแทนให้กระทำโดยการนําเงินไปวางต่อศาลหรือฝากไว้กับธนาคารออมสินในชื่อของผู้มีสิทธิได้รับโดยแยกฝากเป็นบัญชีเฉพาะราย ในการนี้ ถ้ามีดอกเบี้ยหรือค่าทดแทนใด ๆ เกิดขึ้นเนื่องจากการฝากเงินนั้น ให้ตกเป็นสิทธิแก่ผู้นั้นด้วย ผู้มีสิทธิใด้รับเงินค่าทดแทนจะขอรับเงินจากศาลเมื่อใดก็ได้ แต่การไปรับเงินฝากจากธนาคารออมสิน ให้ผู้ประสงค์ขอรับเงินแจ้งให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวันเพื่อการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจะได้ดำเนินการเบิกจ่ายได้ การนำเงินค่าทดแทนไปวางต่อศาลหรือฝากไว้กับธนาคารออมสินให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด
มาตรา 8
ในการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยแเจ้งการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ที่ตกมาเป็นของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมทราบเพื่อบันทึกหลักฐานทางทะเบียน เพื่อประโยชน์ในการบันทึกหลักฐานตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าวมีอำนาจตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗๔ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายที่ดินด้วย
มาตรา 9
ในกรณีที่ผู้มีสิทธิใต้รับท่าทดแทนรับชำระเงินค่าทดแทนแต่ยังไม่ยินยอมตกลงในจำนวนเงินค่าทดแทนที่การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกำหนดหรือรับหรือไม่รับเงินค่าทดแทนที่การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยวางไว้ตามมาตรา ๗ ไม่ตัดสิทธิผู้นั้นที่จะอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดสาหกรรมเพื่อเรียกเงินส่วนที่ตนเห็นว่าควรจะได้รับกายในหกสิบวันนับแต่วันที่ตนรับเงินค่าทดแทนจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยหรือวันที่การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยวางเงินค่าทดแทนตามมาตรา๗ หรือในกรณีที่ไม่ได้รับเงินค่าทดแทนไปนับแต่วันที่ตนได้รับแจ้ง แล้วแต่กรณี <o:p> ในการพิจารณาอุทธรณ์จำนวนค่าทดแทนตามมาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมแต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่ง ประกอบด้วยบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิทางกฎหมาย และผู้มีความรู้ควาสามารถในการตีราคาอสังหาริมทรัพย์ มีจำนวนทั้งหมดไม่น้อยกว่าห้าคนเป็นเป็นผู้พิจารณาเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในกรณีที่ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนยังไม่พอใจคำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ฟ้องต่อศาลภายในหนึ่งปีนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมหรือศาลวินิจฉัยให้ชำระเงินค่าทดแทนเพิ่มขึ้น ให้ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนได้รับดอกเบี้ยในอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารในจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ได้มีการจ่ายหรือวางเงินค่าทดแทนนั้น
มาตรา 10
นอกจากที่ได้บัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ การดำเนินการเวนคืน ให้นำกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา 11
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ป. ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยมีความประสงค์จะจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเพื่อส่งเสริมให้มีการลงทุนภายในประเทศมากขึ้นซึ่งในการนี้ได้มีพระราชการาษฎีการกำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่กิ่งอำเภอบ้านฉางอำเภอเมืองระยอง
และอำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง พ.ศ. ๒๕๒๕ ออกใช้บังคับไว้แล้ว และบัดนี้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้ทำการสำรวจที่ที่ที่จะต้องเวนคืนเสร็จแล้วสมควรดำเนินการเพื่อเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวต่อไป จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้