โดยที่เป็นการสมควรโอนที่ดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ในท้องที่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ให้แก่ นายพัลลภ วิริยะจิตติ นางสังวาลย์ วิริยะจิตติ และนายลัด เฮ่งประยูร เพื่อแลกเปลี่ยนกับที่ดินของ นายพัลลภ วิริยะจิตติ นางสังวาลย์ วิริยะจิตติ และนายลัด เฮ่งประยูร
พระมหากษัตริย์โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
ในพระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สังวาลย์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๙ เป็นปีที่ ๒๑ ในรัชกาลปัจจุบัน
มาตรา 1
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติโอนที่ดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ในท้องที่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ให้แก่ นายพัลลภ วิริยะจิตติ นางสังวาลย์ วิริยะจิตติ และนายลัด เฮ่งประยูร พ.ศ. ๒๕๐๙”
มาตรา 2
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3
ให้โอนที่ดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ในท้องที่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ เนื้อที่ ๓ ตารางวา ให้แก่ นายพัลลภ วิริยะจิตติ และนางสังวาลย์ วิริยะจิตติ เนื้อที่ ๖ ตารางวา ให้แก่ นายลัด เฮ่งประยูร
มาตรา 4
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพล ถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ ด้วยทางราชการเห็นว่า ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ในท้องที่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นทางสาธารณะเนื้อที่ ๙ ตารางวา ไม่ได้ฉากกับแนวถนนสายนครราชสีมา – บ้านวัดที่สร้างใหม่ ทั้งเป็นทางแคบและเป็นทางตัน
ไม่สะดวกแก่การใช้ประโยชน์ของประชาชน จึงตกลงแลกเปลี่ยนกับที่ดินของ นายพัลลภ วิริยะจิตติ นางสังวาลย์ วิริยะจิตติ และนายลัด เฮ่งประยูร เนื้อที่ ๑๔ ตารางวา ซึ่งเมื่อแลกเปลี่ยนกันแล้วจะทำให้ได้ทางที่กว้างยาวกว่าเดิม และทำให้ประชาชนใช้ประโยชน์ได้มากกว่าและสะดวกยิ่งขึ้น กับเป็นผลดีต่อผังเมือง