พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติโอนที่ดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ในท้องที่ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ให้แก่เทศบาลเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี พ.ศ. 2507
4 มาตรา · ประกาศ 21 เม.ย. 2507
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรโอนที่ดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ในท้องที่ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ให้แก่เทศบาลเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา ดังต่อไปนี้
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๗ เป็นปีที่ ๑๙ ในรัชกาลปัจจุบัน
มาตรา 1
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติโอนที่ดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ในท้องที่ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ให้แก่เทศบาลเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี พ.ศ. ๒๕๐๗”
มาตรา 2
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3
ให้โอนที่ดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ในท้องที่ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี เนื้อที่ ๘ ไร่ ๒ งาน ๒๐.๗ ตารางวา ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ให้แก่เทศบาลเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี
มาตรา 4
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพล ถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้คือ เนื่องจากเรือนจำจังหวัดปัตตานีในปัจจุบันนี้ ตั้งอยู่ในย่านชุมนุมชน ตัวอาคารได้ก่อสร้างมาประมาณ ๖๐ ปี มีสภาพชำรุดทรุดโทรม จึงเห็นสมควรย้ายออกไปตั้งอยู่นอกเมือง และให้เทศบาลเมืองปัตตานีใช้ที่ดินเดิมของเรือนจำปรับปรุง ก่อสร้างอาคารบ้านเรือน ตลาด
ร้านค้า เพื่อจัดหาผลประโยชน์และให้สะอาดเรียบร้อย สวยงาม ตามผังเมือง โดยเรือนจำจังหวัดปัตตานีจะย้ายออกไปอยู่ในที่ดินตำบลบานา อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี เนื้อที่ประมาณ ๑๐๔ ไร่ ๒ งาน อันเป็นที่ดินที่เทศบาลเมืองปัตตานีได้รับมอบหมายให้ใช้ประโยชน์และโอนให้กับเรือนจำ
กับเทศบาลเมืองปัตตานีจะตั้งเงินงบประมาณช่วยเหลือการก่อสร้างอาคารของเรือนจำด้วย ส่วนที่ดินของเรือนจำจังหวัดปัตตานีเดิม ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ ๘ ไร่ ๒ งาน ๒๐.๗ ตารางวา ให้โอนให้แก่เทศบาลเมืองปัตตานี เพื่อนำไปปรับปรุงและจัดหาผลประโยชน์ดังกล่าว