พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา ดังต่อไปนี้
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๓ เป็นปีที่ ๑๕ ในรัชกาลปัจจุบัน
มาตรา 1
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. ๒๕๐๓”
มาตรา 2
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3
ให้ยกเลิก
(๑) พระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. ๒๔๙๔ (๒) พระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๗ บรรดาบทกฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน
มาตรา 4
ให้กองทัพบกรับผิดชอบในการดำเนินการเกี่ยวกับการฝึกวิชาทหาร ตามหลักสูตรที่กระทรวงกลาโหมกำหนด บุคคลซึ่งอยู่ในระหว่างรับการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรให้เรียกว่านักศึกษาวิชาทหาร และในเวลาฝึกวิชาทหารให้นักศึกษาวิชาทหารอยู่ในความปกครองของกองทัพบก การดำเนินการเกี่ยวกับการฝึกวิชาทหารและการปกครองนักศึกษาวิชาทหาร ตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เป็นไปตามที่กองทัพบกกำหนด
มาตรา 4 ทวิ
(แก้ไข/เพิ่มเติม) เพื่อประโยชน์ในการฝึกวิชาทหาร กองทัพบกมีอำนาจแต่งตั้งบุคคลที่มีความเหมาะสมเป็นผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหารหรือผู้ช่วยผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร เป็นการประจำหรือเป็นการชั่วคราวเพื่อช่วยเหลือในการปกครองนักศึกษาวิชาทหารได้ และเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร กองทัพบกมีอำนาจแต่งตั้งบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องกับการปกครองและการฝึกนักศึกษาวิชาทหารโดยผ่านการฝึกอบรมครบตามหลักสูตรที่กองทัพบกกำหนด เป็นผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหารพิเศษได้ บุคคลซึ่งจะได้รับแต่งตั้งเป็นผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร ผู้ช่วยผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร หรือผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหารพิเศษ ต้องมีลักษณะ คุณสมบัติและอยู่ภายใต้เงื่อนไขตามที่กองทัพบกกำหนด การแต่งตั้งและถอดถอนบุคคลดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กองทัพบกกำหนด
มาตรา 5
การเข้ารับการฝึกวิชาทหาร ให้กระทำโดยวิธีสมัคร
มาตรา 6
บุคคลผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับการฝึกวิชาทหารต้องมีลักษณะคุณสมบัติ และอยู่ภายใต้เงื่อนไขตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 7
บุคคลซึ่งอยู่ในระหว่างการฝึกวิชาทหารตาม
มาตรา ๖ ทวิ ย่อมได้รับยกเว้นการเรียกมาตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการในยามปกติตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร บุคคลซึ่งพ้นจากการฝึกวิชาทหารตาม
มาตรา ๖ ตรี ย่อมไม่ได้รับยกเว้นตามวรรคหนึ่ง
มาตรา 8
บุคคลซึ่งสำเร็จการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรที่กระทรวงกลาโหมกำหนดนี้จะได้รับสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารและกฎหมายว่าด้วยยศทหาร
มาตรา 9
ให้ถอนทะเบียนกองประจำการของนักศึกษาหรือนิสิตเฉพาะที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ตาม
มาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. ๒๔๙๔ ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๗ สำหรับนักศึกษาหรือนิสิตซึ่งเข้ารับราชการทหารตาม
มาตรา ๗ และ
มาตรา ๗ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. ๒๔๙๔ ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๗ นั้น ให้ปลดเป็นทหารกองหนุนตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
มาตรา 10
เมื่อมีความจำเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีอำนาจสั่งให้นักศึกษาหรือนิสิตซึ่งเรียนสำเร็จตามหลักสูตรของมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยที่มีมาตรฐานชั้นปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรเทียบเท่าปริญญา เข้ารับการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรที่กระทรวงกลาโหมกำหนด ในระหว่างที่เข้ารับการฝึกวิชาทหารให้ถือว่าเป็นทหารกองประจำการ และเมื่อสำเร็จการฝึกวิชาทหารแล้ว จะให้เข้ารับราชการทหารในสังกัดกระทรวงกลาโหมในฐานะนายทหารสัญญาบัตรก็ได้
มาตรา 11
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ถ. กิตติขจร รองนายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหารที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ยังไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ จึงจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหารเสียใหม่ให้สอดคล้องกับนโยบายการทหารซึ่งได้รับการปรับปรุงใหม่
มาตรา 6 ทวิ
บุคคลซึ่งอยู่ในระหว่างการฝึกวิชาทหารต้องมีลักษณะ คุณสมบัติ และอยู่ภายใต้เงื่อนไขตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 6 ตรี
บุคคลซึ่งพ้นจากการฝึกวิชาทหาร ได้แก่ ผู้ซึ่งมีลักษณะตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 7 ทวิ
บุคคลซึ่งอยู่ในระหว่างการฝึกวิชาทหารที่ได้รับยกเว้นตาม
มาตรา ๗ วรรคหนึ่ง หรือบุคคลซึ่งพ้นจากการฝึกวิชาทหารที่ไม่ได้รับยกเว้นตาม
มาตรา ๗ วรรคสอง ให้สถานศึกษาและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจัดทำบัญชีรายชื่อและดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการและแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง
บทบัญญัติประกอบ หมายเหตุ และบทเฉพาะกาลของกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม
พระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๖
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับลักษณะ คุณสมบัติและเงื่อนไขของบุคคลซึ่งอยู่ในระหว่างการฝึกวิชาทหาร และบุคคลซึ่งพ้นจากการฝึกวิชาทหาร
รวมทั้งหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดทำบัญชีรายชื่อบุคคลซึ่งอยู่ในระหว่างการฝึกวิชาทหารและบุคคลซึ่งพ้นจากการฝึกวิชาทหาร ตลอดจนการได้รับยกเว้นและไม่ได้รับยกเว้นการเรียกมาตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการในยามปกติ ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารของบุคคลดังกล่าว
จึงสมควรแก้ไขพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. ๒๕๐๓ เพื่อให้ออกกฎกระทรวง เพื่อกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้นได้
พระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๑
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากการฝึกวิชาทหารในปัจจุบันเป็นหน้าที่ของกรมรักษาดินแดน จังหวัดทหารบกและมณฑลทหารบก ซึ่งเป็นส่วนราชการของกองทัพบก ดังนั้น เพื่อให้การฝึกวิชาทหารได้รับผลสมความมุ่งหมายของทางราชการ จึงควรกำหนดให้กองทัพบกเป็นผู้รับผิดชอบในการฝึกนี้
ประกอบกับทางราชการมีความประสงค์ที่จะจัดตั้งผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร ผู้ช่วยผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหารขึ้น เพื่อช่วยเหลือทางราชการในด้านการปกครองบังคับบัญชานักศึกษาวิชาทหาร และแต่งตั้งผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหารพิเศษเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น